
เร่งที่ดินให้ชัดเจน
นับเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลชุดนี้เอาจริงเอาจังในการเข้าไปจัดระเบียบแบ่งเขตที่ดิน ซึ่งมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนหมักหมมมาอย่างยาวนานให้ชัดเจนขึ้น ว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่เขตป่าสงวน พื้นที่อุทยาน พื้นที่จัดสรรให้ทำกิน และด้วยอำนาจที่มีอย่างเบ็ดเสร็จจากการใช้มาตรา 44 เข้าไปดำเนินการ ทำให้หลายฝ่ายคาดหวังว่าการกำหนดเขตที่ดินจะชัดและออกมาได้เร็ว แต่ผ่านไปแล้วเป็นปี หลายพื้นที่ก็ยังไม่มีความชัดเจน ยังคงรอพิสูจน์สิทธิเหมือนกับที่ผ่านมา ซึ่งต้องรอเป็นเวลาหลายสิบปีก็ยังไม่ได้ จนหลายฝ่ายอดสงสัยไม่ได้ว่า ที่ยังดึงเรื่องไว้ เพราะมีวาระซ่อนเร้นอะไร
นับเป็นเรื่องดีที่รัฐบาลชุดนี้เอาจริงเอาจังในการเข้าไปจัดระเบียบแบ่งเขตที่ดิน ซึ่งมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนหมักหมมมาอย่างยาวนานให้ชัดเจนขึ้น ว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่เขตป่าสงวน พื้นที่อุทยาน พื้นที่จัดสรรให้ทำกิน และด้วยอำนาจที่มีอย่างเบ็ดเสร็จจากการใช้มาตรา 44 เข้าไปดำเนินการ ทำให้หลายฝ่ายคาดหวังว่าการกำหนดเขตที่ดินจะชัดและออกมาได้เร็ว แต่ผ่านไปแล้วเป็นปี หลายพื้นที่ก็ยังไม่มีความชัดเจน ยังคงรอพิสูจน์สิทธิเหมือนกับที่ผ่านมา ซึ่งต้องรอเป็นเวลาหลายสิบปีก็ยังไม่ได้ จนหลายฝ่ายอดสงสัยไม่ได้ว่า ที่ยังดึงเรื่องไว้ เพราะมีวาระซ่อนเร้นอะไร
ตามที่ทราบกัน นับตั้งแต่รัฐประกาศพื้นที่เขตอุทยาน เพื่อต้องการรักษาป่าไว้แก้ปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยที่ต้นเหตุ ปัญหาที่ตามมาก็คือ พื้นที่เขตอุทยานที่ประกาศไป เกิดทับซ้อนระหว่างพื้นที่ป่ากับพื้นที่ทำกินของชาวบ้านไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ซึ่งมีความเจริญทางเศรษฐกิจเข้าไปมาก เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ที่มีการปลูกรีสอร์ท โรงแรม ที่พักในรูปแบบต่างๆ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเข้าไปสร้างบ้านพักแนวราบ แนวสูงในพื้นที่ดังกล่าว จะยิ่งมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อนมากขึ้น มีปัญหาโฉนดบินไปสวมเขตพื้นที่ป่าสงวน
จากปัญหาที่หมักหมมมาหลายสิบปีดังกล่าว รัฐบาลได้ประกาศจะเข้าไปจัดการ ซึ่งหลายฝ่ายต่างยินดีที่ปัญหาดังกล่าวจะได้รับการแก้ไข ได้รับการออกโฉนดให้ถูกต้องตามกฎหมาย จะได้รู้ว่าที่ดินแปลงไหนถูกต้อง ที่ดินแปลงไหนบุกรุกผิดกฎหมาย จะได้ยื่นเรื่องชี้แจงร้องคัดค้านพิสูจน์สิทธิกันให้เป็นเรื่องเป็นราวถูกต้องตามกฎหมาย แต่จากการที่ยังคงเงื้อง่าราคาแพง ทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้อ้างสิทธิในที่ดินซึ่งเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน ทั้งผู้ที่จะเข้าไปทำกินปลูกพืชสร้างผลผลิต ผู้ซื้อผู้ขายที่ดินนำไปพัฒนาในรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงรัฐที่จะนำที่ดินมาใช้สร้างประโยชน์ให้เกิดกับส่วนรวม
ปัญหานี้เห็นได้จากกรณีของที่ดินแถบเขาใหญ่ นับตั้งแต่รัฐบาลประกาศตรวจสอบเอกสารสิทธิครั้งใหญ่ตั้งแต่ปี 2557-2558 ที่ผ่านมา สภาพทรัพย์สินที่ดินในย่านดังกล่าวก็เหมือนตกอยู่ในสภาพสุญญากาศ ความเคลื่อนไหวโครงการลงทุน หรือซื้อขายเปลี่ยนมือเกิดขึ้นน้อยมาก เห็นได้จากรายงานของฝ่ายวิจัยคอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ที่แจ้งว่าภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เมืองท่องเที่ยวหลักของประเทศไทย ในส่วนของพื้นที่เขาใหญ่ชะลอตัวหนักมาก โดยเฉพาะบ้านพักตากอากาศแนวราบที่ไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่เลย ตั้งแต่การตรวจสอบเอกสารสิทธิครั้งใหญ่ปี 2557 ส่วนคนซื้อก็น้อยลงมาก เพราะยังไม่มั่นใจว่าโครงการที่ปลูกสร้างหรือกำลังจะสร้างผิดกฎหมายหรือไม่
ผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว นับเป็นเพียงส่วนหนึ่งจากหลายภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน ทั้งธุรกิจท่องเที่ยว การเกษตรกรรมที่เกษตรกรอาจจะมีการรุกล้ำแนวป่าเข้าไปอย่างที่ตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจ รวมทั้งชนกลุ่มน้อยที่วัฒนธรรม มีการทำไร่เลื่อนลอย ซึ่งก็ต้องการให้รัฐเข้าไปช่วยแก้ปัญหาอีกรูปแบบหนึ่ง
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงอยากให้รัฐเข้าไปดำเนินการต่อเนื่องเร่งด่วนในการแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนไม่ให้กลายเป็นสุญญากาศเช่นปัจจุบันนี้ ซึ่งหากการพิสูจน์สิทธิยังช้าเป็นหลายสิบปีเหมือนกับที่ผ่านมา สิ่งนี้ก็จะเป็นปัญหาซ้อนปัญหาพื้นที่ทับซ้อนเดิม และเป็นช่องให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นช่องให้เกิด ส.ค.1 บินไปสวมสิทธิพื้นที่ป่าสงวนอีกมากมาย ให้เป็นเขาหัวโล้นเกิดปัญหาภัยแล้งน้ำท่วมตามมา
ดังนั้น หากรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดปัญหาภัยแล้งน้ำท่วม ก็ควรเร่งแก้ปัญหาที่ดินให้ชัด หากผิดกฎหมายก็ดำเนินการเลย ประชาชนเจ้าของที่ดินพร้อมพิสูจน์ ขออย่างเดียวขอให้เร็วอย่าดึงเรื่อง เพื่อหาประโยชน์แบบเดิมๆ ต่อไปอีกเลย







