posttoday
ประชามติไม่กระทบ

ประชามติไม่กระทบ

03 กรกฎาคม 2559

อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการตรวจสอบ ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า

โดย...สุภชาติ เล็บนาค

อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกรรมการตรวจสอบ ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยนั้นดีพอสมควร แม้เศรษฐกิจจะยังไม่เติบโตได้เต็มศักยภาพ แต่ก็มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นตามลำดับ ปัจจัยทางการเมืองยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจไทย เพราะความไม่มีเสถียรภาพ ความไม่ต่อเนื่อง ส่งผลต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจโดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

“ระบอบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งมั่นคงจะเป็นผลบวกที่สุดทางเศรษฐกิจในระยะยาว และยังก่อให้เกิดการกระจายตัวของความมั่งคั่งและลดความเหลื่อมล้ำ ลดอำนาจผูกขาดทางเศรษฐกิจลง เพิ่มการแข่งขันทำให้ประสิทธิภาพของระบบเศรษฐกิจสูงขึ้น ผู้บริโภคได้ประโยชน์มีทางเลือกมากขึ้น การลงประมติ 7 ส.ค. จะไม่มีผลบวกหรือลบต่อเศรษฐกิจในระยะสั้นมากนักหากผู้มีอำนาจทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2560 และรัฐควรเปิดให้มีการแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่จึงทำให้ ‘การลงประชามติ’ มีความหมาย” อนุสรณ์ ระบุ

สำหรับแนวโน้มทางเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลังโดยภาพรวมน่าจะกระเตื้องขึ้นโดยเฉพาะภาคการลงทุน ส่วนภาคการท่องเที่ยวน่าจะขยายตัวต่อเนื่อง ภาคการบริโภคฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ภาคการส่งออกอาจหดตัวหรือติดลบในปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลงจากผลกระทบการลงประชามติของสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทำให้สหภาพยุโรปอ่อนแอลงตามไปด้วย

“หลังจากนี้ต้องค่อยดูว่า Brexit จะมีผลอย่างไรต่อภาคการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ ฟองสบู่ของจีนอาจแตกเพิ่มเติม ญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นตัวดีนัก นอกจากนี้ยังต้องรอดูว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเมื่อไหร่ ผลของการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบของธนาคารกลางญี่ปุ่นและธนาคารกลางยุโรปที่ผ่านมาจะมีผลต่อตลาดการเงินและภาคเศรษฐกิจจริง” อนุสรณ์ กล่าว

ประชามติไม่กระทบ ธนวรรธน์

 

ด้าน ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ณ ข้อมูลปัจจุบัน ปัจจัยทางการเมืองยังไม่มีผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศ เนื่องจากขณะนี้ค่อนข้างชัดแล้วว่า จะมีการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ตามกำหนดเวลาเดิมคือวันที่ 7 ส.ค. 2559 ขณะที่รัฐบาลเองมีโรดแมปที่ชัดเจนว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นภายในกลางปี 2560 ไม่ว่าผลการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร

ทั้งนี้ หากผลประชามติรัฐธรรมนูญผ่าน รัฐบาลก็น่าจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง แต่หากไม่ผ่าน ก็มีเสียงจากผู้ที่รับผิดชอบหลายคน ในรัฐบาลว่า จะทำให้เกิดการเลือกตั้งภายในกลางปีหน้าอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าเกิดเป็นไปในลักษณะดังกล่าว ก็ถือว่าไม่น่ากังวล

ธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า ยังไม่มีปัจจัยทาง การเมืองอื่น รวมถึงยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆ โดยถ้ายังเป็นไปในรูปแบบนี้ ก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลยังสามารถรักษาความสงบเรียบร้อยได้ และไม่น่าจะเป็นปัจจัยลบต่อทิศทางเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งคงเป็นไปตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลังประเมินไว้ว่ามีแนวโน้มจะฟื้นตัว สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม ที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือปัจจัยภายนอก หลังผลการลงประชามติของอังกฤษให้ออกจากสหภาพยุโรป และการก่อวินาศกรรมที่สนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งทำให้สัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกไม่ชัด จะส่งผลต่อเนื่องมาถึงเศรษฐกิจไทย สำหรับกรณีของอังกฤษยังเชื่อว่าสุดท้ายโลกจะพยายามหาทางเกี้ยเซี้ย เพื่อประคับประคองสถานการณ์ไม่ให้แย่ไปกว่านี้ แต่ทั้งหมดก็สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจมีแนวโน้มผันผวนแน่ และจะยังคงมีจิตวิทยาเชิงลบปกคลุมแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

“ถือเป็นแนวโน้มที่ดี หากรัฐบาลจะกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐในโครงการขนาดใหญ่ โดยหากเศรษฐกิจโลกไม่ผันผวนมากนัก ก็มีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัว แต่หากเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นจริง ตัวเลขการส่งออกไม่เพิ่มขึ้น การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐก็จะมีส่วนสำคัญในการช่วยพยุงไม่ให้เศรษฐกิจไทยต้องดิ่งลงหนักตามไปด้วย” ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุ

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก