
รัฐต้องรณรงค์ต่อ
กระทรวงการคลังได้กำหนดให้คนไทยที่ต้องการรับสวัสดิการจากรัฐบาลทุกประเภท
กระทรวงการคลังได้กำหนดให้คนไทยที่ต้องการรับสวัสดิการจากรัฐบาลทุกประเภท เข้ามาลงทะเบียนเหมือนการลงทะเบียนคนจน ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค.-15 ส.ค. 2559 ที่รัฐบาลชุดก่อนๆ ดำเนินการเป็นระยะหากมีโครงการที่จะช่วยเหลือประชาชน
การลงทะเบียนใหม่นี้รัฐบาลจะนำมาใช้แทนการลงทะเบียนคนจนรูปแบบเดิม โดยให้ลงทะเบียนผ่านระบบพร้อมเพย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบชำระเงินแห่งชาติ โดยประชาชนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มรากหญ้าก็ให้ดำเนินการผ่านธนาคารของรัฐ 3 แห่ง คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงไทย ซึ่งธนาคารทั้ง 3 แห่งนี้มีเครือข่ายสาขามากครอบคลุมทั่วประเทศ และประชาชนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าแบงก์รัฐทั้ง 3 แห่งอยู่แล้ว
เดิมนั้น ทางกระทรวงการคลังคาดว่าจะมีประชาชนมาลงทะเบียนรับสวัสดิการของรัฐ 20 ล้านราย แต่เวลาผ่านมาเพียง 2 สัปดาห์ ขณะนี้มีผู้ยื่นลงทะเบียนแล้วกว่า 1.3 ล้านราย แบ่งเป็นธนาคารออมสิน 4.1 แสนราย ธ.ก.ส. 6.2 แสนราย และธนาคารกรุงไทย 2.8 แสนราย นับว่าเป็นจำนวนที่ต่ำเกินคาด
การที่ประชาชนมาลงทะเบียนคนจนน้อย ไม่ได้หมายความว่ากลุ่มคนรากหญ้าของไทยลดจำนวนลง คนจนรวยขึ้น แต่น่าจะมาจากสาเหตุอื่นมากกว่า ซึ่งสาเหตุหลักน่าจะมาจากความไม่เข้าใจของประชาชนในเรื่องของการลงทะเบียนรูปแบบใหม่มากกว่า จากเดิมที่การลงทะเบียนคนจนนั้นทำผ่านธนาคารออมสิน บางกรณีก็ให้หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งรายชื่อมาให้ที่ส่วนกลาง
การลงทะเบียนคนจนในรูปแบบใหม่ที่ผ่านระบบพร้อมเพย์นั้น ได้กำหนดให้ประชาชนแสดงทรัพย์สินและหนี้สินด้วย เพื่อจำแนกคุณสมบัติผู้มาลงทะเบียนว่าเป็นคนจนจริงตามคุณสมบัติที่รัฐกำหนดหรือไม่ หากไม่ได้จนจริงก็ไม่ควรจะได้รับสวัสดิการของรัฐ ที่ต้องทำเช่นนี้เพื่อให้การใช้เงินงบประมาณที่มีจำกัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้นักการเมืองนำเอาไปใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างคะแนนนิยม ที่สำคัญคือโปร่งใสและตรวจสอบได้
ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการให้เปิดเผยข้อมูลทำให้คนไม่อยากมาลงทะเบียนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะหากต้องการความช่วยเหลือจากรัฐ ก็ต้องจริงใจที่จะให้ข้อมูลแก่รัฐบาลด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ลำบากมากมายเพียงแต่ต้องตอบตามข้อเท็จจริงเท่านั้น หากรัฐบาลใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพมากแค่ไหนก็จะยิ่งทำให้การจัดรัฐสวัสดิการของรัฐดียิ่งขึ้น
ดังนั้น การที่คนไม่ลงทะเบียนขอความช่วยเหลือจากรัฐนั้น จะต้องหาสาเหตุให้ได้ว่าเป็นเพราะเหตุใด เป็นเพราะการประชาสัมพันธ์ไม่ดี ประชาชนไม่ได้รับข่าวสารอย่างทั่วถึงหรือไม่ หรือเป็นเพราะถูกบิดเบือนจากคนบางกลุ่มที่ทำให้คนไม่เข้าใจเกิดความสับสนและกลัวการลงทะเบียนในระบบ
ผู้ที่มีความรู้และความเข้าใจในระบบการช่วยเหลือประชาชนล้วนสนับสนุนให้รัฐบาลใช้ช่องทางของระบบพร้อมเพย์ จ่ายเงินตรงให้กับประชาชนที่เดือดร้อนโดยไม่ต้องผ่านคนกลางทั้งสิ้น เพียงแต่จะต้องทำความเข้าใจให้ความรู้ว่าประชาชนจะใช้ระบบนี้อย่างปลอดภัยอย่างไร ซึ่งแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเดิมหากรัฐบาลจ่ายเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีให้ ประชาชนเพียงถือสมุดบัญชี หรือบัตรเอทีเอ็มไปถอนเงินออกมาหากต้องการนำเงินมาใช้ก็เรียบร้อย
วิธีการนี้จะทำให้คนที่ได้รับสวัสดิการจากรัฐบาลได้รับเงินอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่มีใครมาชักเปอร์เซ็นต์ การรั่วไหลของงบประมาณก็น้อยลง แถมรัฐบาลจะมีฐานข้อมูลคนจนเอาไว้ใช้ในการพิจารณาจัดการรัฐสวัสดิการอื่นๆ ได้อีก ฉะนั้นเรื่องนี้จำเป็นที่รัฐบาลต้องประชาสัมพันธ์และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจต่อไปว่าเป็นนโยบายที่ดี และไม่ได้จะมาล้วงข้อมูลของประชาชนตามที่มีคนพยายามที่จะบิดเบือนแต่อย่างใด







