
มองอเมริกา
วันหยุด ขอพักเรื่องเมืองไทย ไปดูเรื่องต่างแดนกันบ้าง นั่นคือปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐ
วันหยุด ขอพักเรื่องเมืองไทย ไปดูเรื่องต่างแดนกันบ้าง นั่นคือปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐ
คงจำกันได้ ปีที่แล้วผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐทำเอาโลกถึงกับสั่น เพราะทำให้เศรษฐกิจโลกถดถอย
ปีนี้หลายๆ คนมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐน่าจะดีขึ้น ภายหลังการอัดฉีดเงินช่วยเหลือครั้งมโหฬารเข้าไป
แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ดีอย่างที่คิด
ตัวเลขต่างๆ มันฟ้อง อาทิ การจ้างงาน การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนชาวอเมริกัน ล้วนแต่ออกมาต่ำกว่าคาด
อย่าลืม เศรษฐกิจของสหรัฐเกิดจากการจับจ่ายใช้สอย เมื่อไม่มีงานก็ไม่มีเงิน เมื่อไม่มีเงินแล้วจะเอาอะไรไปรับประทาน
หลายสำนักมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐเผชิญกับความเสี่ยง ภาวะเงินฝืด (Defaltion) รวมไปถึง เศรษฐกิจหัวปักรอบสอง (Double Dig) โดยอัตราความเสี่ยงในขณะนี้คือ 1 ต่อ 4 หรือ 25%
ภาวะเงินฝืดต่างกับเงินเฟ้อ โดยเงินเฟ้อคือการที่เงินมากไป ของเลยแพง แต่เงินฝืดหรือเงินเฟ้อติดลบก็คือการที่ไม่ค่อยมีเงิน สินค้าเลยต้องลดราคาขายถูกลงไปเรื่อยๆ
สหรัฐเคยเกิดปัญหาเงินฝืดมาแล้วช่วง Great Depression หรือการตกต่ำทางเศรษฐกิจครั้งมโหฬารในทศวรรษที่ 1930
ครั้งนั้นคนตกงานจนไม่มีรายได้จะจับจ่ายใช้สอย ความต้องการในระบบเศรษฐกิจ (Demand Side) หดหายไป จนผู้ผลิตสินค้าต้องลดราคาสินค้าลงเพื่อให้ยังขายได้ จนทำให้เงินเฟ้อติดลบ
ภาวะเงินเฟ้อติดลบดังกล่าวทวีความรุนแรงอย่างมาก เนื่องจากราคาสินค้าและบริการลดลงโดยทั่วไปในทุกประเภท ราคาสินค้าลดลงต่อเนื่องเป็นเวลานานจนทำให้ผู้คนชะลอการบริโภคออกไป โดยหวังว่าราคาสินค้าจะถูกลงไปอีก
และเมื่อคนคิดเหมือนๆ กัน คือ รอให้ราคาสินค้าถูกลง โดยคิดว่าซื้อพรุ่งนี้ราคาน่าจะถูกกว่าซื้อวันนี้ ในที่สุดส่งผลทำให้สินค้าขายไม่ออก เหลือบานเบอะในสต๊อก
เมื่อผู้ผลิตขาดทุนก็ต้องปลดคน เมื่อคนตกงานก็ไม่มีเงิน เมื่อไม่มีเงินกำลังซื้อก็หายไป ก็ทำให้ผู้ผลิตขาดทุน ขายของไม่ออกซ้ำซาก
ในที่สุดภาวะเศรษฐกิจถดถอยติดต่อกันหลายปี
ทั้งหมดเป็นสิ่งที่สหรัฐกำลังเร่งหาทางแก้ไขไม่ให้ตกเข้าไปสู่ภาวะเงินฝืด
และขณะที่สหรัฐกำลังสาละวนกับปัญหาของตัวเอง ความมั่งคั่งก็ข้ามฟากมายังอีกซีกโลก คือ จีน อินเดีย กำลังเจริญรุ่งเรืองชนิดที่ติดปีก
ส่วนเมืองไทยเป็นอย่างไร
แหม...วันหยุดแบบนี้อย่าคิดอะไรให้น่าปวดหัว







