
รพ.ตรังยันหมอไม่ได้ผิดพลาด แต่คนไข้ท้องนอกมดลูก2ข้าง
รพ.ตรัง แถลงยืนยันพทย์ผ่าตัดมดลูกไม่ผิดข้าง ทำถูกต้องทุกขั้นตอน แต่คนไข้ท้องนอกมดลูกทั้ง 2 ข้าง ชี้พบยากโอกาสเกิดขึ้น 1 ใน2แสนราย
รพ.ตรัง แถลงยืนยันพทย์ผ่าตัดมดลูกไม่ผิดข้าง ทำถูกต้องทุกขั้นตอน แต่คนไข้ท้องนอกมดลูกทั้ง 2 ข้าง ชี้พบยากโอกาสเกิดขึ้น 1 ใน2แสนราย
เมื่อวันที่ 19 ก.ค. พญ.จิรวรรณ อารยพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรัง พร้อมด้วยนายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง ร่วมกันแถลงข่าว กรณีแพทย์โรงพยาบาลตรังตัดมดลูกคนไข้หญิงอายุ 30 ปี หลังจากที่สามีของผู้ป่วยได้ร้องเรียนว่า แพทย์ได้ผ่าตัดมดลูกผิดข้าง
พญ.จิรวรรณ แถลงยืนยันว่า คนไข้มีอาการตั้งครรภ์นอกมดลูกจริงทั้ง 2 ด้าน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากมาก นับเป็น 1 ใน 2 แสนรายที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าแพทย์โรงพยาบาลตรัง ไม่ได้ผ่าตัดผิดพลาด เนื่องจากการตรวจสอบและวินัยฉัยด้วยสายตาขณะผ่าตัดนั้น พบว่าคนไข้ มีอาการตั้งครรภ์ที่ปีกมดลูกด้านซ้ายพบก้อนเนื้อ ประมาณ 2.2 ซม.และมีเลือดออก แพทย์จึงเร่งทำการผ่าตัดในข้างที่มีความเสี่ยงสูงกว่า ส่วนอีกข้างในขณะนั้นยังเป็นปกติดีอยู่ และส่งชิ้นเนื้อไปตรวจไปยังหน่วยงานที่รับตรวจชิ้นเนื้อ โดยพยาธิแพทย์ ผลปรากฏว่าด้านซ้ายท้องนอกมดลูกจริงไม่ได้เป็นการผ่าตัดผิดข้างอย่างแน่นอน
"คนไข้เคสนี้ท้องนอกมดลูกทั้ง 2 ข้างของท่อนำไข่ ครั้งที่ 2จึงได้รับการผ่าตัดด้านขวา ซึ่งข้างขวาจากการมองด้วยสายตาก้อนเนื้อโตขึ้นและเห็นได้ชัดเจนว่าท้องนอกมดลูก ซึ่งส่งผลชิ้นเนื้อไปตรวจเช่นเดียวกัน ตอนนี้กำลังรอผลอยู่ เรียกได้ว่าการท้องนอกมดลูกพร้อมกัน2 ข้างพร้อมกันเกิดขึ้นได้น้อยมาก โดยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดได้พยายามจะเก็บท่อนำไข่เอาไว้แต่ทำได้อยากมาก เลยทำไม่สำเร็จ โดยหากปล่อยไว้เด็กขยายตัวโตขึ้นและไม่สามารถจะอยู่ได้"ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรังกล่าว
ส่วนประเด็นที่มีข้อสงสัยว่าคนไข้จะสามารถมีบุตรได้อีกหรือไม่นั้น พญ.จิรวรรณชี้แจงว่า คนไข้ยังสามารถมีบุตรได้ ถ้าการผลิตไข่ยังสมบูรณ์ มดลูกยังปกติอยู่ ส่วนสามีอสุจิสมบูรณ์ก็สามารถใช้เทคโนโลยีอนามัยเจริญพันธุ์ทำเด็กหลอดแก้วไปฝังในมดลูก ก็สามารถจะมีลูกได้ ไม่ได้ปิดโอกาสในการมีลูกแต่อย่างใด โดยทางโรงพยาบาลก็ยินดีจะให้คำปรึกษา
ด้านนายแพทย์วิฑูรย์ เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจ.ตรัง กล่าวว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา เพื่อให้ความกระจ่างกับทั้ง 2ฝ่าย โดยมีการตรวจสอบทั้งกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้นจากข่าวที่แพร่สะพัดออกไป รวมไปถึงกระบวนการขั้นในการผ่าตัด พร้อมมีการตั้งกรรมการจากต่างจังหวัด แพทยสภา กระทรวง ฯลฯ พร้อมพูดคุยกับครอบครัวของผู้ป่วย โดยจะดำเนินการในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ส่วนในเรื่องของการที่ครอบครัวของคนไข้ได้ไปแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้ ก็เป็นอภิสิทธิ์ของคนไข้







