posttoday
วาระแห่งชาติที่ต้องเร่งแก้ไข

วาระแห่งชาติที่ต้องเร่งแก้ไข

07 กรกฎาคม 2559

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

ประเทศไทยในสัปดาห์ที่แล้ว มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศอย่างน้อย 4 เรื่อง ที่รู้ผลแล้ว 1 เรื่องและที่ต้องลุ้นกันต่อไปอีก 3 เรื่อง ซึ่งจะกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกา และไทยกับสหภาพยุโรป เป็นปัญหาที่หมักหมม สะสมมาตั้งแต่รัฐบาลพลเรือนชุดก่อนๆ ที่รัฐบาลชุดนี้ต้องรับมาแก้ไขอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และเป็นเรื่องที่ต้องทำ  

การที่ไม่สามารถเอาชนะคาซัคสถานเพื่อเป็นสมาชิกไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหรือเสียใจแต่อย่างใด เพราะดูรูปมวยตั้งแต่แรกแล้วว่าเราเป็นรอง เมื่อเช็กเสียงตั้งแต่แรก เราก็รู้ว่าเป็นรอง แต่คิดว่ายังมีทีเด็ด สองฝ่ายพยายามล็อบบี้หาคะแนนเสียงสนับสนุน แต่เราต้องยอมรับความจริงประการหนึ่งว่า เราเสียเปรียบคาซัคสถาน คำสัญญาลายลักษณ์อักษรหรือวาจาที่จะสนับสนุนนั้นเป็นเพียงวิธีการหนึ่ง แต่พอลงคะแนนลับ ไม่มีใครรู้ได้ว่าใครออกเสียงให้ฝ่ายไหน หากมีการคะแนนเสียงรอบสอง สมาชิกมักเทคะแนนให้กับชาติที่ได้คะแนนชนะรอบแรกที่ห่างกันพอสมควร เพื่อไม่ต้องเสียเวลาออกเสียงครั้งต่อๆ ไป หากรอบแรกเสียงออกมาสูสีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในเวทีระหว่างประเทศ แต่ละชาติต่างมีผลประโยชน์ของชาติของเขา ไม่ใช่เรื่องของการชอบหรือไม่ชอบกัน

ที่น่าภูมิใจก็คือ ตัวแทนประเทศไทยผนึกกำลังกันอย่างเต็มที่ในการหาเสียง ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการองค์การการค้าโลก สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน รวมทั้งบรรดาทูตอาวุโสทั้งหลายต่างออกมาผนึกกำลังช่วยกันเต็มที่ในการหาเสียง ถ้าเป็นมวยก็เรียกว่าสวมหัวใจสิงห์สู้จนถึงยกสุดท้ายแล้วแพ้คะแนน แต่ชนะใจคนไทย

สิ่งที่น่าจะดีใจชดเชยกับที่ไม่ได้ที่นั่งสมาชิกไม่ถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ  ก็คือ รายงานประจำปีว่าด้วยสถานการณ์การค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่เพิ่งออกมา ซึ่งครั้งนี้ไทยได้รับการปรับระดับจากที่ถูกลดมาอยู่กลุ่ม 3 (Tier 3) ขึ้นมาเป็นกลุ่ม 2 เฝ้าระวัง  (Tier 2 WL) ดังเดิม นับว่าเป็นข่าวดีและสมกับที่รัฐบาล  คสช.ได้ทุ่มความพยายามในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง สถานการณ์การค้ามนุษย์ในไทยดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ยังมีปัญหาอีกมากที่ต้องแก้ไขกันต่อไปอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่คนไทยส่วนใหญ่พอใจ แต่ก็ยังมีคนไทยบางคนที่ไม่พอใจกับการที่สหรัฐปรับระดับไทยให้ดีขึ้น อะไรกันนักหนา

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ระดับสูงต่างห่วงกังวล และเดาไปต่างๆ นานา ว่า TIP Report (Trafficking in Persons) หรือรายงานว่าด้วยการค้ามนุษย์ประจำปี 2559 ของสหรัฐจะพูดถึงไทยว่าอย่างไร ถ้าพูดกันอย่างตรงไปตรงมาแบบไม่เข้าข้างตัวเอง ผู้เขียนเห็นว่า รัฐบาล คสช.ได้จัดการปัญหาการค้ามนุษย์ที่หมักหมม สะสมมานาน อย่างเอาจริงเอาจังและได้ผลดีเป็นที่ประจักษ์ ถ้าอเมริกาไม่แกล้งกันเกินไป หรือเอาเรื่องการเมืองเป็นข้ออ้าง ไทยก็น่าจะได้รับการปรับจากกลุ่ม 3 ขึ้นไปอยู่กลุ่ม 2 ดังเดิม

บางคนบอกว่า เราจะต้องไปแคร์อะไรนักหนา อเมริกาจะจัดให้เราอยู่ในลำดับอะไรก็ช่างมัน เราไม่แคร์คงไม่ได้  เพราะสหรัฐอาจอ้างเป็นสาเหตุในการลดการนำเข้าสินค้าประมงจากไทยซึ่งทำรายได้ให้ไทยปีละหลายหมื่นล้านบาท การค้ามนุษย์ก็คือ  การค้าทาสสมัยใหม่ ซึ่งมีประชากรโลก 45.8 ล้านคนตกเป็นเหยื่อ โดยเฉพาะการล่อลวง บังคับ ให้ผู้หญิงค้าประเวณี การบังคับใช้แรงงานทาส แรงงานเด็ก เป็นต้น แม้สหรัฐไม่กดดันรัฐบาลไทยก็ต้องปราบปรามการค้ามนุษย์อยู่แล้ว ที่ผ่านมาผลไม่ค่อยคืบหน้าเพราะการค้ามนุษย์ในไทยมักมีผู้มีอิทธิพล หัวคะแนนนักการเมืองและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ทำให้ปราบไม่หมดสักที แต่เมื่อรัฐบาล คสช.เอาจริงเอาจัง สถานการณ์ค้ามนุษย์ในไทยดีขึ้นเห็นได้ชัด

เวลานี้เราต้องรอลุ้นอีกสองปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลจัดให้เป็น “วาระแห่งชาติ” ซึ่งเป็นปัญหาที่หมักหมม สะสมมาจากรัฐบาลเลือกตั้งชุดก่อนๆ คือ การกดดันจากสหภาพยุโรปจากการที่ไทยส่งสินค้าประมงไปขายในสหภาพยุโรป ซึ่งเขาพบว่าสินค้าประมงเหล่านี้บางส่วนได้มาจากการทำประมงผิดกฎหมาย ไปลักลอบจับปลาในน่านน้ำอื่น ทำลายสภาพแวดล้อมทางทะเล จับปลาเล็กปลาน้อยจนหมด มีการใช้แรงงานทาสในกิจการประมง รวมเรียกย่อๆ ว่า IUU (Illegal, Unreported and Unregulated) หากไทยไม่รีบแก้ไข สหภาพยุโรปอาจลดการนำเข้าสินค้าทะเลจากไทยและทำให้ไทยสูญเสียรายได้จำนวนมาก

ผู้เขียนไม่ค่อยห่วงเรื่องนี้เพราะรัฐบาล คสช.ดำเนินการอย่างจริงจัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกองทัพเรือ กรมประมง ตำรวจน้ำ ฯลฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพเรือสามารถแก้ไขปัญหาไปได้อย่างมาก โดยทำงานควบคู่กับตัวแทนของสหภาพยุโรปที่ต้องการให้ไทยแก้ปัญหาอะไรบ้าง ถือว่าเป็นการร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาที่ไทยเป็นต้นทาง ซึ่งเป็นการ “จัดระเบียบการทำประมง” ทั้งประมงน้ำตื้น น้ำลึก นอกจากแก้ไขข้อขัดแย้งระหว่างชาวประมงไทยด้วยกันเองแล้ว ยังแก้ไขการไปลักลอบจับปลาในประเทศเพื่อนบ้าน แรงงานทาส การรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลของไทย ซึ่งทั้งหมดเป็นประโยชน์กับประเทศไทยทั้งสิ้น หากสหภาพยุโรปพิจารณาด้วยใจเป็นธรรม คงจะเห็นว่า รัฐบาล คสช.ได้ดำเนินการจริงจังและบังเกิดผลอย่างมีนัยสำคัญ 

สหภาพยุโรปคงยังไม่ให้ “ใบเขียว” ไทยทันที แต่คงไม่ถึงกับแจก “ใบแดง” ไทยเพียงรักษาใบเหลืองไว้ก็ดีแล้ว แล้วค่อยๆ ทำให้ดีขึ้น เพราะผลที่เกิดขึ้นดีสำหรับการจัดระเบียบประมงในไทยอย่างแท้จริง แม้สหภาพยุโรปไม่กดดัน คสช.ก็ต้องจัดระเบียบการทำประมงบ้านเราซึ่งต้องใช้เวลาเพราะหมักหมมมานานเหลือเกิน

ที่ต้องลุ้นมากที่สุดเห็นจะเป็นการที่กิจการบินพลเรือนของไทยไม่ได้มาตรฐานการบินตามที่ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้ส่งคำเตือนหรือแจกใบเหลืองให้กับไทยเมื่อปีก่อน เราต้องยอมรับความจริงว่า สายการบินราคาถูก หรือโลว์คอสต์ของไทยขยายตัวผิดปกติในช่วงรัฐบาลที่แล้ว จนมาตรฐานความปลอดภัยของการบินและสนามบินต่ำกว่ามาตรฐาน และยังไม่มีการแก้ไขจนมีผลอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการบินข้ามมหาสมุทรหรือการบินระหว่างประเทศ เวลานี้มีเพียงสายการบินไทย ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติเท่านั้นที่ได้มาตรฐานการบิน รัฐบาล คสช.ต้องเร่ง “จัดระเบียบความปลอดภัยทางการบิน” อย่างจริงจังมากกว่านี้ โดยมอบให้กองทัพอากาศเป็นแม่งานเข้าไปจัดระเบียบ ก่อนที่องค์การการบินสหรัฐและยุโรปห้ามบินไปประเทศเขา

ผู้เขียนจะไม่แปลกใจเลยหาก ไอซีเอโอ. จะยังคงใบเหลืองไว้อย่างเดิมหรือให้ใบแดง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ