
หมอดูคิวแน่น ยุคเศรษฐกิจฝืด
ในขณะที่เศรษฐกิจตกสะเก็ด คนส่วนหนึ่งหันไปพึ่งพาหมอดูเพื่อสร้างความมั่นใจสำหรับการตัดสินใจให้ตัวเองมากขึ้น
โดย...ทีมข่าวแมกกาซีนโพสต์ทูเดย์
ในขณะที่เศรษฐกิจตกสะเก็ด คนส่วนหนึ่งหันไปพึ่งพาหมอดูเพื่อสร้างความมั่นใจสำหรับการตัดสินใจให้ตัวเองมากขึ้น เหล่าหมอดูลูกค้าคึกคัก หลายคนบอกว่ามีคนเข้ามาขอคำปรึกษาแทบจะตลอดเวลา ซึ่งทุกคนที่มาขอคำชี้แนะให้ตรวจดวงชะตา รายได้ของอาชีพหมอดูจึงสวนทางกับกระแสเศรษฐกิจที่ถดถอย
เขมกร นพเคราะห์ หรือหมอต๊อกแต๊ก A4 หมอดูเงินล้านที่ดูดวงให้เซเลบและศิลปินมาจำนวนไม่น้อย คอนเฟิร์มว่า ในภาวะที่มนุษย์เงินเดือนโดนเลย์ออฟเป็นว่าเล่น หมอดูอย่างเธอก็ตระเวนเดินสายดูดวงทั้งในและต่างประเทศเป็นว่าเล่นเช่นกัน ตั้งแต่ออสเตรเลีย สหรัฐ และอังกฤษ
“ต๊อกแต๊กเพิ่งกลับมาจากดูดวงต่างประเทศ บอกได้เลยว่าไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก ทุกคนก็มีเรื่องกลุ้มใจคล้ายๆ กัน ที่บอกว่าเศรษฐกิจไม่ดีไม่ใช่เฉพาะในเมืองไทย แต่มันคือเศรษฐกิจโลกที่ได้รับผลกระทบ คำถามยอดฮิตของคนที่เข้ามาปรึกษา สามารถแบ่งตามช่วงอายุ ถ้าเป็นช่วง 25-26 ปี เพิ่งเรียนจบหรือเริ่มทำงานจะมาปรึกษาเรื่องการเปลี่ยนงาน
“คนอายุ 30 ปีขึ้นไป เริ่มจะมาปรึกษาเรื่องอยากสร้างความมั่นคงให้ชีวิต การลงทุน และการทำธุรกิจส่วนตัว ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ก็คือ ผู้หญิง 90% ส่วนผู้ชายก็มีบ้างสัก 10% ของคนที่เข้ามาปรึกษา อาจจะเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่มีความสนใจและเชื่อเรื่องดวงมากกว่าผู้ชาย และเขาก็ต้องการเสียงที่ยืนยันการตัดสินใจให้ตัวเอง”
เมื่อถามถึงจำนวนและความถี่ หมอดูคนดัง บอกว่า ประมาณปีสองปีมานี้ คนมาดูจำนวนมากขึ้น เฉลี่ย 20 คน/วัน ปัญหาส่วนใหญ่หนีไม่พ้นเรื่องการงาน การเงิน หน้าที่ของหมอดูนอกจากตรวจสอบดวงชะตาให้คำแนะนำตามพื้นดวงของแต่ละคนแล้ว สิ่งที่เราให้คำปรึกษาไปก็คือการทำบุญ ไม่ใช่เพื่อเสริมดวงอย่างเดียว แต่เพื่อให้เขามีจิตใจที่สบายขึ้น สมองปลอดโปร่งขึ้น เมื่อคนเราตัวเบาสมองแล่น จะคิดอะไรก็จะมีแต่เรื่องดีๆ ไอเดียและการตัดสินใจที่ดีก็จะตามมา”
ภูเบศ สาครจันทร์ รองผู้อำนวยการสถาบันโหราวิทยา ให้ข้อมูลไปในทางเดียวกันว่า ไม่ว่าเรื่องใดที่ต้องการการตัดสินใจก็จะหันมาหาหมอดู ในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ คนก็มาดูเยอะขึ้น มีลูกค้าเกือบทุกวัน เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10-15 คน โดยเฉพาะลูกค้าใหม่จะเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่ลูกค้าเก่ายังมาดูเป็นประจำ เรื่องที่มาปรึกษาก็เกี่ยวกับอาชีพการงาน บางคนอยากเปลี่ยนงาน บางคนถามหาโชค ลาภลอย เรื่องชู้สาวจะน้อยที่สุด แต่ถ้าเศรษฐกิจดี คนจะมาดูเรื่องชู้สาวมากกว่า”
ขณะที่ธุรกิจทัวร์บุญ ที่คาดว่าจะรุ่งเรืองในยุคเศรษฐกิจฝืดกลับเป็นไปในทิศตรงกันข้าม โดย วสุมน เนตรกิจเจริญ เจ้าของ บริษัท วินวิน สมาย บริษัทจัดทัวร์ที่เน้นพาทัวร์บุญในเขตภาคอีสาน บอกว่า ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ยอดการขายทัวร์น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา
“ทัวร์ของเราเน้นเส้นทางบุญทั่วไทย แต่สัดส่วนจะเน้นที่ภาคอีสาน ปกติทัวร์ประเภทนี้ขายง่ายมาก คนใช้บริการเยอะ แต่ปัจจุบันปัจจัยการตัดสินใจท่องเที่ยวของคนมีมากขึ้น กลายเป็นขายยากไป ซึ่งอาจเป็นเพราะทัวร์ของเราไม่เน้นการทำบุญเพื่อเสริมดวงหรือขอพรเพื่อโชคลาภ ก็เลยอาจจะไม่ได้มีส่วนทำให้ตัวเลขการจองทัวร์ของเรามากขึ้น และส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะกลุ่มคนที่มาซื้อทัวร์มักจะมีความมั่นคงทางฐานะและจิตใจแล้วมากกว่า” วสุมน กล่าว







