ย้ำ"นายกฯ"มีอำนาจสอบรายนาม"สังฆราช"ก่อนทูลเกล้าฯ
"วิษณุ"ย้ำ"นายกฯ"มีอำนาจสอบรายนามสังฆราชก่อนขึ้นทูลเกล้าฯ ชี้สำนักสงฆ์-ประชาชน บุกรุกที่สปก.เข้าข่าย 3 เงื่อนไขผิดหมด
"วิษณุ"ย้ำ"นายกฯ"มีอำนาจสอบรายนามสังฆราชก่อนขึ้นทูลเกล้าฯ ชี้สำนักสงฆ์-ประชาชน บุกรุกที่สปก.เข้าข่าย 3 เงื่อนไขผิดหมด
วันที่ 12 ก.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมตรี กล่าวยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีอำนาจในการตรวจสอบรายนามสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดตามสมณศักดิ์ตามที่มหาเถรสมาคมเสนอ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ในการทูลเกล้าและรับสนองพระราชโองการ ซึ่งจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบหากเกิดปัญหา ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงต้องตรวจสอบก่อนดำเนินการ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าตรวจสอบเรื่องอะไรบ้าง เพราะเรื่องการทุจริตไม่ควรพูดในที่สาธารณะ โดยมหาเถรสมาคมมีอำนาจในการส่งเรื่องมายังรัฐบาลได้ แต่เมื่อเรื่องส่งมายังรัฐบาลแล้ว นายกรัฐมนตรีก็มีอำนาจในการตรวจสอบ ส่วนการแบ่งฝ่ายหลังจากที่มีการเปิดเผยความเห็นของกฤษฎีกาเรื่องดังกล่าวนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า การแบ่งฝ่ายมีมาก่อนหน้านี้ ซึ่งหน้าที่ของรัฐบาลจึงต้องทำความเข้าใจและอธิบายต่อสังคม
ขณะที่สมเด็จพระราชาคณะที่มีความอาวุโสตามสมณศักดิ์ถัดจากสมเด็จช่วง ยังมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ แต่ขณะนี้อาพาธหนัก ส่วนองค์ถัดมาคือสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธ และสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ตามลำดับ ซึ่งการแต่งตั้งจะพิจารณาจากอาวุโสตามสมณศักดิ์สมเด็จก่อนโดยไม่พิจารณาเรื่องนิกายแต่อย่างใด
นายวิษณุ ยังกล่าวถึงคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา 44 ที่มีคณะสงฆ์บุกรุกพื้นที่ป่าว่า ทั้งหมดอยู่ในข่ายคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถ้าเข้าข่ายว่าครอบครองที่ดิน 3 ประเภทคือ ครอบครองเกินร้อยไร่ ครอบครองเกิน 500 ไร่ พวกที่ศาลตัดสินแล้วว่าต้องออกจากพื้นที่ และหากไม่ออกสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ก็ต้องเข้าไปจัดการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือสำนักสงฆ์ก็ตาม ส่วนเจ้าหน้าที่นั้นเราไม่ยุ่งยากในการไปตรวจสอบเขา ไม่ต้องอาศัยมาตรา 44 เพราะกฎหมายที่มีอยู่เพียงพอจะจัดการอยู่แล้ว แต่ที่ต้องออกคำสั่งมาสองฉบับคือส.ป.ก.หรือฉบับภูทับเบิก เพราะกฎหมายไม่สามารถเข้าไปจัดการได้ หากฟ้องตามปกติจะใช้เวลานาน ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยเราก็ต้องจัดการ แต่เราจะบอกว่าไปจัดการเจ้าหน้าที่ก่อนจะมาจัดการที่ดินนั้นพูดไม่ได้ เพราะจะเกิดการบุกรุกเรื่อยไป เราต้องแยกเป็นคดีๆ ไป
ส่วนกรณีหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ รองนายกรัฐมตรีกล่าวว่า จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 ทันทีที่ทราบผลประชามติ เพื่อเปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ยังตอบไม่ได้ว่าใครจะเป็นคนร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ หากผลประชามติออกมาว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องมีการตีความ ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก และคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. ยังไม่ได้หารือเรื่องนี้แต่พยายามทำให้การออกเสียงประชามติวันที่ 7 ส.ค. เป็นไปอย่างเรียบร้อย







