posttoday
การบ้านรัฐบาล

การบ้านรัฐบาล

15 กรกฎาคม 2559

วันนี้จะเป็นวันแรกที่รัฐบาลเริ่มเปิดให้มีการลงทะเบียนระบบพร้อมเพย์ เพื่อเข้าสู่เฟสที่ 1 ของระบบการชำระเงินแห่งชาติ หรือเนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์ อย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่มีปัญหาในเรื่องการลงทะเบียน แต่มีปัญหาในเรื่องความไม่เข้าใจของประชาชนว่า ลงทะเบียนใช้ระบบนี้แล้วจะได้ประโยชน์อะไร หากไม่ได้เป็นผู้รับสวัสดิการจากรัฐบาล

วันนี้จะเป็นวันแรกที่รัฐบาลเริ่มเปิดให้มีการลงทะเบียนระบบพร้อมเพย์ เพื่อเข้าสู่เฟสที่ 1 ของระบบการชำระเงินแห่งชาติ หรือเนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์ อย่างเป็นทางการ ซึ่งไม่มีปัญหาในเรื่องการลงทะเบียน แต่มีปัญหาในเรื่องความไม่เข้าใจของประชาชนว่า ลงทะเบียนใช้ระบบนี้แล้วจะได้ประโยชน์อะไร หากไม่ได้เป็นผู้รับสวัสดิการจากรัฐบาล

น่าแปลกใจที่โครงการที่ดีและจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขีดความสามารถในการชำระเงิน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการค้าขายอย่างยิ่ง แต่เรื่องดังกล่าวถูกมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ปลอดภัยทางการเงิน และเริ่มมีกระแสต่อต้านไปในทางลบ ซึ่งเรื่องนี้ทั้งกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องออกมาชี้แจงเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน

แม้ศึกยกแรกในเรื่องการทำความเข้าใจกับประชาชนได้ผ่านไปแล้ว แต่ปัญหายังอยู่ การทำความเข้าใจในเรื่องปัญหาทางเทคนิคกับประชาชนในเรื่องใหม่เป็นเรื่องที่จะต้องให้ความรู้และข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดปัญหาขจัดความกลัวออกไปจากจิตใจ เพื่อจะใช้บริการได้อย่างสบายใจ

โดยเนื้อแท้ของระบบพร้อมเพย์นั้น เป็นแค่ส่วนหนึ่งของระบบชำระเงินแห่งชาติเท่านั้น เป้าหมายของระบบชำระเงินนั้นคือการลดใช้เงินสดในระบบเศรษฐกิจลง ช่วยให้ประเทศชาติประหยัดเงินในการนำเข้ากระดาษมาพิมพ์ธนบัตร การซื้อโลหะมาทำเหรียญกษาปณ์ ขณะนี้ผู้บริโภคเจอปัญหาร้านค้าไม่รับเหรียญหรือไม่ทอนเงิน ลดการใช้เช็ค ตรวจสอบเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพ ตรวจสอบการเสียภาษี มีข้อมูลไว้จัดการผู้เลี่ยงภาษี

ประโยชน์ของระบบการชำระเงินมีมากมาย และกว่าประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่ลดการใช้เงินสด ก็จะต้องมีการดำเนินการในเรื่องนี้อีกหลายระยะและอีกหลายปีกว่าระบบนี้จะสมบูรณ์ ฉะนั้นการประชาสัมพันธ์เรื่องระบบการชำระเงิน การทำความเข้าใจกับประชาชน ยังต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เกิดการต่อต้านขึ้นมาอีก ซึ่งไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ เวลาไหน แม้เวลานี้ปัญหาจะสงบลงก็ตาม นี่จึงเป็นการบ้านที่รัฐบาลจะต้องประชาสัมพันธ์ต่อไปให้ต่อเนื่อง

ไม่มีอะไรแก้ความกลัวได้นอกจากการชี้แจงความจริง หากประชาชนกลัวก็จะต้องโชว์ระบบการรักษาความปลอดภัย ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่กลัวเรื่องการออกซิมการ์ดใหม่ง่ายดาย อาจจะเป็นช่องโหว่ซึ่งเคยเกิดปัญหามาแล้ว ทาง ธปท.และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งทาง กสทช.เตรียมพิจารณาว่าในอนาคตอาจจะให้มีการปั๊มลายนิ้วมือเพื่อแสดงตัวตนจริงของผู้ที่จะออกซิมการ์ดโทรศัพท์ใหม่ หรือมีรหัสส่วนตัวแสดงตัวตนให้กับผู้ที่มีลายนิ้วมือจาง เช่น ผู้ประกอบอาชีพที่สัมผัสกับสารเคมีมาก เป็นต้น

การรักษาความปลอดภัยยังสามารถทำได้อีกหลายด้าน เช่น การจ้างแฮ็กเกอร์มืออาชีพมาหาจุดอ่อนของระบบ เหมือนกับที่ธนาคารพาณิชย์หรือองค์กรขนาดใหญ่เสียเงินปีละหลายร้อยล้านบาทจ้างแฮ็กเกอร์มืออาชีพมาเจาะระบบของธนาคาร เพื่อหาช่องโหว่และปิดช่องเสียเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงแบบหนึ่ง

เรื่องของเศรษฐกิจดิจิทัลยังเป็นของใหม่ในประเทศไทย หากไม่ได้ทำงานในสายงานด้านเทคโนโลยีโดยตรง หรือเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับคอมพิวเตอร์ ก็ต้องใช้เวลาเรียนรู้ที่จะปกป้องเงินของตัวเองให้ปลอดภัย ในช่วงแรกนี้ระบบพร้อมเพย์ไม่จำเป็นจะต้องใช้กับทุกคน หากไม่ใช่คนที่ต้องรับสวัสดิการจากรัฐ หรือมีธุรกรรมทางการเงินกับภาครัฐ จึงยังมีเวลาที่จะดูจนมั่นใจจึงจะเข้ามาใช้ระบบพร้อมเพย์ก็ได้

ขณะนี้รัฐบาลและเอกชนลงทุนเพื่อระบบชำระเงินแห่งชาติไปเยอะแล้ว การจะเลิกกลางทางเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ