posttoday
"บิ๊กตู่"ลั่นไม่ใช้มาตรา 44 จัดการ"ธัมมชโย"

"บิ๊กตู่"ลั่นไม่ใช้มาตรา 44 จัดการ"ธัมมชโย"

08 กรกฎาคม 2559

"นายกรัฐมนตรี "ยันยังไม่เห็นข้อเสนอการตีความของกฤษฎีกาเรื่องตั้งสังฆราช ชัด"ถ้าวันนี้ยังมีปัญหาตั้งไม่ได้ก็ยังไม่ตั้ง "ลั่นไม่ใช้มาตรา 44 จัดการธัมมชโย

"นายกรัฐมนตรี "ยันยังไม่เห็นข้อเสนอการตีความของกฤษฎีกาเรื่องตั้งสังฆราช ชัด"ถ้าวันนี้ยังมีปัญหาตั้งไม่ได้ก็ยังไม่ตั้ง "ลั่นไม่ใช้มาตรา 44 จัดการธัมมชโย

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 8 ก.ค. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรณีคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความมาตรา 7พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ว่า ถึงเวลานี้ยังไม่เห็นว่าทางคณะกรรมการกฤษฎีกาจะส่งเรื่องดังกล่าวมาและตนยังไม่เห็น ก็เป็นเรื่องการตีความทางกฎหมาย


ผู้สื่อข่าวถามว่าทางคณะกรรมการกฤษฎีการะบุว่าการตีความดังกล่าวมีคำตอบที่ชัดเจน และเป็นทางออกให้กับสังคม นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ถ้าเป็นการตีความทางกฎหมายนั้นก็ถือว่าใช่ อำนาจอยู่ที่ใครก็ว่ามา แต่ยืนยันว่าตนยังไม่เห็นรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว


เมื่อถามย้ำว่าหากมีการตีความชัดเจนแล้วว่าอำนาจอยู่ที่ใคร ในส่วนของรัฐบาลก็พร้อมปฏิบัติตามเช่นนั้นใช่หรือไม่ หรือต้องดูผลกระทบรอบด้าน พลเอกประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็พร้อมปฏิบัติตามอยู่แล้วถือว่าเป็นหน้าที่ แต่ถ้ามีปัญหาในเรื่องของความสุจริตก็ต้องแก้เพื่อให้เกิดความชัดเจนสังคมจะได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มันเป็นการรังแกกันหรือเปล่าเราก็ต้องให้ความเป็นธรรม หรือว่ามีหลักฐานชัดเจนหรือไม่ ถ้ามันมีการเชื่อมโยงกันก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ อย่าลืมว่าวันนี้กระแสสังคมขัดแย้งกันสูงและพุทธศาสนิกชนก็มีหลายฝ่ายด้วยกัน  วันนี้จึงต้องดูที่เจตนา ซึ่งในส่วนของรัฐบาลอะไรที่เป็นอำนาจทางกฎหมายเราก็ต้องทำอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดการยอมรับและเชื่อมั่น


"สำหรับผมเองเคารพพระสงฆ์ทุกรูปที่เป็นพระสงฆ์อย่างแท้จริง ศาสนาพุทธผมเคารพนับถืออยู่แล้ว แต่ปัญหาทั้งหมดมันอยู่ที่คนซึ่งคนก็ต้องแก้กันและต้องยอมรับกันให้ได้ ถ้าอีกฝ่ายบอกว่าให้ออกมาร่วมกันแก้ไขปัญหาออกมาเคลียร์กันว่าปัญหาจะแก้กันอย่างไรปัญหาก็ต้องแก้ด้วยกฏหมาย สร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้น แล้วถ้าไปเชื่อมโยงกับใครแล้วจะทำอย่างไรต่อ วันนี้ในด้านของกฎหมายก็เดินไปในทุกๆส่วน ต้องสอบในเรื่องที่เกี่ยวข้องทุกๆเรื่องมันพันกันไปหมด แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นมาหากมีการตั้งสมเด็จพระสังฆราชในวันนี้แล้วเกิดปัญหา จะให้ผมรับผิดชอบไหวหรือ "พลเอกประยุทธ์กล่าว


ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้ามีการชี้ชัดเจนว่าอำนาจเป็นของนายกรัฐมนตรีหรือเป็นของมหาเถระสมาคม จะต้องพิจารณาถึงสถานการณ์ด้วยใช่หรือไม่ พลเอกประยุทธ์กล่าวปฏิเสธว่า  ไม่ใช่เรื่องของสถานการณ์แต่ต้องพิจารณาในเรื่องของความถูก-ผิด ความเชื่อมโยงทางกฏหมายต่างๆทั้งหมดจะต้องวิเคราะห์ วันนี้ก็มีการตรวจสอบทั้งในเรื่องของการเงินและองค์ประกอบต่างๆที่เกี่ยวข้องเพราะถ้ามันยังมีปัญหาอยู่ ถ้ายังไม่สามารถตั้งได้ก็ตั้งไม่ได้เท่านั้นเองเพราะตรก็ต้องดูตรงนั้นด้วย กดหมายว่าอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้นแต่


"กฎหมายไม่ได้เขียนว่าอย่างไรก็ต้องตั้ง จะผิดหรือถูกก็ต้องตั้ง กฎหมายไม่ได้เขียนไว้เช่นนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของผมว่าควรจะทำหรือไม่ในสถานการณ์เช่นนี้ สื่อก็ต้องช่วยผมด้วยยืนยันว่าผมไม่ได้รังเกียจใคร หรือพระสงฆ์รูปใดเพราะไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมทั้งสิ้น แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับคนไทยทั้งประเทศโดยเฉพาะศาสนาพุทธในประเทศไทย จำเป็นต้องยุติเรื่องนี้ให้ได้เราเข้าข้างใครไม่ได้ต้องว่ากันตรงกลาง เราจะมีวิจารณญาณอย่างไรและไม่ใช่ผมจะตัดสินใจคนเดียวถ้าเป็นเรื่องอำนาจอย่างเดียวนั้นถือว่าใช่แต่ในข้อเท็จจริงจะต้องฟังหลายหลายส่วนไปพร้อมพร้อมกันไม่เช่นนั้นจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้จำนวนมากทำไมก็เป็นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีกเดี๋ยวก็จะกล่าวหาว่าไปแกล้งกันอีกผมจะแกล้งได้อย่างไร"


ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาขณะนี้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนามีมากโดยเฉพาะเรื่องของพระธรรมชัยอยู่ที่ขณะนี้มีการเรียกร้องให้ใช้กฎหมายมาตราสี่สี่เข้าไปดำเนินการเพื่อให้เกิดความชัดเจนกับทุกๆฝ่าย ประยุทธ์กล่าวว่า"ผมไม่ใช้หรอกเพราะในความเป็นจริงกฎหมายมาตรา 44 ก็มีการใช้กันอยู่แล้วโดยเฉพาะการเข้าไปตรวจสอบเจ้าหน้าที่ก็มีการดำเนินการกันอยู่แล้วคำว่าใช้มาตรา 44 ก็คือการใช้คำสั่งของ คสช. เดิมความจริงไม่ใช่มาตรา 44อะไร ทั้งหมดก็เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเป็นเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายตามคำสั่งคสช.เพื่อให้สามารถเข้าไปดำเนินการได้ตามกฏหมายสามารถเข้าไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนได้ จากนั้นก็นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อไปต่อสู้ในทางคดีทุกคนก็ทำกันอยู่แล้วทำไมจะต้องมาใช้มาตรา 44 กันอีกกฎหมายมีบังคับใช้อยู่แล้วจะไปใช้กฎหมายซ้อนกฎหมายทำไม ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องไปสั่งเพิ่ม"


เมื่อถามว่าขั้นตอนต่อไปรัฐจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เกิดความชัดเจนในความผิดที่เกิดขึ้นและไม่เกิดผลกระทบตามมา ประยุทธ์กล่าวว่าต่อไปมันอยู่ที่มนุษย์เพราะใจมนุษย์นั้นยากแท้ยังถึงมันอยู่ที่ความเชื่อความศรัทธาความถูกต้องตามกฎหมายแต่ทั้งหมดจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกันไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายตัวเดียวกันคือกฎหมายของประเทศ ในทุกๆ สถานะไม่ว่าจะเป็นคนหรือพระหรือข้าราชการ ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน ต้องเคลียร์ให้หมด


"ขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องด้วยเพราะเหนื่อยและลำบากมานาน ซึ่งถ้าผมใช้กฎหมายอย่างเดียวมันจบไปนานแล้วแต่ก็ต้องดูว่าถ้าใช้แล้วมันจะเกิดผลกระทบอะไรขึ้นบ้างต้องเห็นใจตรงนี้ด้วยประชาชนเขาเดือดร้อนคนเฒ่าคนแก่เยอะแยะ" พลเอกประยุทธ์กล่าว

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน