posttoday
นโยบายมาถูกทาง

นโยบายมาถูกทาง

02 สิงหาคม 2559

น่าดีใจที่รัฐบาลชุดนี้ตระหนักถึงความสำคัญของสังคมผู้สูงอายุ และพยายามวางแนวนโยบายที่จะรับมือกับการมาถึงของสังคมผู้สูงอายุอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้ผู้สูงอายุไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีสวัสดิการพอเพียงที่จะดูแลเมื่อพ้นวัยทำงาน

น่าดีใจที่รัฐบาลชุดนี้ตระหนักถึงความสำคัญของสังคมผู้สูงอายุ และพยายามวางแนวนโยบายที่จะรับมือกับการมาถึงของสังคมผู้สูงอายุอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้ผู้สูงอายุไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีสวัสดิการพอเพียงที่จะดูแลเมื่อพ้นวัยทำงาน

จากการสำรวจของสำนักพยากรณ์เศรษฐกิจต่างๆ ระบุตรงกันว่าขณะนี้ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว แต่ผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่นั้นแก่แต่ไม่รวย มีส่วนน้อยที่มีเงินเพียงพอยังชีพและดูแลสุขภาพจนเสียชีวิต สะท้อนให้เห็นกลไกการออมเงินภาคบังคับ และการออมเงินภาคสมัครใจยังน้อยเกินไป ซึ่งภาครัฐอาจจะต้องกลับมาพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้คนไทยส่วนใหญ่รวยก่อนแก่ การส่งเสริมการออม หรือผลิตภัณฑ์เพื่อการออมน้อยเกินไปหรือไม่ หรือเกิดจากรายได้ของคนไทยต่ำจนไม่มีเงินเหลือเพื่อออม

รัฐบาลจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้ชัดเจนว่าเป็นอย่างไร จึงจะออกนโยบายได้ หนึ่งในนโยบายของกระทรวงการคลังคือการรวบรวมกองทุนชราภาพทั้งหมดที่มีในขณะนี้ เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กองทุนประกันสังคม มาพิจารณาว่ามีความซ้ำซ้อนอย่างไร และจัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาบริหารจัดการกองทุนเกี่ยวกับการชราภาพทั้งหมด เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการขัดแย้ง และซ้ำซ้อนกันของแต่ละกองทุน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ

การเสนอตั้งคณะกรรมการมาบริหารกองทุนเกี่ยวกับการชราภาพทั้งหมด เป็นการมองปัญหาล่วงหน้าที่คาดว่าจะเกิดปัญหาแน่นอนในการบริหาร เนื่องจากกองทุนแต่ละแห่งจะหวงอำนาจการบริหาร ไม่อยากให้อำนาจหลุดมือไป การมีคนกลางดูแลจะช่วยลดปัญหาได้พอสมควร

นอกจากนี้ จะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) เบื้องต้นของ กบช.นั้นจะเก็บเงินสมทบจากลูกจ้างและนายจ้าง ต่ำกว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับผู้ประกอบการ ส่วนของผู้ประกอบการที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ก็สามารถเข้ามาเป็น กบช.ได้ทันที

กระทรวงการคลังยังเตรียมเสนอมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการเอกชนจ้างคนที่เกษียณอายุทำงาน โดยสามารถนำรายจ่ายค่าจ้างมาหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ซึ่งบางส่วนจะเกี่ยวข้องกับกฎหมายของกระทรวงแรงงานที่จะต้องแก้ไข ผ่านการลงทะเบียนจัดหางานให้กับผู้สูงอายุ และอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มเงินเบี้ยคนชราให้กับผู้มีรายได้น้อยจริงที่มาลงทะเบียนรับสวัสดิการของรัฐ จากปัจจุบันจะได้ 600 บาท/เดือน

สิ่งที่กระทรวงการคลังเตรียมเสนอเพื่อผู้สูงอายุนั้น อาจจะช่วยให้เงินออมมีมากขึ้นระดับหนึ่ง แต่อีกมาตรการที่ดีและน่าจะส่งเสริมให้เปิดขึ้นเป็น รูปธรรมอย่างรวดเร็วคือ โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นเงิน (รีเวิร์ส มอร์เกจ) ให้ผู้สูงอายุนำที่อยู่อาศัยมาจำนอง และรับเงินเป็นรายเดือนไว้ใช้หลังเกษียณอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุพึ่งพาตัวเองได้โดยไม่ต้องลำบากลูกหลาน

นอกเหนือจากมาตรการออมภาคบังคับที่รัฐบาลจะผลักดันให้เกิดขึ้นก็คือ การที่ประเทศไทยติดกับดักรายได้ปานกลางเศรษฐกิจขยายตัวต่ำ รายได้ประชากรต่อหัวต่อคนก็ไม่เพิ่มขึ้นมากนัก ดังนั้นด้านรายได้ของแรงงานที่จะเจียดมาออมเพื่ออนาคตอาจจะไม่เพียงพอ ซึ่งนี่นับว่าเป็นปัญหาด้วยเช่นกัน หากรายได้ไม่พอยังชีพการออมก็จะไม่เกิดขึ้น

ขณะนี้รัฐบาลมาถูกทางแล้ว ในการวางแผนรับมือการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทย แต่การจะผลักดันให้มาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมต้องใช้เวลา และจะต้องสร้างความรู้ด้านการเงินแก่ประชาชนควบคู่ไปด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย