posttoday
เมื่อเศรษฐกิจ Digital ล้ำหน้าการเมือง Analog

เมื่อเศรษฐกิจ Digital ล้ำหน้าการเมือง Analog

22 กรกฎาคม 2559

โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล

โดย...ณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเศรษฐกิจกับการเมืองแยกกันไม่ออกเข้าไปทุกวัน การตัดสินใจของประชาชนวันนี้จะมีคำถามทางเศรษฐกิจปนมาในทุกกรณี คำว่าระบบเศรษฐกิจที่หมายถึง ไม่ได้พูดเฉพาะเรื่องการนำเข้า ส่งออก ค้าปลีก ค้าส่ง การปล่อยสินเชื่อ หนี้สิน แต่หมายรวมถึงที่ทำกิน เศรษฐกิจชุมชน โครงสร้างการอยู่ร่วมกันระหว่างผู้ค้ารายใหญ่และรายเล็ก และขณะนี้หนักไปกว่าเดิมคือ เมื่อประเทศพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว และมี Platform ทาง Digital ที่สามารถรองรับการค้าได้อย่างหลากหลาย ประเทศไทยจึงเป็นเหมือนประเทศพัฒนาอื่นๆ เราเริ่มไล่ทัน เรามีผู้ค้า Digital เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในทุกระดับของการแข่งขัน แล้วเราจะไปกันยังไงต่อ อยู่ร่วมกันอย่างไรทางสังคมธุรกิจ?

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือเรื่องลึกลับซับซ้อนของโครงสร้างกฎหมายพาณิชย์ เรื่องภาษี เพราะว่าเมื่อเป็นเศรษฐกิจ Digital นั่นหมายความว่า Platform เหล่านี้สามารถข้ามประเทศได้ทันที ผู้ซื้อจะเข้าถึงผู้ขายข้ามชาติได้สะดวกง่ายดาย Supply Chain ทางธุรกิจแบบเก่าๆ จะถูกทำลายโดยธรรมชาติ จะไม่มีผู้นำเข้ารายใหญ่ จัดสินค้าให้ผู้ค้าส่ง ไปผู้ค้าปลีก ไปรายย่อย ตามลำดับขึ้นทางกำลังการซื้อเหมือนเช่นเคย คนกลางจะหายไปเรื่อยๆ และให้เชื่อเถอะว่า คำว่า Digital แปลว่า “เร็ว” และ “ไร้รูปแบบ” รัฐบาล ไม่สิ อาจต้องพูดว่า ประชาชนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ฝ่ายราชการ จะไปกันยังไงในโครงสร้างใหม่ที่อยู่บนอากาศนี้

สิ่งที่อยากเขียนถึงมากคือข่าวสารต่างๆ การสื่อสาร ช่องทางต่างๆ เปลี่ยนไปทั้งหมด การกำหนดทิศทางนโยบายเศรษฐกิจเพื่อให้ไปกันได้กับโลกใหม่แบบนี้ จะได้รับการจับจ้องมากจากสังคมอย่างเร็วและไร้รูปแบบ เมื่อเศรษฐกิจคือความเป็นจริงของชีวิต การกินดีอยู่ดี การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมและความสุขในการดำรงธุรกิจตามสมควร เพื่อไม่ให้สังคมมีความกดดันจนส่งผลไปที่การเมือง เกิดความเหลื่อมล้ำ ขัดแย้งสูงไปบนเวทีการเมือง การขัดแย้งทางเศรษฐกิจจะต่างจากการขัดแย้งทางการเมือง เพราะจะกระทบคนจำนวนมากในการใช้ชีวิตจริง ความเป็นอยู่จริง ไม่แสดงออกรุนแรงมาก แต่โครงสร้างจะค่อยๆ เปลี่ยนและปรับตัวเงียบๆ หากประเทศต้องกลับไปสู่ระบบการเลือกตั้ง ซึ่งต้องกลับไปอย่างแน่นอน ประเทศไทยคือประเทศประชาธิปไตยระบบตัวแทน เราไม่สามารถเลี่ยงข้อเท็จจริงนี้ได้เลยว่าเราต้องมีนักการเมือง

คำถามที่น่าสนใจ คือ นักการเมืองรับรู้ รับทราบ เรื่องเหล่านี้อย่างไร นักการเมืองเดินผ่านเรื่องเก่าๆ เดิมๆ แล้วมองไปข้างหน้าเพื่อมาจัดการกับความซับซ้อนของระบบเศรษฐกิจแบบใหม่นี้อย่างไร? เราอาจหมดศรัทธาได้เป็นบางช่วง แต่เราหนีความจริงไม่ได้ และต้องให้พวกเขารู้ว่าสังคมเศรษฐกิจหวังอะไรจากเขา การสร้างภาพเป็นคนดี คนเลว รักชาติ บริสุทธิ์ สดใส ไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่ต้องการคือ “ฝีมือ” ของนักการเมืองอาชีพ จะจากค่ายไหนก็ตาม นี่คือโลกใบใหม่ที่สามารถติดตามผลลัพธ์ (Outcome) ได้แบบ Digital

ในการสัมมนาหรือการประชุมสัมมนาที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากนักธุรกิจเล็กใหญ่หลายครั้งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา หรือแม้กระทั่งการเข้าไปสัมผัสกับแนวคิดนักธุรกิจรุ่นเก่า รุ่นใหม่โดยตรง ผู้เขียนมองเห็นสิ่งหนึ่งอย่างชัดเจน คือ ทุกคนเข้าใจร่วมกันว่าเรากำลังอยู่บนสิ่งใหม่และความไม่แน่นอน เรากำลังอยู่บนโลกที่ความเร็วและการเข้าถึงคือยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องใช้แข่งขันทางการค้า นี่คือสิ่งใหม่ ส่วนสิ่งเก่าไม่ว่าเรื่องกฎหมายการค้า องค์กรการค้าต่างๆ การสร้างพลังจากการรวมกลุ่มการค้า การใช้อำนาจเหนือตลาดในบางเรื่อง ภาพลักษณ์ กำลังค่อยๆ หมดพลังไป เมื่อผู้บริโภคหรือตลาดไม่ได้ถูกจำกัดให้ซื้อขายบนโครงสร้างเดี่ยวแบบเดิม

ไม่แปลกใจเลยว่า เพียง 1 เดือนที่ผ่านมา ผู้เขียนนั่งนับจำนวน E-Commerce ที่ประกาศตัวว่าจะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยบวกกับของคนไทยเองได้ประมาณ 12 บริษัท มาจาก 5 ชาติ ทั้งเอเชียและสหรัฐอเมริกา และมีคำถามต่อไปอีกว่าถ้าเป็นแบบนี้ เราจะไปทำการค้าบน Digital Platform นี้ที่ประเทศอื่นบ้างได้หรือไม่? เขาเข้ามาได้ เราก็ควรไปได้ ถ้าคิดแบบง่ายๆ สิ่งหนึ่งที่ประเทศไทยและ CLMV ยังมีความได้เปรียบอยู่เล็กน้อยคือทรัพยากรทางการเกษตร แม้ว่ายังต้องปรับขบวนการผลิต ดูแลเรื่องต้นทุน ประสิทธิภาพมากมาย เพื่อให้เป็นเกษตรกึ่งอุตสาหกรรมได้ เพราะหากมองเพื่อนบ้านแล้ว การขับเคลื่อนประเทศไปทางการเกษตรพื้นฐานโดยไม่มีมูลค่าเพิ่มอาจ จะไม่ใช่จุดได้เปรียบของไทยอีกต่อไป จุดเด่นของประเทศไทยจะไปอยู่ตรงไหน ในอีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้า? เราจะออกไปผจญภัยกันบ้างหรือไม่สำหรับนักธุรกิจขนาดกลางและเล็ก เพราะขนาดใหญ่เขาไปนานแล้ว เรามี Digital Economy แล้ว ต้นทุนการขยายตัวไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป สัปดาห์นี้มีผู้เขียนมีแต่คำถามและคำถาม สำหรับคนส่วนใหญ่ ต้องย้ำให้บ่อยๆ เรื่องนี้ เพื่อ “คนส่วนใหญ่”

การจัดวางตำแหน่งเหล่านี้ทั้งหมด คือยุทธศาสตร์ คือทิศทางและความเป็นอยู่ของคนทั้งชาติในอนาคต ซึ่งอาจจะไม่ใช่เฉพาะคนรุ่นนี้ แต่กระทบถึงคนรุ่นต่อไปอีกหลายๆ รุ่น หน้าตาประเทศจะเป็นอย่างไร ให้คนส่วนใหญ่ของเราเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือให้คนของเราเป็นลูกจ้าง? และลูกจ้างใคร ชาติไหน? ใครอยากชนะ อยากได้อำนาจบริหารต้องหาทางทำ สื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ คิดได้ พูดได้ ทำไม่ได้ หรือไม่ได้ทำ จะการเมืองแบบไหนก็ไม่มีความยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก