posttoday
สมาชิกสปท.ค้านงานแจงนานาชาติเหตุถี่เกินไป

สมาชิกสปท.ค้านงานแจงนานาชาติเหตุถี่เกินไป

04 กรกฎาคม 2559

สมาชิกสปท.ตั้งข้อสังเกตจัดงานแจงทูตนานาชาติถี่เกินไป พร้อมตั้งคำถามการเดินสายพบพรรคการเมืองเหมาะหรือไม่

สมาชิกสปท.ตั้งข้อสังเกตจัดงานแจงทูตนานาชาติถี่เกินไป พร้อมตั้งคำถามการเดินสายพบพรรคการเมืองเหมาะหรือไม่

เมื่อวันที่ 4 ก.ค.การประขุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่มีร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสปท. ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม พล.อ.ฐิติวัฒน์ กำลังเอก สมาชิกสปท. ได้ลุกขึ้นสอบถามว่าการไปพบพรรคการเมืองทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยของนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท.คนที่1 ไม่ทราบว่าเป็นมติของที่ประชุมสปท. หรือกระทำเพื่อผลประโยชน์ เพื่อวัตถุประสงค์ใด และเป็นอำนาจหน้าที่ของสปท.หรือไม่

ทั้งนี้ เพราะสิ่งที่สปท.ได้ทำไปก็ปรากฏตามสื่ออยู่แล้ว ในขณะที่ขณะนี้พรรคการเมืองไม่สามารถจัดกิจกรรมทางการเมืองได้ จึงไม่ทราบว่าการไปกันจะมีประโยชน์อย่างไร ประเทศต้องมีความศรัทธาและระเบียบวินัยเพื่อไม่ให้สังคมล่มสลาย และต้องมีธรรมาภิบาล มีความจริงใจในการปฏิบัติงาน

จากนั้น นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสปท. ลุกขึ้นอภิปรายว่า ระยะเวลาที่เหลือของสปท.หากไม่มีใครหารือหรือพูดคุยการทำงานให้เป็นที่เข้าใจตรงกัน จะทำให้การทำงานไม่มีเสถียรภาพว่ามีสมาชิกหลายคนได้มาหารือกันเพราะเป็นห่วงเรื่องการทำงานของสปท.ว่าเวลาที่เหลืออยู่จะทำอย่างไร ให้การขับเคลื่อนมีประสิทธิภาพเป็นที่น่าพอใจและเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงประเทศสำเร็จ

"การทำงานของสปท.เป็นเรื่องใหญ่ เป็นที่ถูกจับตามองว่าสปท.ได้ทำหน้าที่สมบูรณ์แล้วหรือไม่ ผมได้รับหนังสือให้เข้าร่วมบรรยายให้ทูตานุทูตฟังในครั้งที่ 3 ซึ่งการที่จะให้สปท.ชี้แจงกับทูตานุทูตกับประเทศต่างๆ เข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ดี เพื่อให้ทูตานุทูตได้เห็น ได้พบ ได้ทราบว่าเราไม่ได้นิ่งนอนใจกับการที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งการพบกันครั้งแรกไมได้ติดขัดเท่าไหร่ เพราะเชื่อว่าจะได้เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศ เพื่อช่วยกันประคับประคองให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ แต่การเชิญทูตานุทูตครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยผู้บรรยายคือรองประธานสปท.คนที่หนึ่ง จึงมีข้อสังเกตว่าการจัดครั้งนี้มีการหารือกับประธานสปท.หรือไม่ และการเชิญมาเป็นสิ่งที่เราทำเพื่อการปฏิรูปหรือไม่ ผมมองว่าทำให้เสียเวลา ทำให้ทูตเบื่อหน่าย ไม่เห็นความสำคัญของเรา เพราะเราจัดถี่เกินไป"นายเสรี กล่าว

นอกจากนี้ การจัดเวทีพบปะของสปท.เพื่อเอาข้อมูลมาปฏิรูป ไม่ใช่เอาข้อมูลที่ทำไปบอกเขาว่าทำอะไร ซึ่งผู้บรรยาย คือ นายอลงกรณ์ บรรยายเรื่องการจัดทำประชามติ กลไกการขับเคลื่อนที่ไม่เกิดประโยชน์กับกรรมาธิการของสปท.ทั้งที่หน้าที่การบรรยายเป็นเรื่องรัฐบาล ที่ต้องรับผิดชอบติดต่อประสานกับกระทรวงการต่างประเทศที่ต้องทำความเข้าใจกับทูตานุทูต ส่วนสปท.เป็นเพียงแต่สนับสนุนและไปร่วมกับรัฐบาล แต่ไม่ใช่มาจัดเองแบบ ตนรู้สึกเกรงใจทูตานุทูต เพราะแม้แต่รัฐบาลเขาก็ระมัดระวังอย่างมากไม่จัดพร่ำเพรือ ถ้าหยุดได้เลิกได้ก็ให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งว่าอย่าจัดเลยในบ่ายวันนี้

นายเสรี ยังได้กล่าวถึงข้อบังคับการประชุมในการตั้งกรรมาธิการประสานงานทั้ง 3 ฝ่ายและประสานงานระหว่างสปท.และสนช. ซึ่งสปท.ได้ตั้งคณะกรรมการเครือข่ายการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งไม่เห็นว่ามีความจำเป็นในเรื่องที่เกี่ยวกับการประสานงานตรงไหน และไม่ได้ช่วยเหลือสปท.เลย รวมถึงการตั้งกรรมการเครือข่าย จึงถามว่าตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร หรือตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างพรรคการเมืองหรือไม่ เพราะมีการของบประมาณ 1,342,800 บาท ซึ่งแต่ละครั้งจะเอาไปใช้จ่ายอื่นๆ เช่น แจกกระเป๋าเอกสาร แต่น.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสปท.คนที่ 2ไม่อนุมัติ

"สิ่งที่เราทำไม่ได้แตกต่างจากพรรคการเมืองที่พยายามสร้างเครือข่าย จัดเลี้ยง แจกของ นี่คือการซื้อเสียงล่วงหน้า ที่สปท.พึงทำหรือไม่ ทั้งที่คสช.มีประกาศคสช.ห้ามชุมนุมทางการเมือง ห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมใดๆ เมื่อเราห้ามพรรคการเมืองต่างๆ แต่เราจัดองค์กรทางการเมืองเอง หรือจะตั้งพรรคการเมืองในอนาคตผมไม่แน่ใจ แต่โครงการเครือข่ายที่จัดทำกลับกลายเป็นว่าเราห้ามพรรคการเมืองข้างนอก แต่เราก็มาสร้างพรรคการเมืองในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของเรา แล้วจะไปตอบพรรคการเมืองได้อย่างไร เราไปพบหัวหน้าพรรคการเมืองต่าง ๆตอนแรกผมเข้าใจว่าประธานทำหนังสือไป แต่ประธานไม่ได้เป็นผู้ทำหนังสือไป ทำให้คนข้างนอกเข้าใจผิด แต่คนที่ทำหนังสือในทำในนามประธานคือรองประธานสปท.คนที่1 ถึงหัวหน้าพรรคการเมืองเหล่านั้น ผมแปลกใจทราบว่าบางเรื่องก็ไม่ทราบ บางเรื่องก็มาทราบภายหลัง บางเรื่องวินิจฉัยเห็นชอบก็ทำ แต่สิ่งที่มีหนังสือถึงหัวหน้าพรรคเห็นประธานมาทำงานแต่เช้าทุกวันแต่ไม่เห็นประธานเซ็นชื่อในหนังสือดังกล่าว"นายเสรี ระบุ

ขณะที่ นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสปท. กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นต่อการกระทำที่นายเสรีและฐิติวัฒน์ พูดสมาชิกสปท.เขารู้สึกแต่ไม่อยากพูด อยู่กันแบบผู้ใหญ่เกรงใจกัน ดังนั้น การดำเนินการใดๆไมว่ารองประธานคนที่ 1 และคนที่  2 หรือเครือข่ายขับเคลื่อนหรือการไปพบนักการเมืองเป็นการะทำของร.อ.ทินพันธ์ จะรู้หรือไม่รู้แต่เป็นไปโดยนิตินัย เป็นความรับผิดชอบโดยตรง มีส่วนรู้หรือเห็นเป็นใจยินยอมการะทำทั้งสิ้น สิ่งที่เกิดขึ้นท่านจะปฏิเสธไม่ได้

ทั้งนี้ เครือข่ายที่ทำทุกวันนี้ไม่ต่างอะไรกับศูนย์ปราบโกง คือ อีเวนท์ทางการเมืองปกติ ไม่ได้มีอะไรเป็นแก่นสาร เครือข่ายที่ไปตั้งขึ้นทั่วประเทศ  แต่ศูนย์ปราบโกงดีกว่าเครือข่าย คือ ใช้เงินส่วนตัว แต่นี่ใช้เงินหลวง จับมือประธานเซ็นเอ็มโอยู รู้หรือไม่รู้ แต่ทุกทีทำในนามประธาน รู้ว่าเขาหลอกเต็มใจให้หลอก หรือไมรู้แล้วโดนหลอก

"เราให้แสดงความเห็นยังไม่ได้ เขาบอกทำไม่ได้ เพราะไม่ได้ประชุมพรรคการเมือง แต่การออกไปพบปะตรง ๆบอกไม่ได้คุยเรื่องการเมือง คุยเรื่องปฏิรูป อมโบสถ์รวมทั้งศาลาการเปรียญใครเชื่อ และอภิสิทธิการปฏิรูปล้มเหลว หมายถึงสปท.ล้มเหลว ฉะนั้น การประชุมพรรคการเมืองต้องให้สปท.เชิญไป อะไรหมิ่นเหม่ สปท.ไม่ควรทำ การกระทำบางเรื่องเหมาะกับการเมือง แต่ยุคนี้ไม่ใช่ประชาธิปไตย แต่มีบางคน บางกลุ่ม บางพวกใช้ตำแหน่งเพื่อประโยชน์ทางการเมือง แต่ผลกระทบโดยรวมกระทบกับประธานโดยตรง ตอนนี้เรามีเวลาไม่เกิน 6 เดือน"นายวันชัย กล่าว

ด้าน ร.อ.ทินพันธ์ กล่าวว่าปัญหาเหล่านี้ขึ้นมา เป็นปัญหาภายในและจะรับไปแก้ไขปัญหาภายใน และในการพบทูตต่างประเทศขอตัดสินใจงด ซึ่งการตัดสินใจมีข้อดีข้อเสียทั้งสิ้น ประเมินแล้วสั่งงด และการพบปะพรรคการเมืองครั้งต่อไปของด ส่วนเรื่องของบประมาณเคยได้งดการสัมมนาที่ชะอำมาครั้งหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก