
การลงโทษการมาสาย ทำไมไปเพิ่มการลาป่วย
ผู้ บริหารองค์กรจำเป็นต้องมีความเข้าใจให้ถ่องแท้ของพฤติกรรมพนักงานภายในองค์กร
โดย...ดร.กฤติน กุลเพ็ง
ผู้ บริหารองค์กรจำเป็นต้องมีความเข้าใจให้ถ่องแท้ของพฤติกรรมพนักงานภายในองค์กร การพิจารณาในบางเรื่องคิดว่าแก้ไขปัญหาได้จบสิ้นแล้วก็ตาม แต่ปัญหาบางอย่างแก้ไขแต่กลับมาเจอปัญหาใหม่อีก บางครั้งหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำไป จากการที่ผู้เขียนมีประสบการณ์ทางด้านการบริหารคนมาหลายธุรกิจ มักจะพบเสมอว่า การมาปฏิบัติงานสายของพนักงานมักจะมีปริมาณสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ต้องมีมาตรการออกไปให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม มีแนวปฏิบัติการลงโทษที่เข้มข้น ไม่ปล่อยปละละเลย จนพนักงานเกิดความไม่ยำเกรงมาสายเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เสียเวลา เสียงาน ผู้บริหารองค์กรเลยมีมาตรการการลงโทษพนักงานที่มาปฏิบัติงานสาย บางองค์กรมีการกำหนดแนวปฏิบัติการลงโทษพนักงาน โดยออกเป็นแนวปฏิบัติเพื่อที่จะเป็นการปรามไม่ให้พนักงานมาทำงานสายเพิ่มขึ้นนั่นคือ วัตถุประสงค์ขององค์กรที่ออกแนวปฏิบัติดังกล่าว ซึ่งผู้เขียนมีแบบมาตรการ แนวปฏิบัติของบริษัทที่ออกมาเพื่อบังคับใช้กับพนักงาน
เพื่อให้พนักงานได้ทำงานอย่างเต็มเวลา สอดคล้องกับสัญญาจ้างงานที่ได้กระทำไว้กับทางโรงพยาบาล และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด โรงพยาบาลจึงขอให้พนักงานทุกท่านมาปฏิบัติงานให้ตรงเวลาตามที่กำหนด โดยกำหนดเป็นแนวปฏิบัติไว้ดังนี้
พนักงานที่มาปฏิบัติงานสายตามตารางการปฏิบัติงานและได้รับการ Approve จากหัวหน้างานเรียบร้อยแล้วที่ปรากฏในระบบ People Soft ดังนี้
1.พนักงานมาปฏิบัติงานสายมากกว่า 5 ครั้ง/เดือน หรือ
2.พนักงานมาสายรวมกัน 30 นาที/เดือน
จะได้รับโทษทางวินัยตามลำดับดังนี้
(1) ตักเตือนด้วยวาจาพร้อมบันทึกรายละเอียดลงในประวัติการทำงานของพนักงาน
(2) ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรโดยออกหนังสือเตือนซึ่งระบุถึงความผิด โดยกำหนดให้ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรได้จำนวน 2 ครั้ง
(3) ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร
(4) พักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง
(5) ทำภาคทัณฑ์/ทำทัณฑ์บน
(6) ปลดออก (เลิกจ้าง โดยไม่จ่ายค่าชดเชย)
ทั้งนี้ บทลงโทษดังกล่าวจะเริ่มมีผลตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2556 เป็นต้นไป
หากพนักงานท่านใด ได้รับโทษทางวินัยเรื่องการมาปฏิบัติงานสายมาก่อนหน้านี้แล้ว ให้ดำเนินตามแนวปฏิบัตินี้ต่อเนื่องได้ทันที
จึงแจ้งมาเพื่อทราบและปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด
เมื่อมีมาตรการดังกล่าวออกมาสักระยะหนึ่ง พนักงานเกิดความรู้สึกว่า การมาปฏิบัติงานสายของเขาจะเริ่มเป็นภัยต่อตัวเขาเองมากขึ้น ถ้าขืนมาแบบนี้บ่อยครั้งภายในเดือนเดียวกัน เลยเปลี่ยนแนวคิดใหม่ เมื่อพนักงานมาสายจะเข้าข่ายที่จะถูกลงโทษตามที่บริษัทกำหนด เลยต้องมาใช้วิธีการลาป่วยเพิ่มมากขึ้นเพราะว่าการลาป่วยในข้อบังคับบอกว่า ถ้าป่วยเกิน 3 วันถึงจะต้องมีใบรับรองแพทย์มาแสดงด้วย แต่ถ้าป่วยแค่ 2 วันไม่เข้าข่ายเลยทำให้พฤติกรรมพนักงานเริ่มเปลี่ยนแปลงไป มาใช้การลาป่วยแทนมากขึ้น สิ่งที่ทำให้องค์กรได้รับความเสียหายเริ่มมากขึ้น เพราะว่าเมื่อครั้งก่อนไม่มีมาตรการการมาสาย พนักงานจะสายกี่นาทีก็ตามพนักงานก็ยังเข้ามาปฏิบัติงานตามหน้าที่ แต่เมื่อบริษัทมีมาตรการเช่นนี้เกิดขึ้น เลยต้องปรับเปลี่ยนเพื่อเอาตัวรอด มาตรการการลงโทษการมาสาย บางครั้งจะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ โดยที่หน่วยงาน HR ก็ไม่สามารถกำกับและติดตามข้อมูลเหล่านี้ได้ จนทำให้องค์กรได้รับความเสียหายตามมา
ฉะนั้น การออกมาตรการดังกล่าวที่เป็นการลงโทษพนักงาน ย่อมส่งผลให้เกิดพฤติกรรมที่มีผลข้างเคียงที่ไม่เป็นผลดีต่อบริษัทและองค์กรเลย ดั่งที่ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างเอาไว้ว่า การลงโทษการมาสาย จะทำให้เกิดผลเรื่องการลาป่วยเพิ่มขึ้น ท่านที่เป็นผู้บริหารลองมาเปรียบเทียบดูก่อนว่า การมาสายกับการลาป่วยไปทั้งวัน แบบใดที่จะส่งผลต่อองค์กรมากกว่ากัน
ผู้เขียนเห็นว่า การออกมาตรการควรมุ่งเน้นไปที่ให้รางวัล และกำกับด้วยมาตรการทางวินัยแบบอ่อนๆ จะดีกว่า เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจ เพื่อที่จะไม่ให้พนักงานเกิดพฤติกรรมที่แปรเปลี่ยนไป จนทำให้บริษัทได้รับความเสียหายตามมา







