posttoday
เงินนอกไหลบ่าเข้าหุ้นเอเชีย ญี่ปุ่นเทเงินเข้าระบบเพิ่ม

เงินนอกไหลบ่าเข้าหุ้นเอเชีย ญี่ปุ่นเทเงินเข้าระบบเพิ่ม

21 กรกฎาคม 2559

เม็ดเงินต่างประเทศยังคงทะลักเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ในวันที่20ก.ค.2559ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเอเชียหลายตลาดปรับตัวขึ้นแรง เช่น ตลาดหุ้นฮ่องกง ดัชนีฮั่งเส็ง ทะยาน209.28จุด หรือ0.97%ตลาดหุ้นอินโดนีเซียดีดขึ้น69.99จุด หรือ1.35%รวมถึงตลาดหุ้นไทย ดัชนีทะลุ1,500จุด ไปอย่างง่ายดาย และปิดที่  1,510.03จุด เพิ่มขึ้น18.03จุด คิดเป็น1.21%ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น64,102.78ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหนักถึง5,049ล้านบาท พอร์ตเทรดโบรกเกอร์ผสมโรงซื้อ1,101ล้านบาท เน้นหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ สื่อสาร และพลังงาน

เม็ดเงินต่างประเทศยังคงทะลักเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ในวันที่20ก.ค.2559ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นเอเชียหลายตลาดปรับตัวขึ้นแรง เช่น ตลาดหุ้นฮ่องกง ดัชนีฮั่งเส็ง ทะยาน209.28จุด หรือ0.97%ตลาดหุ้นอินโดนีเซียดีดขึ้น69.99จุด หรือ1.35%รวมถึงตลาดหุ้นไทย ดัชนีทะลุ1,500จุด ไปอย่างง่ายดาย และปิดที่  1,510.03จุด เพิ่มขึ้น18.03จุด คิดเป็น1.21%ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น64,102.78ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหนักถึง5,049ล้านบาท พอร์ตเทรดโบรกเกอร์ผสมโรงซื้อ1,101ล้านบาท เน้นหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ สื่อสาร และพลังงาน

อดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ธนชาต กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในเอเชีย จากกระแสเงินทุนไหลเข้าผลักดันให้ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดมีแรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ เช่น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย และบริษัท ท่าอากาศยานไทย

อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ในวันที่21ก.ค. และการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส2/2559ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดเผยผลดำเนินงานงวดไตรมาส2มีกำไรสุทธิ12,817ล้านบาท ลดลง400ล้านบาท หรือประมาณ3%จากกำไรสุทธิ13,217ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ดีขึ้นจากไตรมาส1/2559ที่มีกำไรสุทธิ10,545ล้านบาท รวม6เดือนแรกปีนี้ มีกำไรสุทธิ23,368ล้านบาท ลดลงถึง3,006ล้านบาท หรือประมาณ11%จากที่มีกำไรสุทธิ26,369ล้านบาท

ธนาคารไทยพาณิชย์ ชี้แจงว่า กำไรที่ลดลงในไตรมาส2เป็นผลมาจากการเพิ่มการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเป็นพิเศษ ธนาคารได้ตัดสินใจเพิ่มค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญดังกล่าว เนื่องจากธนาคารมีกำไรพิเศษจากการกลับรายการสำรองประกันภัยของSCB Lifeเพื่อให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพมีความแข็งแกร่งขึ้นมาเป็น130%ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น24,391ล้านบาท จากกำไร21,494ล้านบาท ในไตรมาส2/2558จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างชาติมีการขายเงินลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย โดยสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA)ระบุว่า กระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติไหลออกสุทธิ12,892ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการขายสุทธิ3,092ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ จำนวน9,800ล้านบาท ส่วนกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซื้อสุทธิ9,809ล้านบาท

สำหรับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวเพิ่มขึ้น0.03-0.10%โดยเฉพาะตราสารรุ่นอายุ20ปี ซึ่งมีการประมูลจำนวน1หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น0.10%ส่วนตราสารอายุ5ปี ปิดที่1.69%เพิ่มขึ้นจากวันก่อน0.01%

ด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจ มัวรีส ออบส์เฟลด์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวว่า ญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องแทรกแซงค่าเงินให้อ่อนค่าลงเพื่อช่วยการขยายตัวเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ เนื่องจากค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอย่างปกติแม้จะมีความผันผวน แต่การปล่อยให้ค่าเงินเคลื่อนไหวได้อย่างยืดหยุ่นจะช่วยต่อการปรับตัวหากมีภาวะช็อกทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นจริง

นอกจากนี้ ออบส์เฟลด์ ระบุว่า การใช้นโยบายศร3ดอกตามนโยบายอาเบะโนมิกส์ ได้แก่ การใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย การกระตุ้นทางการคลัง และการปฏิรูปโครงสร้าง รวมถึงนโยบายกระตุ้นการเติบโตของค่าจ้างแรงงาน จะช่วยเศรษฐกิจขยายตัว เช่นเดียวกับอัตราเงินเฟ้อโดยไม่จำเป็นต้องแทรกแซงค่าเงิน

ด้าน บีเอ็มโอ แคปปิตัล มาร์เก็ตส์ บริษัทวิจัยจากแคนาดา เปิดเผยว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เข้าซื้อคืนพันธบัตรตามนโยบายซื้อคืนสินทรัพย์วงเงิน80ล้านล้านเยน (ราว24ล้านล้านบาท) มากถึง33.9%ของพันธบัตรรัฐบาลทั้งตลาด เมื่อเทียบกับการใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตลอดระยะเวลาการใช้นับตั้งแต่ปี2008ที่ราว17.4%เท่านั้น ส่งผลให้เป็นข้อจำกัดในการเพิ่มการซื้อขายสินทรัพย์ของบีโอเจในอนาคต

ขณะเดียวกัน จากผลสำรวจนักเศรษฐศาสตร์ของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก พบว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะคงอัตราดอกเบี้ย รวมถึงขนาดและระยะเวลามาตรการคิวอีเอาไว้ที่8หมื่นล้านยูโร (ราว3ล้านล้านบาท) สิ้นสุดเดือนมี.ค.2017เอาไว้ในการประชุมวันที่21ก.ค. เพื่อรวบรวมข้อมูลทางเศรษฐกิจก่อนกำหนดขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจดังกล่าว พบว่า นักเศรษฐศาสตร์คาดจะมีการกระตุ้นภายในปี2559นี้ โดยก่อนหน้านี้ มาริโอ ดรากี ผู้ว่าการอีซีบี เปิดเผยว่า เบร็กซิตมีแนวโน้มส่งผลกระทบให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจยูโรโซนลดลง0.5%ในช่วง3ปีข้างหน้า ส่งผลให้นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนเชื่ออีซีบีอาจกระตุ้นเพิ่มในเดือน ก.ย.ที่จะถึงนี้ หลังได้รับข้อมูลเศรษฐกิจเพียงพอ

นอกจากนี้ ดรากีมีแนวโน้มเป็นการขอคำสนับสนุนจากรัฐบาลในการใช้นโยบายการเงิน การคลัง และการผ่อนกฎควบคุมดูแลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงกระตุ้นความเชื่อมั่นของตลาดด้วยการยืนยันศักยภาพในการกระตุ้น เศรษฐกิจของอีซีบี

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า เจ้าหน้าที่เฟดหลายคนต่างเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ การขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปี2559นี้ หากข้อมูลทางเศรษฐกิจยังชี้ทิศทางอยู่ในเกณฑ์ดี เช่น โลเร็ตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ซึ่งมีสิทธิออกเสียงในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน(เอฟโอเอ็มซี) เปิดเผยว่า การจ้างงานยังเรียกได้ว่าเป็นการจ้างงานสมบูรณ์ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

จากการเปิดเผยดังกล่าว ส่งผลให้แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย0.25%ภายในเดือน ก.ย. ปรับขึ้นเป็น60%เมื่อวันที่20ก.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับ12%เมื่อวันที่18ก.ค. ซึ่งได้รับผลกระทบจากการจ้างงานเดือน พ.ค. ที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย.2010รวมถึงเบร็กซิต

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ