
รมว.ยุติธรรมเดินหน้าปราบยาเสพติด ใช้แผนปฏิบัติการ "แม่น้ำโขงปลอดภัย"
รมว.ยุติธรรม พร้อมคณะ เยือนเมียนมา หารือข้อราชการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย
รมว.ยุติธรรม พร้อมคณะ เยือนเมียนมา หารือข้อราชการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย
เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ค. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วย พล.อ.นิวัตร มีนะโยธิน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ ป.ป.ส. และ ผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตามคำเชิญของ พล.ท.จ่อ ส่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พล.ท.เย อ่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการชายแดน โดยร่วมหารือข้อราชการด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย ณ กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า การหารือกับพล.ท. จ่อ ส่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พล.ท.เย อ่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการชายแดนในครั้งนี้ มีประเด็นที่สำคัญ คือ ความร่วมมือในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ปิดล้อมสามเหลี่ยมทองคำ ตามแผนปฎิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย 3 ปี (2559-2561) ทั้งการสกัดกั้นเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิต และการสกัดกั้นยาเสพติดที่ผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำไม่ให้หลุดออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ รวมถึงการสนับสนุนเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของหน่วยปราบปรามยาเสพติดเมียนมา ซึ่งฝ่ายไทยยินดีให้การสนับสนุน
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า โดยขอให้จัดทำเป็นแผนความช่วยเหลือต่อเนื่อง 3 ปี ให้ครอบคลุมทั้งด้านการสืบสวน ปราบปราม สกัดกั้น ตรวจพิสูจน์ และการพัฒนาเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการขยายความร่วมมือในการพัฒนาหมู่บ้านตามแนวชายแดนของทั้ง 2 ประเทศ การสนับสนุนโครงการพัฒนาทางเลือกเพื่อชีวิตและความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนไทย-เมียนมา และความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ในเมียนมาที่รัฐบาลไทยให้การสนับสนุน และแนวนโยบายของประเทศไทยต่อการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามแนวทางจากการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลก UNGASS 2016
ด้าน นายศิรินทร์ยา เปิดเผยว่า พล.อ.ไพบูลย์ ให้ความสำคัญกับการหารือข้อราชการครั้งนี้ภายใต้รัฐบาลใหม่นำโดยพรรคสันนิบาตแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยได้รับความร่วมมือจากสาธารณรัฐแห่งเมียนมาเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือ ภายใต้ "โครงการแม่น้ำโขงปลอดภัย" ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งขณะนี้เข้าสู่ระยะที่ 3 (ปี 2559-2561)
นายศิรินทร์ยา เผยอีกว่า โครงการดังกล่าวได้ยกระดับความร่วมมือจาก 4 ประเทศเพิ่มเป็น 6 ประเทศ ประกอบด้วย จีน ลาว เมียนมา ไทย กัมพูชา และ เวียดนาม เนื่องจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำถือเป็นพื้นที่แหล่งผลิตยาเสพติดที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก จากการประมาณยาเสพติดที่มีการลักลอบผลิตในพื้นที่นี้ ในแต่ละปีมีการผลิตยาเสพติดเป็นจำนวนมาก โดยมีการใช้สารตั้งต้น เคมีภัณฑ์ในการผลิตมากกว่า 3,000 ตัน ยาเสพติดที่หลุดรอดไปได้ส่งผลในการทำลายทรัพยากรบุคคล และสังคมในหลายประเทศทั่วโลก จนเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา
"ด้วยเหตุนี้ แผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย 6 ประเทศ ระยะ 3 ปี จึงมุ่งหมายสูงสุดที่จะลดปัญหายาเสพติดในภูมิภาคด้วยการผนึกกำลังร่วมกัน มีการกำหนดมาตรการและแนวทางดำเนินงานทั้งในเรื่องการป้องกัน ปราบปราม และการควบคุมสารตั้งต้น เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาการผลิตและการค้ายาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลโดยตรงต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านต่อไป" เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าว







