
โลกมองไทย
แม้เหตุการณ์
“พฤษภาเลือด” จะผ่านพ้นมาร่วม 3 เดือนแล้ว ทว่าสื่อต่างชาติยังคงให้ความสนใจกับประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทยอย่างต่อเนื่องล่าสุด เว็บไซต์ไอริสไทม์ รายงานว่า แม้ภาพรวมของสังคมไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทว่าการแบ่งแยกชนชั้นระหว่างคนรวยกับคนจนก็ยังคงปรากฏให้เห็น ขณะที่กลุ่มเสื้อแดงในต่างจังหวัดเองก็ยังเตรียมพร้อมที่จะหวนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
เดวิด แมคเนล ผู้สื่อข่าวของไอริสไทม์ ซึ่งพำนักอยู่ที่ จ.ลำพูน ของไทย รายงานว่า ภาพรวมในพื้นที่ภาคเหนือของไทยนั้นแตกต่างจากภาพที่หลายคนคุ้นชิน เพราะสำหรับที่นี่ บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็น
“ผู้ก่อการร้าย” กลับกลายเป็น “วีรบุรุษ” ขณะที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ กลับกลายเป็นศัตรู นอกจากนี้ เด็กๆในพื้นที่ จ.ลำพูน ส่วนใหญ่ก็พากันสวมเสื้อยืดที่มีข้อความที่บ่งบอกว่ายอมรับกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลรายงานยังระบุด้วยว่า แม้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะถูกขับออกจากตำแหน่ง พร้อมถูกตีตราว่าเป็นอาชญากร แต่อดีตนายกฯ รายนี้ก็ยังเป็นที่เคารพสำหรับชาวเหนือ สอดคล้องกับผลสำรวจความนิยมในพื้นที่ดังกล่าว พบว่า กว่า 70% ของคนในพื้นที่ยังให้การสนับสนุนอดีตนายกฯ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเหตุจลาจลทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานานกว่า 9 สัปดาห์จะผ่านพ้นมาราว 3 เดือนแล้ว ทว่า สำหรับชาวลำพูน ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ห่างจาก กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการเมืองถึง 670 กม. ซึ่งบางส่วนเคยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนเสื้อแดง กลับกำลังเตรียมตัวที่จะกลับมาเรียกร้องอีกครั้ง
วันเดียวกัน บลูมเบิร์ก รายงานว่า ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ของอังกฤษ เปิดเผยการคาดการณ์ว่า ค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นราว 0.5% ในช่วงสิ้นเดือนนี้ ทั้งนี้เป็นผลจากการส่งออกของไทยที่ยังเติบโตได้ดี ตลอดจนแนวโน้มที่จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย







