posttoday
"มีชัย"เปิดใจหลังผลประชามติ ขอทุกฝ่ายอภัยต่อกันเพื่อเดินหน้า

"มีชัย"เปิดใจหลังผลประชามติ ขอทุกฝ่ายอภัยต่อกันเพื่อเดินหน้า

07 สิงหาคม 2559

"มีชัย" แถลงหลังทราบผลประชามติ ขอให้ทุกฝ่ายอภัยต่อกันเพื่อเดินหน้า รับอาจต้องรื้อกระบวนการเลือกนายกฯ มั่นใจเลือกตั้งปี 2560

"มีชัย" แถลงหลังทราบผลประชามติ ขอให้ทุกฝ่ายอภัยต่อกันเพื่อเดินหน้า รับอาจต้องรื้อกระบวนการเลือกนายกฯ มั่นใจเลือกตั้งปี 2560

เมื่อวันที่ 7 ส.ค.เวลา 20.00น. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ แถลงถึงท่าทีของกรธ.อย่างเป็นทางการ ภายหลังทราบผลการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงว่าผ่านความเห็นชอบจากประชาชน โดยมีสาระสำคัญดังนี้

เมื่อผลการลงประชามติอย่างไม่เป็นทางการมีแนวโน้มว่าประชาชนเสียงข้างมากเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่คณะกรธ.จัดทำขึ้น ก่อนอื่นต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ใช้สิทธิกันอย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ ปรากฏผลตัวเลขการออกมาใช้สิทธิก็เกินครึ่งก็นับว่าเป็นตัวเลขที่น่าสบายใจได้

คณะกรธ.ทั้งคณะขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ให้ความช่วยเหลือ เพราะลำพังคณะกรธ.คงไม่ค่อยมีความสามารถที่จะทำให้ประชาชนได้รับทราบถึงข้อมูลและสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญได้ เพราะเวลาจำกัด ได้อาศัยสื่อมวลชนทุกแขนง อาศัยส่วนราชการทุกหน่วยและอาศัยประชาชนที่ใช้ปากต่อปากได้ช่วยกันกระจายเผยแพร่ อย่างน้อยที่สุดที่ประชาชนไปลงประชามติก็จะรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบในเรื่องใดหรือส่วนใดของรัฐธรรมนูญหรือได้รับการยืนยันที่อุ่นใจได้ว่าสิทธิสำคัญที่เคยได้รับอยู่ก็ได้รับการยืนยันโดยถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ

ต่อไปนี้เป็นเรื่องที่ต้องเดินหน้ากันต่อไปเมื่อมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการแล้ว ในการเดินหน้านั้นต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งเพราะเมื่อคำถามพ่วงผ่านความเห็นชอบด้วย ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดให้คณะกรธ.นำร่างกลับมาแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อบวกคำถามพ่วงเข้าไปให้สอดคล้องเข้าไปให้สอดคล้องกับที่ประชาชนมีประชามติต้องทำให้เสร็จภายใน 30 วัน และต้องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าถูกต้องตรงตามที่มีประชามติไว้หรือไม่ภายใน 30 วัน ถ้าศาลบอกว่าถูกต้องแล้วก็นำเสนอนายกฯเพื่อทูลเกล้าฯภายใน 30 วัน แต่ถ้าศาลเห็นว่ายังไม่ตรง ก็ต้องส่งกลับไปมาให้กรธ.แก้ไขภายใน 15 วัน ดังนั้น ก่อนที่รัฐธรรมนูญจะประกาศใช้ต้องใช้เวลา 3-4 เดือน ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่งที่จะช่วยกันทำกฎหมายลูกที่จำเป็นไปพลางก่อนได้

ที่สำคัญที่สุด คือ ท่านนายกฯที่ท่านได้กรุณาต่อคณะกรธ.เป็นอย่างมาก เพราะท่านติดตามดูแลโดยใกล้ชิด และท้ายที่สุดเมื่อมีคนไปปล่อยข่าวในทางเสียหาย ท่านจึงต้องออกมาพูดเพื่อกลบการปล่อยข่าวนั้นไป ต่อไปนี้ผมคิดว่าเรากำลังมีกฎกติกาใหม่ที่ผ่านความเห็นชอบของประชาชนทั้งประเทศแล้ว เราคงต้องลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในระหว่างการรณรงค์ทำประชามติ ในระหว่างนั้นอาจมีการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน มีการตำหนิติติง ซึ่งถ้าเป็นส่วนที่กระทำต่อคณะกรธ. คณะกรธ.ก็จะลืมให้สิ้นและทิ้งไป แต่ถ้าคณะกรธ.ได้ตอบอะไรไปทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดี ก็ขออภัย และขอให้โปรดลืมเสียเถิด เพื่อว่าต่อไปนี้ทุกคนของประเทศจะได้ร่วมมือกันพาประเทศไปข้างหน้าตามกฎกติกาที่เราได้เห็นดีเห็นงามร่วมัน

ขอให้รับรู้ว่าคณะกรธ.จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายในการจัดทำกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองและการเลือกตั้งให้มากที่สุด เพราะเรารู้ดีว่าความชำนาญเกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้นเรามีน้อยมาก เราจะรับฟังจากพรรคการเมือง ถ้าพรรคการเมืองคิดว่าควรมีอะไรบัญญัติในกฎหมายลูกก็ขอให้ส่งมาได้เลย หรือจะนัดคุยก็ได้ เพื่อให้เกิดการรับรู้ร่วมกันและร่วมมือซึ่งกันและกัน

ในท้ายที่สุด ขอบคุณทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยที่ทำให้การจัดทำประชามติเป็นไปด้วยความราบรื่น คนที่ไม่เห็นด้วยในอดีตที่ผ่านมานั้น ความจริงก็มีส่วนช่วยอย่างมหาศาลที่ทำให้ประชาชนได้รับรู้ว่ามีปัญหาหรือประเด็นอะไรที่กำลังถกเถียงกันในบ้านเมือง ทำให้การรับรู้ที่มีต่อรัฐธรรมนูญกว้างขวางขึ้นไป ซึ่งคณะกรธ.ขอขอบคุณไว้เช่นกัน

ผมคิดว่าบ้านเมืองเราบอบช้ำมานาน มีปัญหาที่หมิ่นแหม่ต่อความเป็นอันตรายต่อความอยู่รอดของประเทศอย่างมาก จนกระทั่งหลายชาติทำท่าจะเข้ามายุ่มย่ามในกิจการของบ้านเรา นั่นเป็นเพราะว่าเขานึกว่าคนไทยจะตีกัน ความจริงคนไทยเรารู้ อาจจะดูท่าทางขึงขัง แต่เราก็ไม่ค่อยตีกันง่ายๆหรอกครับ อย่างน้อยเราก็มีพระเจ้าอยู่หัวองค์เดียวกัน เรามีศูนย์รวมจิตใจเดียวกัน เพราะฉะนั้น ขอให้พวกเราทุกคนร่วมมือร่วมใจกันต่อไป ร่วมมือกับรัฐบาล คสช. เพราะว่าทั้งหมดจะทำเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนต่อไปในอนาคต ขอบคุณครับ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่จะต้องมีคำถามพ่วงเข้ามาอยู่ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นประเด็นที่กรธ.ไม่เห็นด้วย จะมีผลให้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่คณะกรธ.วางไว้เสียไปหรือไม่ ?

นายมีชัยตอบว่า อย่าพูดว่ากรธ.ไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก เอาเป็นแต่เพียงว่ากรธ.ไม่ได้ใส่ไว้ เพราะคำถามนี้เป็นคำถามที่ควรรับฟังความเห็นของประชาชน เมื่อประชาชนเห็นชอบด้วยมันก็ไม่มีปัญหา กรธ.ก็เขียนให้ตามนั้น ตอนนี้กรธ.ก็จะทำหน้าที่เป็นเสมียนเขียนให้

"มีชัย"เปิดใจหลังผลประชามติ ขอทุกฝ่ายอภัยต่อกันเพื่อเดินหน้า

ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปว่ากระบวนการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่หลังจากการเลือกตั้งเมื่อมีคำถามพ่วงเช่นนี้จะเป็นอย่างไร ?

นายมีชัยตอบว่า เมื่อคำถามพ่วงเข้ามา เวลาจะประชุมเพื่อหาตัวนายกรัฐมนตรีก็ต้องประชุมร่วมกันระหว่างสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภา แล้วก็ใช้เสียงข้างมากตามนั้น มี 250บวก500 เป็น 750 ครึ่งหนึ่งก็ต้องใช้เสียง 375 คะแนน

หากเกิดกรณีที่รัฐสภาไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้จะสามารถใช้บทยกเว้นที่กรธ.กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญว่าให้สามารถเลือกนายกฯจากบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองได้หรือไม่ ?

ตรงนี้คงต้องเอากลับมาทบทวนเหมือนกันเพราะว่าเมื่อตอนที่เราเขียนมันเป็นเรื่องในสภาผู้แทนราษฎรที่เขาไม่สามารถหาทางออกไม่ได้และจะขอยกเว้น เราก็บอกว่าถ้าจะขอยกเว้นมันเป็นการยกเว้นรัฐธรรมนูญ ต้องมาประชุมร่วมกันเพื่อจะยกเว้นให้ แต่บัดนี้มันจะต้องทำให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดเสียตั้งแต่ตอนนั้นไม่ใช่มาขอยกเว้นกันอีกหรือจะเป็นอย่างไร อันนี้ต้องกลับไปดู ยังตอบทีเดียววันนี้ไม่ได้ ต้องขอกลับไปดูคำถามให้ละเอียดและขอศึกษาข้อมูลตัวกฎหมายของเราอีกทีหนึ่ง ถึงจะบอกได้ว่าเป็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า สภาผู้แทนราษฎรยังคงเป็นฝ่ายที่เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีหรือไม่?

นายมีชัยตอบว่า ก็น่าจะต้องเป็นอย่างนั้น เพราะในคำถามพ่วงก็ไม่ได้พูดอะไร ต้องเอาคำถามพ่วงไปศึกษาให้ละเอียด บางทีอาจต้องปรึกษาสนช.ว่าที่เขียนมานี้ตั้งใจขนาดไหน อย่างไรเสียก็ยังมีศาลรัฐธรรมนูญคอยกำกับอีกว่าจะไม่ให้ผิดพลาดไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อบอกว่ากรธ.พร้อมรับฟังความเห็นจากพรรคการเมืองระหว่างจัดทำกฎหมายลูก ดังนั้น สามารถเอานักการเมืองมาเป็นกรธ.เพื่อร่วมกันพิจารณากฎหมายลูกหรือไม่?

นายมีชัย ตอบว่า มันอาจจะเกิดปัญหาได้ เพราะว่าถ้าเราไปดึงจากพรรคการเมืองมันจะได้เปรียบเสียเปรียบและอาจเกิดข้อครหานินทาได้ ตรงนั้นต้องระวัง ถ้าใช้วิธีอื่นอาจช่วยป้องกันข้อครหานินทาเขาได้ดีกว่า คุยกันเมื่อไหรก็ได้ เราขอความรู้ วิธีคิดของเขา คนเหล่านี้ย่อมให้ความรู้กับเราได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเลือกตั้งจะมีภายในปี 2560 หรือไม่?

นายมีชัยตอบว่า ผมคิดว่ายังอยู่ในวิสัยที่จะเลือกตั้งภายในปี 2560 ถ้าจะห่างไปจากนั้นเพราะมีปัญหาขลุกขลักอะไรขึ้นมาก็ไม่ควรเกิน 1-2 เดือน ขึ้นอยู่กับช่วงแรกนี้เหมือนกันว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร ถ้ากว่ารัฐธรรมนูญจะออกได้กว่าจะนับหนึ่งได้ สมมติไปแล้ว 120 วัน หายไป 4เดือน กว่าจะเริ่มนับหนึ่งก็ไปถึงเดือนธ.ค.

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน