
พร้อมพงศ์ ฉะสภาล่มเพราะผลประโยชน์ไม่ลงตัว
โฆษกพรรคเพื่อไทย ชี้สภาล่มเหตุนักการเมืองต่อรองผลประโยชน์ไม่ลงตัว ทั้งที่รัฐบาลมีเสียงข้างมาก แต่ไม่สามารถควบคุมองค์ประชุมสภาให้ครบได้
โฆษกพรรคเพื่อไทย ชี้สภาล่มเหตุนักการเมืองต่อรองผลประโยชน์ไม่ลงตัว ทั้งที่รัฐบาลมีเสียงข้างมาก แต่ไม่สามารถควบคุมองค์ประชุมสภาให้ครบได้
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงเหตุการณ์สภาล่มเมื่อวันที่ 11 ส.ค.53 ว่าเป็นเพราะเหตุ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลมาแสดงตนไม่ครบ ทั้งที่ข้อเท็จจริงรัฐบาลมีเสียงข้างมาก แต่ไม่สามารถควบคุมองค์ประชุมสภาให้ครบได้เป็นเหตุให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งเลิกการประชุม กรณีนี้เป็นไปตามที่พรรคร่วมรัฐบาลได้ขู่เอาไว้ว่าจะมีการเอาคืน หลังจากโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน มูลค่า 64,000 ล้าน ไม่ผ่าน ครม. โดยถูกโยนไปให้ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ไปพิจารณาอีกรอบ ซึ่งพรรคเพื่อไทย รวมถึงกลุ่มองค์กรต่างๆ ได้คัดค้านมาโดยตลอดว่าการเช่ารถเมล์ ในราคาแพงกว่าซื้อถึง 300 กว่าเปอร์เซ็นต์
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า โครงการนี้ถูกคัดค้านจากหลายฝ่าย และมีการศึกษามาหลายครั้งแล้ว น่าจะเป็นโครงการที่ไม่คุ้มค่าการลงทุน และเป็นช่องทางในการเกิดการทุจริตได้ง่าย และอาจจะมีปัญหาในอนาคตเป็นมรดกบาปให้กับลูกหลาน คณะรัฐมนตรีจึงควรสั่งระงับโครงการรถเมล์ไปเลยดีกว่า แต่ที่ประชุม ครม. โดยเฉพาะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกลับสั่งชะลอเรื่องเพื่อศึกษาเพิ่มเติมเป็นเพียงเกมการเมือง ในการต่อรองเรื่องผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณวาระ 2 วาระ 3 และการยืดอายุรัฐบาลออกไปเท่านั้น
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ความจริงใจระหว่างกันของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคแกนนำ 2 พรรคใหญ่ ไม่มีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น แต่ที่ทนอยู่กันมาได้ปีกว่า เพราะผลประโยชน์และอำนาจทางการเมืองโดยแท้ วันนี้จึงเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลชุดนี้อยู่ได้ด้วยการต่อรองและแบ่งปันผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน เมื่อไม่ได้ผลประโยชน์ตามที่ตัวเองต้องการก็มีกระบวนการตีรวนไม่เข้าประชุมสภา ซึ่งวัฒนธรรมทางการเมืองเช่นนี้ เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย และการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะนักการเมืองบางกลุ่มบางคนจะทำเพื่อผลประโยชน์ของฝ่ายตน โดยไม่คำนึงถึงความทุกข์ยากความเดือดร้อนของประชาชน รัฐบาลชุดนี้เริ่มส่งสัญญาณนับถอยหลัง ทำตัวเหมือนกับแย่งกันกิน มื้อสุดท้าย ทะเลาะกันจนประเทศชาติล่มจม







