posttoday
ปฏิรูปสื่อไม่ใช่คุมสื่อ

ปฏิรูปสื่อไม่ใช่คุมสื่อ

13 กรกฎาคม 2559

สิทธิพึงมีพึงได้ของพลเมืองในแต่ละกลุ่มสาขาอาชีพย่อมมีความแตกต่างกันไป จะใช้กฎหมายหรือกฎเกณฑ์เดียวกันมาใช้กำกับให้เสมอกันไม่ได้ แตกต่างจากสิทธิขั้นพื้นฐานบริการจากรัฐที่พลเมืองควรต้องได้รับอย่างเสมอภาคกัน เช่น บริการด้านสุขภาพ การศึกษา ฯลฯ  

สิทธิพึงมีพึงได้ของพลเมืองในแต่ละกลุ่มสาขาอาชีพย่อมมีความแตกต่างกันไป จะใช้กฎหมายหรือกฎเกณฑ์เดียวกันมาใช้กำกับให้เสมอกันไม่ได้ แตกต่างจากสิทธิขั้นพื้นฐานบริการจากรัฐที่พลเมือง
ควรต้องได้รับอย่างเสมอภาคกัน เช่น บริการด้านสุขภาพ การศึกษา ฯลฯ  

อาชีพสื่อสารมวลชนนั้นก็ไม่ได้รับการยกเว้นหรือได้รับสิทธิพิเศษอื่นใด หากการทำหน้าที่นั้นขาดความรับผิดชอบ ขัดต่อหลักกฎหมาย และศีลธรรมอันดีของบ้านเมือง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาจให้ความเห็นในลักษณะเหมารวมระหว่างการจับกุมผู้สื่อข่าวเว็บไซต์ประชาไท ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ กับการส่งสัญญาณในทำนองจะต้องมีการปฏิรูปสื่อ ให้เหมือนการปฏิรูปประเทศในด้านอื่นๆ ทั้งที่เป็นคนละเรื่องกัน

ทุกวันนี้ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติให้อาชีพสื่อได้รับการยกเว้นการถูกจับกุมดำเนินคดี ไม่มีกฎหมายใดบัญญัติให้อาชีพสื่อไม่ต้องรับผิดชอบต่อการทำหน้าที่ เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สื่อได้ถูกสังคมตรวจสอบอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของสมาคมวิชาชีพสื่อและนักหนังสือพิมพ์ก็ได้มีการเรียกร้องให้ผู้ประกอบวิชาชีพรอดพ้นจากอำนาจอันมิชอบ ไม่ว่าจากปากกระบอกปืน อำนาจทุน เพื่อให้เสรีภาพไม่ถูกล่ามโซ่ ไม่ให้ประชาชนถูกปิดหู ปิดตา และปิดปาก นั่นเพราะเชื่อมั่นว่าเสรีภาพสื่อคือเสรีภาพประชาชน

นั่นเป็นที่มาที่องค์กรวิชาชีพสื่อขอรับผิดชอบการทำหน้าที่โดยการกำกับดูแลกันเอง โดยไม่ต้องใช้กฎหมายมาควบคุม ส่วนจะมีความก้าวหน้า เป็นหนึ่งเดียว และเป็นที่ยอมรับจากสังคมมากน้อยแค่ไหนนั่นก็เป็นอีกประเด็น

อย่างไรก็ตาม จะด้วยสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของสื่อยุคใหม่ที่มีความรวดเร็ว มีสื่อใหม่เข้ามาเป็นทางเลือกมากมายหลายแขนง ยิ่งการแข่งขันกันเรื่องความเร็วในการเข้าถึงผู้รับสารมากเท่าใด โอกาสที่การสื่อสารจะมีความผิดพลาดย่อมมีสูง จึงถูกสังคมเรียกร้องถึงการแสดงความรับผิดชอบเรื่อยมา ซึ่งก็ไม่มีสื่อใดปฏิเสธกระบวนการเหล่านี้

ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อไม่ได้ปฏิเสธความเป็นจริงว่า ปัญหาด้านจริยธรรมสื่อในประเทศเราตลอดช่วงที่ผ่านมายังถูกตั้งคำถามทั้งเรื่องความไม่เป็นกลาง การนำเสนอเนื้อหามีความคลาดเคลื่อน มีส่วนส่งเสริมความรุนแรง มีการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลผู้ตกเป็นข่าว ไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ สื่อ ฯลฯ

โจทย์เหล่านี้ยังเป็นหน้าที่ขององค์กรสื่อและสมาคมวิชาชีพ โดยเฉพาะสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ที่จะต้องแสดงบทบาทในการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพให้มีความก้าวหน้า จับต้องได้ เป็นที่ยอมรับของสังคม เพื่อสร้างหลักประกันการใช้เสรีภาพให้อยู่บนความรับผิดชอบ เคร่งครัดต่อจริยธรรม รวมถึงให้เจ้าของหรือผู้บริหารองค์กรสื่อร่วมส่งเสริมและสนับสนุนการคุ้มครองสวัสดิภาพและสวัสดิการของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อให้มีความเข้มข้นเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน สมาคมสื่อจะต้องยับยั้ง ขัดขวางการข่มขู่ หรือการบั่นทอนอันจะทำให้อนาคตของผู้ทำหน้าที่กระบอกเสียงประชาชนทุกรูปแบบ เพื่อไม่ให้สื่อมวลชนถูกแทรกแซง ครอบงำ ไม่ว่าจะโดยอำนาจรัฐหรืออำนาจทุน แต่จะต้องมุ่งมั่นสร้างหลักประกันให้สังคมมีความมั่นใจและเชื่อถือได้ว่าการลิดรอนสิทธิเสรีภาพสื่อ การออกกฎหมายเพื่อหวังควบคุม และชี้นำสื่อไม่ว่าของรัฐหรือเอกชน เป็นกระบวนการที่ไม่ส่งเสริมความเป็นสังคมประชาธิปไตย

หาไม่แล้ว เสรีภาพของประชาชนจะถูกควบคุมโดยอำนาจที่ไม่มีความชอบธรรม

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน