
รวบแก๊งค้าน้ำมันเถื่อนนครศรีฯ 1.5 หมื่นลิตร
สันติบาลตามรวบแก๊งส์น้ำมันเถื่อนนครศรีขณะขนส่งต่อเอเย่นส์ใหญ่ 1.5 หมื่นลิตร มูลค่าเฉียดครึ่งล้าน
สันติบาลตามรวบแก๊งส์น้ำมันเถื่อนนครศรีขณะขนส่งต่อเอเย่นส์ใหญ่ 1.5 หมื่นลิตร มูลค่าเฉียดครึ่งล้าน
พ.ต.ท.ยืนยง วงศ์ประไพโรจน์ สว.กก.4 บก.ส.1 (ตำรวจสันติบาล) ด.ต.วิกรานต์ พงศ์วรากร ผบ.หมู่กก.4 บก.ส.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล สืบทราบว่าจะมีขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนขนย้ายน้ำมันเถื่อนจำนวนมากจาก อ.หัวไทร ไปยังกระจายจำหน่ายใน อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช โดยใช้รถบรรรทุก 10 ล้อ จึงทำการสืบสวนติดตามจับกุม
โดยในการติดตามเส้นทางหัวไทร-ร่อนพิบูลย์ มาถึงบริเวณสะพานข้ามแยกนาพรุถนนวงแหวนเลี่ยงเมืองนครศรีธรรมราช ต.นาพรุ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช พบรถยนต์บรรทุก 10 ล้อชนิดแท๊งค์เกอร์ หมายเลขทะเบียน 82-0147 สงขลา จอดซุ่มอยู่ใต้สะพานข้ามแยกลักษณะตามการสืบสวน จึงเข้าทำการตรวจสอบพบมีชายนอนอยู่ในรถจึงคุมตัวไว้ก่อนทราบชื่อคือนายชานนท์ จันทร์ประดิษฐ์ อายุ 45 ปี อยู่ 66/2 ม.4 ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา เมื่อทำการตรวจสอบในแท๊งค์พบว่ามีน้ำมันดีเซลบรรทุกอยู่เต็มจำนวน 15,000 ลิตร เมื่อเรียกตรวจเอกสารการขนย้ายน้ำมันเชื้อเพลิงนายชานนท์ไม่สามารถแสดงได้ และรับว่าเป็นน้ำมันเถื่อนเจ้าหน้าที่จึงจับกุมทันที
ทั้งนี้ หลังจากสอบสวนนายชานนท์เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าได้หุ้นกับนายทุนอีกคนซึ่งเป็นนักค้าน้ำมันเถื่อนฉายา “น้อย ยี่สิบ” โดยไปรับน้ำมันจากเรือประมงที่เข้ามาเทียบใต้สะพานข้ามคลองชะอวด-แรพกเมือง ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช โดยเรือดังกล่าวได้นำน้ำมันมาจากทะเลหลวง จากนั้นมาสูบขึ้นรถบรรทุก โดยตนมีหน้าที่ไปส่งต่อที่แหล่งรับซื้อที่บ้านสวนผัก ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช
“ล๊อตนี้ซื้อมารวม 1.5 หมื่นลิตรในราคาลิตรละ 17 บาทรวมต้นทุน 2.5 แสนบาทเศษ จากนั้นจะไปขายส่งให้กับเอเย่นต์อีกรายชื่อติ๊กเป็นสาวทอมอยู่ใน อ.ร่อนพิบูลย์ ในราคาลิตรละ 20 บาทเศษ ซึ่งน้ำมันจำนวนนี้ในท้องตลาดจะมีราคาเกือบ 5 แสนบาท ยอมรับว่าถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้ง” นายชานนท์สารภาพ
อย่างไรก็ตาม ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาผิด พรบ.สรรพสามิต พรบ.ศุลกากร และ พรบ.ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีระวางค่าปรับสูงถึง 10 เท่าของราคาน้ำมันจริง ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไปแล้ว







