
ดีเอสไอฟันสมเด็จช่วง
ผลสอบรถหรูผิดชัดจ่อแจ้งข้อหาโทษสูงสุดคุก3ปี
ผลสอบรถหรูผิดชัดจ่อแจ้งข้อหาโทษสูงสุดคุก3ปี
โพสต์ทูเดย์ - ดีเอสไอสรุปผลสอบรถหรู “สมเด็จช่วง” ผิดทุกขั้นตอน เลี่ยงภาษี เตรียมแจ้งข้อหา เผยความผิดโทษสูงสุดจำคุก 3 ปี
พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค แถลงผลการตรวจสอบรถเบนซ์คลาสสิก ทะเบียน ขม 99 ที่มีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วงเป็นผู้ครอบครองว่า พบผิดหลายขั้นตอน ตั้งแต่การนำเข้าเครื่องยนต์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การชำระภาษี และการจดทะเบียนรถกับกรมการขนส่งทางบก
ทั้งนี้ จากข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบพบมีการปลอมลายมือชื่อของนางกาญจนา มากเหมือน เจ้าของโรงประกอบรถยนต์เพื่อสำแดงราคารถยนต์ขอชำระภาษีสรรพสามิตในราคา 5.7 แสนบาท แต่ในความจริงมีการซื้อขายรถยนต์ในราคา 4 ล้านบาท ในส่วนนี้จึงเป็นการชำระภาษีไม่ถูกต้อง นอกจากนี้การนำรถไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกมีการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จกับเจ้าพนักงานว่ามีการซื้อรถมาในราคา 1 ล้านบาท แต่ความจริงซื้อมาในราคา 4 ล้านบาท
สำหรับผู้ครอบครองรถที่ประกอบขึ้นโดยชำระภาษีไม่ครบ พบว่าได้ร่วมกันครอบครองรถอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การประกอบเสร็จสิ้นจนถึงปัจจุบัน โดยผู้ครอบครองย่อมรู้ว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถที่ได้มาโดยมิชอบตามกฎหมาย มีความผิดฐานร่วมกันมีไว้ ครอบครองสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน ระวางโทษสูงสุดจำคุก 3 ปี และต้องเสียภาษีพร้อมค่าปรับให้ครบถ้วน หลังได้รับการประเมินภาษีดีเอสไอจึงจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ รถคันดังกล่าวมีชื่อของสมเด็จช่วง เป็นผู้ครอบครองมือแรกและมือเดียว
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า สำหรับกรณีรถยนต์โบราณ ยี่ห้อแพนเธอร์ ของพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม พบว่า มีความผิดฐานเลี่ยงภาษีอากร ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาเรียกเก็บอากรในส่วนที่ขาดจากกรมศุลกากร เมื่อได้รับผลแล้วจะเรียกพระครูปลัดสิทธิวัฒน์มาแจ้งข้อหาต่อไป
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่สามารถพูดได้ว่า ผลการตรวจสอบรถหรูของสมเด็จช่วงจะส่งผลต่อการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่หรือไม่
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใครผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ ส่วนจะเมื่อไรก็เมื่อนั้น







