posttoday

‘เกมชีวิต’

07 สิงหาคม 2559

ชีวิตคนเรา บ่อยครั้งที่ต้องตกอยู่ในสถานะการเป็นผู้เล่นอยู่ในเกมชีวิต หรือเกมการเมืองของใครบางคน

โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]

ชีวิตคนเรา บ่อยครั้งที่ต้องตกอยู่ในสถานะการเป็นผู้เล่นอยู่ในเกมชีวิต หรือเกมการเมืองของใครบางคน กว่าจะรู้ตัวบางทีก็เพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้จนมิอาจถอนตัวขึ้นได้ จำต้องปล่อยให้ชีวิตไหลไปตามเกมที่ผู้อื่นควบคุม บางคนอาจจะสามารถพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในการสร้างบรรทัดฐานของชีวิตในแนวใหม่ แต่บางคนก็มิอาจจะพ้นห้วงแห่งทุกข์ไปจนตลอดชีวิต

การจะพลิกตัวพ้นจากความทุกข์ได้ต้องมีความเข้าใจ เมื่อเข้าใจแล้วคิดตกจนสามารถทิ้งสิ่งที่ยึดถือไว้ก็จะพลิกเกมให้พ้นจากทุกข์นั้นๆ ได้ ส่วนที่ยังคงตัดสินใจไม่ได้เป็นเพราะยังไม่สามารถเลือกที่จะทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปนั่นเอง...ทว่าการที่จะละทิ้งสิ่งที่ต้องการนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ในทางกลับกันการดำเนินชีวิตที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างในทุกๆ วัน ทุกคนต่างก็อยู่ในเกมใดเกมหนึ่งทั้งสิ้น

“ทฤษฎีเกม” (Game Theory) ของศาสตราจารย์จอห์น เอฟ. แนช (John F. Nash) เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ สามารถนำมาอธิบายพฤติกรรมการตัดสินใจของมนุษย์ โดยจำลองสถานการณ์การตัดสินใจของแต่ละบุคคลที่ต่างพยายามเลือกทางเลือกที่ตนได้รับผลตอบแทนมากที่สุด... ตัวอย่างที่โด่งดังของทฤษฎีนี้คือ เรื่อง “ความลำบากใจของนักโทษ (Prisoner's dilemma)” ที่คนร้ายสองคนถูกตำรวจจับและมีหลักฐานเอาผิดในระดับหนึ่งที่สามารถสั่งจำคุกได้ แต่ยังไม่สามารถระบุความผิดของทั้งสอง มีสถานการณ์สำคัญคือการที่ตำรวจตัดสินใจแยกกันขังและแยกสอบสวน คนร้ายทั้งสองจะไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายจะรับสารภาพและซัดทอดหรือไม่ แต่ละคนจึงต้องตัดสินใจว่าจะรับสารภาพหรือไม่เพื่อให้ได้รับโทษน้อยที่สุด

นักพัฒนาเกมในยุคต่อมาก็ได้ใช้หลักการจากทฤษฎีเกมนี้ในการสร้างเกมเสมือนจริงที่ซับซ้อนกว่าเกมยุคก่อนๆ ขึ้น จะแพ้หรือชนะอยู่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกของผู้เล่น ด้วยเหตุนี้เกมออนไลน์ในปัจจุบัน จึงมีความน่าหลงใหลให้นักเล่นอยากเอาชนะ ทำให้เกิดอาการติดเกมซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่แม้แต่เกาหลีผู้พัฒนาเกมเองยังต้องออกกฎระเบียบบังคับใช้เพื่อแก้ไขปัญหา ตั้งแต่การจำกัดอายุผู้เล่น จำกัดค่าเล่นเกม มีเคอร์ฟิวในการเล่นและเก็บภาษี และเน้นการผลิตเกมเพื่อส่งออกมากกว่าให้เล่นในประเทศ ...ด้วยเหตุนี้ ทำให้จำนวนนักพัฒนาเกมเกาหลีลดลงฮวบฮาบจาก 30,535 คน ในปี 2009 เหลือเพียง 14,440 คน ในปี 2014 ...อาชีพหมด เงินก็หดหาย ตลาดเกมในประเทศที่มีมูลค่ามหาศาลก็ซบเซาลง เกมออกไปขายต่างประเทศก็น้อยลง

‘เกมชีวิต’

 

ดังนั้น เมื่อเกาหลีได้วางนโยบายยกระดับประเทศขึ้นเป็น Cretaive Economy และมีสโลแกนใหม่ว่า “Creative Korea” แล้ว จึงได้คิดหันกลับมาส่งเสริมอุตสาหกรรมเกมที่กำลังถดถอยจากการถูกแอนตี้ในสังคมอีกครั้ง ทว่าอุตสาหกรรมเกมจะไม่สามารถกลับมาประสบความสำเร็จได้เลย หากประชาชนทั่วประเทศยังคงมีทัศนคติในทางลบกับภัยจากการติดเกมอยู่ดังนั้นเกาหลีจึงได้มีวิธีการแก้ไขที่แยบยลโดยการออก “แผนส่งเสริมวัฒนธรรมการเล่นเกมระยะยาว 5 ปี” ซึ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมการเล่นเกมที่ส่งเสริมสุขภาพมากกว่าการไปส่งเสริมผู้ผลิตเกมโดยตรง...นับว่าแก้ไขปัญหาได้ถูกจุดคือ ในเมื่อห้ามไม่ได้ก็ควรพลิกเกมให้เกมช่วยสร้างสรรค์สิ่งที่ดีซะเลย

งานนี้นักพัฒนาเกมค่ายใหญ่ๆ ที่เหลือขานรับและเข้ามามีส่วนร่วมในการโปรโมทวัฒนธรรมการเล่นเกมที่ดีด้วย เรียกว่า “พลิกเกมจากผู้ร้ายกลายเป็นผู้ดี”... รัฐยังมีแผนที่จะให้โรงเรียนต่างๆ บ่มเพาะนักสร้างเกมรุ่นเยาว์เพื่อปั้นเป็นนักพัฒนาเกมในอนาคต เพราะยังไงก็ตาม Korea Creative Content Agency แจ้งผลสำรวจมาว่าคนเกาหลี 7 ใน 10 คนเล่นวิดีโอเกม จึงเชื่อได้ว่าเกมจะต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประชาชนในอนาคตแน่นอน...

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด เบิร์นลีย์ พบ แมนซิตี้ พรีเมียร์ลีก วันนี้ 22 เม.ย.69