
รักแท้ไม่มโน
อนุสาวรีย์โคชน หรือวัวชน ตั้งอยู่บ้านควนทองสีห์ หมู่ 6 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง นับเป็นแห่งเดียวในไทยที่มีทั้งความงดงามและความแปลก สร้างขึ้นในปี 2535 ตามแนวความคิดของ “สมบูรณ์ รักราวี” อดีตเคยประกอบอาชีพรับเลี้ยงวัวพื้นเมืองที่ถูกส่งมาจากจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ฝูงละ 500-1,000 ตัว ก่อนนำลงท่าเรือกันตังส่งไปขายอินโดนีเซีย
อนุสาวรีย์โคชน หรือวัวชน ตั้งอยู่บ้านควนทองสีห์ หมู่ 6 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง นับเป็นแห่งเดียวในไทยที่มีทั้งความงดงามและความแปลก สร้างขึ้นในปี 2535 ตามแนวความคิดของ “สมบูรณ์ รักราวี” อดีตเคยประกอบอาชีพรับเลี้ยงวัวพื้นเมืองที่ถูกส่งมาจากจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ฝูงละ 500-1,000 ตัว ก่อนนำลงท่าเรือกันตังส่งไปขายอินโดนีเซีย
ตรีจักร รักราวี ครูโรงเรียนบ้านบางเป้า เล่าว่า คุณพ่อสมบูรณ์ได้พ่อพันธุ์วัวชนชั้นดีมาจาก จ.นครศรีธรรมราช เพื่อผสมกับแม่พันธุ์วัวชนใน จ.ตรัง จนได้ลูกวัวชนตัวหนึ่งออกมา แต่เนื่องจากที่หน้าผากของมันมีขนงอกออกมาเป็นวงกลมสีขาว จึงตั้งชื่อว่า “โคหัวกัว” เพราะมีลักษณะเหมือนกับปลาหัวตะกั่ว เมื่อลูกวัวชนตัวนี้เติบใหญ่สมบูรณ์เต็มที่ จึงได้นำไปชนแข่งขันทั่วทั้งภาคใต้
ตลอดระยะเวลา 10 ปี ในการลงสังเวียนสู้ศึก “โคหัวกัว” สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ถึง 19 ครั้งติดต่อกัน ซึ่งไม่เคยมีวัวชนตัวใดทำได้เลยมาจนถึงปัจจุบันนี้ กระทั่งเมื่อถึงครั้งที่ 20 ซึ่งเป็นไฟต์ที่จำต้องลงสนามแข่งตามเสียงเรียกร้องของเซียนวัวชนและถูกจับคู่ให้ชนกับ “โคขาวเทวา” จาก อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช โดยคืนก่อนลงสังเวียน คุณพ่อสมบูรณ์ฝันว่าวัวชนของเขาจะไม่แพ้วัวตัวใดในโลกนี้ ยกเว้นวัวเทวดา
ปรากฏว่าครั้งที่ 20 ต้องพ่ายไปเป็นครั้งแรก คุณพ่อสมบูรณ์ตัดสินใจยุติบทบาทวัวชนแสนรักบนสังเวียนอย่างสิ้นเชิง แล้วนำมาเลี้ยงไว้จนตายในปี 2497 ด้วยความอาลัยและเพื่อแสดงความยกย่อง คุณพ่อสมบูรณ์จึงได้สร้างอนุสาวรีย์ให้เมื่อปี 2535 โดยปั้นวัวชนขนาดเท่าตัวจริง พร้อมตัวฐาน โต๊ะบูชา รั้ว และโคมไฟ ซึ่งจะมีการทำบุญเลี้ยงพระและอาบน้ำให้รูปปั้นทุกวันที่ 14 เม.ย.ทุกปี
หากโคหัวกัวยังมีชีวิตอยู่ เชื่อว่าจะมีค่าตัวแพงนับร้อยล้านบาทเลยทีเดียว เพราะโคหัวกัวชนกับวัวตัวไหนไม่มีแพ้ ... ยกเว้นวัวเทวดา







