posttoday
กลบกระแสบอยคอต ท่องเที่ยวเหนือตั้งหลักรับทัวร์จีน

กลบกระแสบอยคอต ท่องเที่ยวเหนือตั้งหลักรับทัวร์จีน

02 สิงหาคม 2559

กระแสข่าวชาวจีนบอยคอตจะไม่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ เนื่องจากไม่พอใจที่คนไทยนำพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวจีนไปเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ ทำให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ต้องหาทางสกัดมิให้ขยายลุกลาม หลังกระแสข่าวดังกล่าวผ่านมาร่วมสัปดาห์ วันนี้หลายฝ่ายหายใจได้อย่างโล่งอก

กระแสข่าวชาวจีนบอยคอตจะไม่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ เนื่องจากไม่พอใจที่คนไทยนำพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวจีนไปเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ ทำให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ต้องหาทางสกัดมิให้ขยายลุกลาม หลังกระแสข่าวดังกล่าวผ่านมาร่วมสัปดาห์ วันนี้หลายฝ่ายหายใจได้อย่างโล่งอก

มานพ แซ่เจีย ประธานชมรมมัคคุเทศก์รักษ์ล้านนา เชียงใหม่ กล่าวว่า ได้ตรวจสอบกับทางประเทศจีน ก็ไม่พบว่ามีกระแสไม่พอใจดังกล่าว อีกทั้งการตรวจสอบเที่ยวบินที่เดินทางจากประเทศจีนเข้ามายังเชียงใหม่ตลอดทั้งสัปดาห์ ก็ไม่ลดลง แต่กลับเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีเที่ยวบินเข้าสู่ จ.เชียงใหม่ วันละ 12-13 เที่ยวบิน หรือวันละประมาณ 2,500-3,000 คน บินตรงจาก 12 เมือง 19 สายการบิน รวม 88 เที่ยวบิน/สัปดาห์

“นี่เป็นส่วนหนึ่งของกรุ๊ปทัวร์ ยังไม่นับรวมนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเอง และนักท่องเที่ยวที่บินจากเชียงใหม่ไปกรุงเทพฯ หรือภูเก็ต หรือกลุ่มจากภูเก็ต หรือกรุงเทพฯ มาเชียงใหม่ ตัวเลขโดยรวมยังเพิ่มขึ้นไม่ได้ลดลงไปตามกระแสข่าว ซึ่งไกด์ทุกคนได้ช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงข้อระเบียบการทำตัวต่างๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวก็ปรับตัวไม่ได้เกิดปัญหา แต่กลุ่มที่มากันเองก็ต้องยอมรับอาจจะเกิดขึ้นบางโดยอุปนิสัยของแต่ละคนเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น”

แม้จะโล่งอก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ก็ถือเป็นบทเรียนให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมรับมือ

มงคล สุกใส รอง ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ต้องแสดงความเชื่อมั่นแก่สื่อจีนว่าคนเชียงใหม่ รวมทั้งภาครัฐ และเอกชนพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนและเป็นเจ้าบ้านที่ดี

“ผู้ประกอบการทั้งหลายต้องแสดงท่าทีพร้อมที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนหรือต่างประเทศเราพร้อมบริการ เพราะคนทั้งโลกมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน บางเรื่องเขาแสดงพฤติกรรมหรือวัฒนธรรมที่ต่างจากเราไม่ใช่เขาผิด เพียงแต่เราไม่คุ้นเคย อีกด้านสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามา ททท.ก็ต้องผลิตสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ให้เขาได้รับทราบด้วยว่า สิ่งที่คนเชียงใหม่หรือคนไทยเป็น อะไรทำได้ ไม่ได้ เพื่อให้เข้าใจ โดยสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดพิมพ์สติ๊กเกอร์เป็นรูปหมีแพนด้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนคนจีนเกี่ยวก้อยกับช้างซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทย สื่อให้เห็นว่าคนเชียงใหม่เป็นมิตรกับคนจีน” รอง ผวจ.เชียงใหม่ กล่าว

ด้าน เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติชื่อดังชาวเชียงรายผู้สร้างศิลปะวัดร่องขุ่น ซึ่งเคยประสบปัญหาพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีน และหาทางแก้ไข จนเป็นต้นแบบ“วัดร่องขุ่นโมเดล” ก็บอกว่า ในฐานะคนแรกๆ ที่ออกมาตำหนินักท่องเที่ยวจีน ต่อมาคิดได้และปรับตัวโดยพัฒนาวัดร่องขุ่นในหลายๆ ด้าน ทั้งการเพิ่มบุคลากรที่ใช้ภาษาจีน จัดอบรมและหารือร่วมกับไกด์ ประสานตำรวจ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฯลฯ ติดตั้งป้ายต่างๆ ให้พร้อมสรรพ ปัจจุบันไม่ด่าคนจีนแล้ว และเป็นที่รักของกันและกัน ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางเยือนวัดร่องขุ่นอย่างคับคั่ง

อาจารย์เฉลิมชัยบอกว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาเยือนวัดร่องขุ่นเป็นชาวจีน 70% ชาวตะวันตกราว 20% และคนไทยมีแค่ 10% จึงอยากให้หน่วยงานองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้หันมาพัฒนาหรือปรับองค์กรภายในด้วย การจะอยู่ร่วมกันได้โดยประสานความรักและผลประโยชน์ร่วมกันก็ต้องปรับตัวหากันด้วย

“เขามาเราก็ด่า เขาไม่มาเราก็คิดถึงและเดือดร้อนกันไปทั่ว นี่แหละคือปัญหา ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องทำให้มากคือการปรับตัวไม่ใช่ไปด่าๆ เขาลูกเดียวแล้วไม่ทำอะไรเลย อย่างวัดร่องขุ่นเราบริหารจัดการกันใหม่หมดโดยร่วมมือกับทุกฝ่าย ปัจจุบันคนจีนที่ไปเยือนเข้าใจดีมากขึ้น เพราะมีทั้งคนและป้ายแนะนำเขา จึงไม่มีผู้ชายไปยืนฉี่ข้างวัด ไม่มีคนสูบบุหรี่ ห้องน้ำห้องท่าก็สะอาดไม่มีการทำเลอะเทอะเหมือนเดิมอีก หรือหากจะมีก็น้อยมาก เพราะเราเข้าใจกันได้เป็นอย่างดีแล้ว” อาจารย์เฉลิมชัย กล่าว

สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เสมือนสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายเริ่มลงมือสางปัญหาที่ค้างคามานาน ทั้งการรักษากลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งมีจำนวนมากถึง 1 ใน 4 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีละประมาณ 30 ล้านคน รวมทั้งการทำให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามานั้นเป็นกลุ่มที่มีคุณภาพ ซึ่งจะทำให้การท่องเที่ยวนั้นเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ