
เติมเต็มให้เด็กด้อยโอกาส
เมื่อพูดถึงการสร้างความสำเร็จบนเส้นทางการดำเนินธุรกิจ ตัวแปรของแต่ละคนมีแนวทางแตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิง
โดย...พงษ์พัทธ์ วงศ์ยะลา
เมื่อพูดถึงการสร้างความสำเร็จบนเส้นทางการดำเนินธุรกิจ ตัวแปรของแต่ละคนมีแนวทางแตกต่างกันไปโดยสิ้นเชิง บางคนถือได้ว่ามีต้นทุนชีวิตสูง หรือมีบุญเก่าที่ดี มีกิจการที่บรรพบุรุษสร้างไว้อย่างมั่นคง ก่อนที่จะส่งให้บุตรหลานได้สานต่อธุรกิจ
แต่สำหรับ “บุญปลูก เอนสาร” ใช้เพียงมันสมองและสองมือลุยบุกเบิกทำธุรกิจร้านอาหารจนประสบความสำเร็จสูงสุด ซึ่งใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่ไม่เหมือนใคร โดยปี 2528 เริ่มจากเปิดร้านอาหาร ชื่อว่า ร้าน “Odds Rock Steak” (อ๊อดร็อกสเต็ก) ซอยเจริญกรุง 50 เขตบางรัก กทม. ตามด้วยร้านอาหาร ซีฟู๊ดมาลีน่าคูซีน จากนั้นมาเปิดอาหารบ้านสวนริมคลอง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี
บุญปลูก เป็นชื่อที่คุ้นชินในแวดวงธุรกิจร้านอาหารทั้งใน กทม.และ จ.ปทุมธานี นอกจากประสบความสำเร็จในการเปิดร้านอาหารแล้วยังเป็นนักธุรกิจแบบอย่างที่ดีให้กับนักธุรกิจคนอื่นๆ ได้เดินรอยตามความดี เพราะหลังจากมีผลกำไรจากการประกอบธุรกิจแล้ว สิ่งหนึ่งที่บุญปลูกไม่ลืม คือ คืนกำไรตอบแทนสังคมไทย โดยเฉพาะเข้าเติมเต็มให้กับเด็กผู้ด้อยโอกาสได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจะได้ไม่เหลื่อมล้ำในสังคมไทย
การดำเนินธุรกิจในยุคโลกเสรีท่ามกลางการแข่งขันที่สูงสุด ทำให้นักธุรกิจส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นแต่การดำเนินธุรกิจที่แสวงผลกำไรเพื่อความอยู่รอดขององค์กร ยิ่งธุรกิจมุ่งหวังแต่ผลกำไรและทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้ผลกำไรตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่กลับสนใจสังคม ชุมชน หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องน้อยลง จึงทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทในสายตาสังคมจะติดลบมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ตรงข้ามกับบุญปลูก เมื่อประกอบธุรกิจได้ผลกำไรแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่บุญปลูกลืมไม่ได้ คือ การคืนผลกำไรสู่สังคมทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเข้าไปเติมเต็มให้กับเด็กผู้ด้อยโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยสามารถยืนหยัดอยู่ทัดเทียมกัน การตอบแทนสังคมเช่นนี้บุญปลูกมั่นใจว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น แล้วยังส่งผลให้การประกอบธุรกิจร้านอาหารเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ตลอดทั้งยังมีชื่อเสียงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอีกด้วย
นี่คือแนวคิดที่จุดประกายให้บุญปลูกตั้งใจแน่วแน่ที่จะตอบแทนให้กับสังคมเท่าที่สามารถทำได้ เมื่อมีโอกาสก็พร้อมจะมอบสิ่งดีๆ ให้กับสังคมไทย ทั้งการบริจาคเงินที่ได้กำไรจากการประกอบธุรกิจร้านอาหารมอบให้การกุศลและบริจาคเงินเพื่อพัฒนาสังคมให้ดีขึ้น เนื่องจากมีความเชื่อว่าเงินที่ได้มานั้นส่วนหนึ่งควรจะเข้าไปมีส่วนร่วมช่วยรับผิดชอบต่อสังคมได้บ้าง ที่ผ่านมาบุญปลูก บริจาคเงินช่วยเหลือสังคมทำให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการบริจาคเงินให้กับทางการกุศลอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน โรงพยาบาล รวมถึงสมทบทุนช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาสได้รับการศึกษาที่สูงขึ้นและมีชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต
“แม้ว่าผมอาจจะไม่ร่ำรวยมีเงินมหาศาลเหมือนเศรษฐีระดับโลก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมตระหนักในใจมาตลอด คือ ต้องตอบแทนสังคม พัฒนาชุมชนให้ดีขึ้น ด้วยการเข้าไปช่วยเหลือทั้งแรงกายและแรงใจ แบ่งปันและให้โอกาสกับผู้คนและชุมชนให้มากขึ้น ซึ่งการออกมาทำงานเพื่อสังคมไม่ได้มีแค่ผมแค่คนเดียว แต่จะชวนญาติมิตร เพื่อนพ้องมามีส่วนร่วมช่วยกันเปลี่ยนแปลงและพัฒนาชุมชน สังคมให้ดีขึ้นกว่าเดิม หากต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างวางเฉยไม่สนใจกัน สังคม ชุมชนก็จะล้มเหลว ดังนั้นนักธุรกิจ ผู้นำชุมชนต้องหันหน้าเข้ามาหากันสร้างสิ่งที่ดี เพียงแค่นี้สังคมก็น่าอยู่”
ไม่ว่าจะเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวย หรือเป็นแค่ผู้ประกอบการธรรมดาทั่วไป ก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน ช่วยเหลือสังคมไทยได้โดยไม่ขึ้นอยู่กับฐานะทางการเงิน ขอเพียงให้ร่วมกันแสดงพลังร่วมมือร่วมใจขับเคลื่อนสังคม ชุมชน อยู่ดีมีสุข ก็จะทำให้สังคมน่าอยู่ ไม่ต้องระแวงซึ่งกันและกัน
บุญปลูกถือเป็นนักธุรกิจใจบุญอีกคนหนึ่งที่พร้อมจะมอบสิ่งที่ดีๆ ให้กับสังคมไทยที่นักธุรกิจคนอื่นๆ ควรเอาเยี่ยงอย่าง หลังจากประกอบการธุรกิจประสบความสำเร็จมีผลกำไรตามเป้าหมายที่วางไว้แล้ว ก็จะเจียดผลกำไรแบ่งปันให้กับผู้ด้อยโอกาสอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าสามารถใช้ตัวเองเป็นผู้นำและสร้างพลังให้สังคมเกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีได้มากขึ้น







