
บิ๊กป้อมสั่งเหล่าทัพช่วยดูแลความสงบช่วงประชามติร่างรธน.
พล.อ.ประวิตรสั่ง ผบ.เหล่าทัพ ช่วยรักษาความสงบช่วงประชามติ เตือนระวังการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสังคมออนไลน์ พร้อมกำชับจับตาการก่อการร้าย
พล.อ.ประวิตรสั่ง ผบ.เหล่าทัพ ช่วยรักษาความสงบช่วงประชามติ เตือนระวังการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสังคมออนไลน์ พร้อมกำชับจับตาการก่อการร้าย
เมื่อวันที่ 28 ก.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม โดยพล.อ.ประวิตรได้สั่ง หัวหน้าหน่วยขึ้นตรง กห. และ ผบ.เหล่าทัพ สนับสนุนการปฏิบัติงานของศูนย์รักษาความสงบของรัฐบาล เพื่อกำกับดูแล การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย มีความปลอดภัย สามารถบังคับใช้กฎหมายและปฏิบัติตามหน้าที่ได้อย่างเคร่งครัดและสุจริต รวมทั้งเพื่อให้กระบวนการลงประชามติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใสและเป็นไปตามความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
พล.อ.ประวิตร ยังขอให้ระวังการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยขอให้ เจ้าหน้าที่ได้ศึกษาบทเรียน จากการส่งต่อและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จหรือคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงในสื่อสังคมออนไลน์ ที่แพร่กระจายและสร้างความตื่นตระหนกหรือความเสียหายต่อสังคมทั้งในและต่างประเทศอย่างรวดเร็ว โดยร่วมกันติดตาม ตรวจสอบที่มาของข่าวสารที่ได้รับ พร้อมทั้งร่วมสร้างการตระหนักรู้และความเข้าใจ กับข้าราชการและประชาชน ให้ร่วมกันใช้วิจารณญาณ ไตร่ตรองอย่างรอบคอบกับข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ ก่อนเผยแพร่ ส่งต่อข้อมูลดังกล่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อป้องกันและจำกัดความเสียหายที่อาจกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของสังคม
นอกจากนี้ ขอให้ช่วยสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงานของรัฐบาลให้ความสำคัญกับการชี้แจงและสร้างความเข้าใจกับประชาชน ควบคู่กับข้าราชการระดับปฏิบัติงานของหน่วย ถึงความพยายามร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ในการแก้ไขปัญหา ฐานรากเดิมของประเทศ รวมทั้งเหตุผลและความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ เพื่อจัดระเบียบสังคมและบ้านเมือง ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ซึ่งในอนาคตหากคณะรักษาความสงบแห่งชาติหมดหน้าที่ ข้าราชการและประชาชน จำเป็นต้องเข้ามาดูแล และดำเนินการได้อย่างเป็นระบบและมีระเบียบมากขึ้น
พล.อ.ประวิตร ยังกำชับการดูแลความปลอดภัยภายในประเทศว่า จากสถานการณ์ก่อการร้ายที่เกิดขึ้นหลายครั้งในทวีปยุโรป ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ปัญหาดังกล่าว มีผลกระทบเชื่อมโยงต่อความมั่นคงของภูมิภาค ซึ่งหลายประเทศได้ยกระดับการรักษาความปลอดภัยและแจ้งเตือนประชาชน
"ขอให้หน่วยขึ้นตรง กห. และเหล่าทัพ ติดตามข่าวสารและตั้งอยู่ในความไม่ประมาท โดยให้ความสำคัญกับมาตรการ ด้านการข่าว ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน พร้อมทั้งเพิ่มความเข้มงวดกวดขันการรักษาความปลอดภัยที่ตั้งหน่วยและสถานที่สำคัญ ที่อยู่ในความรับผิดชอบหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ตามความเหมาะสมและความจำเป็นของสถานการณ์ เพื่อป้องกันมิให้การก่อเหตุร้ายเกิดขึ้น"พล.อ.ประวิตรกล่าว







