
เปิดแคมเปญปลดหนี้ครบวงจร
แล้วก็เป็นอะไรที่สอดคล้องกับผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนหรือโพลแห่งชาติ ที่ระบุก่อนหน้านี้ว่า ประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาหนี้สินเป็นลำดับแรก พร้อมกับชิงจังหวะซื้อใจประชาชนเมื่อ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมากล่าวว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะถือฤกษ์วันที่ 16 ส.ค. ประกาศแผนแม่บทแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างครบวงจร
แล้วก็เป็นอะไรที่สอดคล้องกับผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนหรือโพลแห่งชาติ ที่ระบุก่อนหน้านี้ว่า ประชาชนต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาหนี้สินเป็นลำดับแรก พร้อมกับชิงจังหวะซื้อใจประชาชน
เมื่อ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมากล่าวว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะถือฤกษ์วันที่ 16 ส.ค. ประกาศแผนแม่บทแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างครบวงจร
โดยขับเคลื่อนผ่านกระทรวงการคลัง กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงศึกษาธิการ
ในส่วนของหนี้นอกระบบ ขณะนี้มีผู้มาลงทะเบียน 1.2 ล้านคน รัฐบาลดำเนินการไปแล้วกว่า 4 แสนคน โดยรูปแบบของการดำเนินการจะใช้สถาบันการเงินระดับฐานราก ได้แก่ สถาบันการเงินที่มีการรวมกลุ่มเป็นสวัสดิการออมทรัพย์ สวัสดิการชุมชน และจะสนับสนุนการดำเนินการร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลังและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เพื่อทำหน้าที่ในการสร้างสวัสดิการพื้นฐานร่วมกันกับกองทุนการออมเพื่อการชราภาพ ควบคู่กันกับการเข้ามารองรับปัญหาหนี้นอกระบบอย่างครบวงจร
สำหรับสถาบันการเงินของรัฐจะมีการดำเนินการทั้งผ่านธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ในส่วนหนี้นอกระบบนั้น ก็จะมีระบบป้องกันการกลับเข้าสู่หนี้นอกระบบ โดยการออกบัตรลดหนี้ให้
“หากผู้เข้าร่วมโครงการมีการชำระผ่อนดอกเบี้ยต่อสถาบันการเงินของรัฐครบ 12 ปี ก็จะมีสิทธิได้รับเงินต้นคืน 50% ของยอดที่มีการผ่อนคืนในช่วง 12 เดือนแรก โดยบัตรนี้จะสามารถเข้าไปกดเพื่อได้เงินคืน และป้องกันการกลับเข้าสู่หนี้นอกระบบได้”
ส่วนกลุ่มหลักที่มีการหาผู้ค้ำประกันได้สำเร็จ 4 แสนคนนั้น จะให้ธนาคารออมสินดำเนินปลดหนี้นอกระบบ โดยการโอนหนี้เข้าสู่หนี้ในระบบ และจะให้กับผู้ที่เข้าโครงการเป็นเวลา 3 วัน โดยขยายความครอบคลุมไปถึงผู้ที่ลงทะเบียนอีกประมาณ 7 แสนกว่าคน แต่ยังไม่สามารถหาผู้ค้ำประกันหรือไม่มีอาชีพที่มีรายได้เพียงพอ ก็จะมีการดำเนินการร่วมกันผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อปล่อยสินเชื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้ และร่วมกับกระทรวงแรงงานในการจัดหางานให้ทำ เพื่อที่จะสามารถมีรายได้เพียงพอที่จะได้รับการค้ำประกันโดย บสย. และเข้าสู่โครงการเพิ่มเติมจนครบยอด 1.2 ล้านคน
ในส่วนหนี้ของเกษตรกร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้กองทุนฟื้นฟูกว่า 1 ล้านคน จะมีโครงการในการที่จะให้ผ่อนชำระใน 15 ปี โดยลดเงินต้น 50% และเวลาการผ่อนปลอดดอกเบี้ย
หนี้สินครู เป็นหนี้เกือบ 4 แสนราย รัฐบาลจะแก้ปัญหาโดยดำเนินการผ่าน 3 กลไก ได้แก่ 1.กองทุนแก้ไขหนี้สินครู มีผู้เข้าร่วมโครงการ 5 หมื่นคน 2.ดำเนินการผ่านธนาคารออมสิน มีผู้เข้าร่วมโครงการ 1.52 แสนคน และ 3.สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งมีสมาชิกเข้าร่วม 3 แสนคน
กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ขับเคลื่อนผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยนำร่องในกรุงเทพฯ ภายใต้โครงการยิ้มสู้กู้สร้างอาชีพ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยการจัดหาแหล่งเงินกู้ให้กับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพจักรยานยนต์รับจ้าง ข้าราชการ กลุ่มอาชีพหาบเร่ แผงลอย โดยจะเป็นรูปแบบการดำเนินการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนอื่นๆ ด้วย







