
สองแม่ทัพ TISCO - KTAM เชียร์อัพคลอด TISA ปีนี้ ดึงเม็ดเงินลงทุนก้อนใหญ่ไหลเข้าตลาดหุ้น
สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ประสานเสียง บลจ.กรุงไทย (KTAM) เดินหน้าผลักดันโครงการ Thailand Individual Savings Account (TISA) เต็มกำลัง หลังเห็นพ้องกับกระทรวงการคลังในหลักการสำคัญให้เป็นมาตรการถาวร ลงทุนได้หลากหลายสินทรัพย์ และเติมเงินลงทุนใหม่ได้ทุกปี ขณะที่วงเงินลดหย่อนภาษียังอยู่ระหว่างเคาะตัวเลขสุดท้าย พร้อมมาตรการดึงเงินลงทุนไทยในต่างประเทศกลับเข้าประเทศเพื่อหนุนเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย
KEY
POINTS
- สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ประสานเสียง บลจ.กรุงไทย (KTAM) เดินหน้าผลักดันโครงการ TISA เต็มกำลัง
- หลังเห็นพ้องกับกระทรวงการคลังในหลักการสำคัญให้เป็นมาตรการถาวร ลงทุนได้หลากหลายสินทรัพย์ และเติมเงินลงทุนใหม่ได้ทุกปี
- ขณะที่วงเงินลดหย่อนภาษียังอยู่ระหว่างเคาะตัวเลขสุดท้าย พร้อมมาตรการดึงเงินลงทุนไทยในต่างประเทศกลับเข้าประเทศ
หุ้นไทย...จะกลับมามีเสน่ห์กี่โมง ?
นี่คือคำถามวนเวียน เวียนวนจนวิงเวียนอยู่ในใจนักลงทุนมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา หรืออาจจะเป็น 10 ปี เหมือนคำเปรียบเปรยของนักลงทุนแวดวง VI ให้ฉายาว่า "ทศวรรษที่หายไป (Lost Decade)" หลังจากตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากเงินทุนไหลออกและความเชื่อมั่นที่อ่อนแอมาต่อเนื่อง
แต่ในวันนี้ ภาพเดิมๆอาจจะกำลังเปลี่ยนไป!
เมื่อภาครัฐและภาคตลาดทุนกำลังเดินเกมใหญ่เพื่อปลุกเม็ดงเนลงทุนก้อนใหญ่กลับเข้ามาสู่ระบบการออมและการลงทุนของประเทศผ่านโครงการ "บัญชีการออมและการลงทุนส่วนบุคคล (Thailand Individual Savings Account หรือ TISA)" เครื่องมือที่ถูกวางให้เป็นมาตรการลดหย่อนภาษี แต่เป็นกลไกสร้างนักลงทุนระยะยาว
และหาก TISA สามารถเกิดขึ้นได้จริง พร้อมกับดึงเม็ดเงินลงทุนเข้ามาตามเป้าประสงค์แล้วนั้น ยิ่งสะท้อน "เสน่ห์หุ้นไทย" กำลังจะกลับมาอีกครั้ง หลังหายไปนับสิบปี
FETCO จ่อสรุป TISA ก่อนชงคลัง คาดชัดเจนเร็วๆ นี้
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ และในฐานะประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการจัดตั้งโครงการ TISA ในเบื้องต้นจะมีการพูดคุยภายในกลุ่มทั้ง ก.ล.ต. , ตลท. , FETCO เพื่อสรุปรายละเอียดก่อนที่จะนำเสนอต่อกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาอีกครั้ง คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้เพื่อผลักดันให้โครงการ TISA เกิดขึ้นเร็วที่สุดในปีนี้
โดยรัฐบาลควรออกแบบ TISA ให้เข้าใจง่าย ไม่มีเงื่อนไขมากจนเป็นข้อจำกัด, แยกเป็นวงเงินเฉพาะ ไม่รวมกับวงเงินเดิมเพื่อการเกษียณอายุ เช่น RMF, PVD ขณะที่วงเงินสูงพอเพื่อสร้างแรงจูงใจในการลงทุน และเพิ่มสภาพคล่องระยะยาวในตลาดหุ้นไทย, สับเปลี่ยนสินทรัพย์ได้ แต่ห้ามเอาเงินออกจนครบกำหนด และในระยะเริ่มต้น มุ่งเป้าที่กลุ่มที่มีกำลังลงทุนสูง
ทั้งนี้ FETCO ได้ตกลงร่วมกับกระทรวงการคลังในหลักการ คือ 1.TISA จะเป็นมาตรการถาวร ไม่ใช่ชั่วคราว และไม่ต้องพูดคุยในทุก 5 ปีว่าจะมีการต่ออายุหรือไม่
2.สามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เช่น หุ้น, กองทุนรวม ETF ฯลฯ ต่างจากกองทุน Thai ESG ที่ลงได้เฉพาะหุ้น ESG
และ 3.ลงทุนใหม่ได้ทุกปี ตามวงเงินที่กำหนดโดยภาครัฐ
"FETCO ตั้งใจช่วยรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจรอบนี้ไปสู่เศรษฐกิจโมเดลใหม่ในแบบที่รัฐบาลอยากเห็น เพราะเราเชื่อว่าวันนี้ตลาดทุนสามารถเข้ามาช่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานทางด้านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเราก็เชื่อว่าถ้าใช้ตลาดทุนดีๆสามารถระดมทุนได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ภาครัฐไม่จำเป็นต้องใช้เงินกู้ เงินกู้ก็เอาไปทำส่วนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาได้ ส่วนที่เกี่ยวข้องธุรกิจและเศรษฐกิจ ตลาดทุนมีวิธีช่วยได้"
เมื่อถามว่า..วงเงินลดหย่อนภาษี TISA มีโอกาสเพิ่มเป็น 1 ล้านบาทหรือไม่ ?
นายไพบูลย์ กล่าวว่า เรื่องวงเงิน TISA ยังอยู่ระหว่างหารือกับรัฐบาล โดยเหลือเพียงการสรุปตัวเลขสุดท้าย
ในการพูดคุยได้มีข้อเสนอให้รัฐบาลนำไปพิจารณา คือ
- TISA ต้องเข้าใจง่าย ไม่มีเงื่อนไขมากจนเป็นข้อจำกัด
- ควรแยกวงเงินเฉพาะ ไม่รวมกับวงเงินเดิมเพื่อการเกษียณ เช่น RMF, PVD เป็นต้น
- วงเงินสูงพอเพื่อสร้างแรงจูงใจในการลงทุน และเพิ่มสภาพคล่องระยะยาวในตลาดหุ้นไทย
- สับเปลี่ยนสินทรัพย์ได้ แต่ห้ามเอาเงินออกจนครบกำหนด
- ในระยะเริ่มต้น มุ่งเป้าที่กลุ่มที่มีกำลังลงทุนสูง
เกณฑ์ยกเว้นภาษีดึงเงินไหลกลับ
ในเบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับรัฐบาลว่า เงินที่คนไทยเคยลงทุนในต่างประเทศ ไม่ว่าจะผ่านช่องทางไหน ถ้านำเงินกลับเข้ามาอาจจะภายใน 12 เดือนข้างหน้าหรือภายในปีนี้หรือปีหน้าอาจจะไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษี แต่อาจจะบังคับให้นำเงินส่วนหนึ่งเข้าสู่ตลาดหุ้น เป็นต้น หากเป็นไปตามนี้จะช่วยให้ดึงเม็ดเงินกลับเข้ามาได้
ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยอีกหลายเรื่องในการดึงเม็ดเงิน ไม่ว่าจะเป็นจากตะวันออกกลาง ซึ่งวันนี้มีเม็ดเงินเยอะมาก แต่ในอดีตดูเหมือนปลอดภัย ในวันนี้ความเสี่ยงสูงขึ้นน่าจะเป็นจังหวะดีที่ไทยอาจจะดึงเม็ดเงินแบบนี้เข้ามา แต่ยังมีอีกหลายที่ที่มีเงินเหลืออยู่ให้เข้ามาลงทุนได้
"ผมเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยมีศักยภาพ เราเริ่มมีเรื่องราวที่จะไปพูดคุยกับต่างชาติได้เพื่อทำให้เขาเห็นถึงโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่จะมาลงทุนได้เมื่อเทียบกับในอดีต ซึ่งเราไม่ได้มีเรื่องราวอะไรเท่าไหร่ออกไปเขาก็คงไม่สนใจมากนัก แต่วันนี้ผมคิดว่าเขาเห็นจังหวะดีที่ทั้งบริษัทไทย และประเทศไทยควรออกไปโรดโชว์ในช่วงนี้ เพราะเราเริ่มมีเรื่องราวของการปรับเปลี่ยนตัวศักยภาพเศรษฐกิจ เราที่มันน่าสนใจขึ้น"
มั่นใจไทยไม่ซ้ำรอยอินโดนีเซีย
สำหรับความกังวลกรณีอินโดนีเซียที่เคยเผชิญปัญหาเงินทุนไหลออก ค่าเงินอ่อนค่า และตลาดหุ้นปรับตัวลงแรงนั้น นายไพบูลย์มองว่าไทยมีโอกาสเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันค่อนข้างต่ำเนื่องจากที่ผ่านมาไทยได้ยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลตลาดทุน ด้าน Corporate Governance, KYC และมาตรการกำกับดูแลตลาดทุนอย่างเข้มงวดมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ในทางกลับกัน ไทยอาจสามารถนำบทเรียนความสำเร็จของอินโดนีเซียในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตจากการลงทุนและการดึงดูดเงินทุนต่างชาติมาปรับใช้ได้มากกว่า
KTAM หนุน TFF และ TISA สองเครื่องยนต์ขับเคลื่อนตลาดทุน
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย (KTAM) กล่าวว่า KTAM พร้อมสนับสนุนแนวทางของกระทรวงการคลังในการเตรียมระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund: TFFIF) รอบใหม่ วงเงินประมาณ 25,000 ล้านบาท มองว่า TFF เป็นกองทุนที่มีความน่าสนใจจากอัตราผลตอบแทนในระดับ 4.6-4.7% และยังมีอายุโครงการคงเหลือมากกว่า 20 ปี
โดยปัจจัยหนุนสำคัญจากปริมาณการจราจรบนทางพิเศษซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักของกองทุนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน TFF ยังมีศักยภาพในการระดมทุนเพิ่มเติมผ่านการกู้ยืมตามกรอบที่กฎหมายกำหนด ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในอนาคต
ส่วนโครงการ TISA ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเสริมเสถียรภาพให้ตลาดทุนไทยในระยะยาว มีเป้าหมายส่งเสริมการออมและการลงทุนผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษี ในปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างหารือร่วมกับกระทรวงการคลังและภาครัฐ เพื่อกำหนดรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด
โดยมีข้อเสนอให้เพิ่มเพดานลดหย่อนภาษีรวมจาก 800,000 บาท เป็น 1 ล้านบาท และครอบคลุมการลงทุน ทั้ง หุ้น กองทุนรวม และตราสารหนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในไตรมาส 3/2569
"เราเชื่อว่าหากสามารถผลักดัน TISA ได้สำเร็จ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการดึงเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดทุนไทย เพิ่มสภาพคล่องในระบบ และสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศในระยะยาว"







