posttoday
ระลึกถึง 24 มิถุนา

ระลึกถึง 24 มิถุนา

24 มิถุนายน 2559

โดย...ศุภมิตร ปิติพัฒน์

โดย...ศุภมิตร ปิติพัฒน์

เวลาเคลื่อนไปข้างหน้าเสมอ แต่การเปลี่ยนแปลงไม่มีที่จะเดินเป็นเส้นตรง ผลลัพธ์ของมันมักหันเหออกไป ไม่เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ผู้ก่อการตั้งใจ ประวัติศาสตร์จึงเต็มไปด้วยเรื่องเล่าถึงเส้นทางการเปลี่ยนแปลงที่ยอกย้อนวกวน

คณะผู้ก่อการในวันที่ 24 มิ.ย. 2475 ประกอบด้วย สมาชิกที่มีแรงผลักดันจูงใจแตกต่างกัน แต่เป้าหมายของการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้รับการตราไว้ในมาตรา 1 ของพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม พ.ศ. 2475 อย่างสง่างามว่า “อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย” คณะผู้ก่อการทูลเกล้าฯ ถวายรัฐธรรมนูญฉบับนั้น เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพิจารณาและลงพระปรมาภิไธย เมื่อพระราชทานกลับคืนลงมา พวกเขาก็พบลายพระราชหัตถเลขาของเจ้าของพระบรมนามาภิไธยเติมคำว่า “ชั่วคราว” ลงไป คำๆ นี้กลายมาเป็นทั้งคำกำหนดสถานะให้แก่เอกสาร คำบรรยายสภาพเงื่อนไขที่อำนาจการปกครองเปลี่ยนมือ และคำพยากรณ์ถึงความยอกย้อนวกวนของการเปลี่ยนแปลงอีก 84 ปีต่อมา

ภาวะ “ชั่วคราว” ของการเปลี่ยนแปลง 2475 เป็นผลของการประนีประนอม การต่อรอง การต่อสู้ ที่ได้เริ่มต้นขึ้นนับแต่วันแรกระหว่างฝ่ายต่างๆ ทั้งฝ่ายคณะผู้ก่อการกับฝ่ายอื่นๆ และในระหว่างผู้นำของคณะผู้ก่อการกันเองที่จะกำหนด-และหาทางเปลี่ยนการกำหนด-ว่าใคร ฝ่ายใดจะได้เข้าใช้อำนาจการปกครองในนามของราษฎร หรือเป็นตัวแทนของราษฎร จะเป็นเอกบุคคล คณะบุคคล มหาชน หรือผสม และเมื่อผลการประนีประนอมในตอนต้นทำให้เลือกที่จะจัดความสัมพันธ์แบบผสมของราชาธิปไตยจำกัดอำนาจ ในบริบทที่ราษฎรผู้เป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดยังไม่พร้อมสำหรับการใช้อำนาจปกครองตนเองโดยสมบูรณ์ การจัดสัมพันธ์ระหว่างส่วนทั้งสามเพื่อสถาปนา Mixed Constitution ขึ้นมาจึงเป็นผลของการต่อรองระหว่างฝ่ายอำนาจเดิมกับคณะผู้ก่อการ คำถามคือ อะไรคือความหมายของภาวะ “ชั่วคราว” ของการเปลี่ยนแปลงนี้? และมันจบลงเมื่อใด?

ประวัติศาสตร์นิพนธ์ 2475 เสนอคำตอบแตกต่างกันไป ฝ่ายหนึ่งเห็นความไม่พร้อมและโดยเหตุนั้น จึงมองการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นการชิงสุกก่อนห่าม แต่ก็มีฝ่ายที่เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไม่ว่าที่ไหน ไม่เคยเกิดขึ้นในเงื่อนไขพรั่งพร้อม และไม่อาจรอจนถึงวันที่เงื่อนไขเหมาะสมทั้งหมดสุกงอม ผู้ทำการเปลี่ยนแปลงต่างหากที่จะต้องหาทางปรับและสกัดเพื่อจัดการกับเงื่อนไขที่ไม่พร้อมนั้นให้พ้นออกไปจากการกีดขวางเส้นทางการเปลี่ยนแปลง ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าการต้องเผชิญและหาทางจัดการกับเงื่อนไขที่ไม่พร้อมเหล่านี้สร้างเงื่อนไขใหม่ๆ อะไรขึ้นมาบ้าง และการชุมนุมกันของเงื่อนไขเหล่านั้นผลักการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด พาเคลื่อนเข้าใกล้จุดหมายที่ตั้งใจไว้แต่แรก หรือยิ่งมาก็ยิ่งถอยห่างออกไป

ขอยกตัวอย่างความไม่พร้อมเรื่องหนึ่งในการเปลี่ยนแปลง 2475 เงื่อนไขที่ไม่พร้อมให้ราษฎรปกครองตนเองหลังวันที่ 24 มิ.ย. 2475 และเป็นข้อที่คณะผู้ก่อการเห็นว่าสำคัญ เพราะนำมากำหนดไว้ในพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม พ.ศ. 2475 คือการขาดการศึกษาของราษฎร เมื่อเห็นอย่างนั้นคณะผู้ก่อการได้สร้างกลไกเชิงสถาบันขึ้นมาอย่างหนึ่ง เรียกว่าสมาชิกประเภทที่ 2 สำหรับเข้าใช้อำนาจนิติบัญญัติในนามของราษฎร ปัญหาว่าจะให้อำนาจการแต่งตั้งคณะบุคคลที่เรียกว่าสมาชิกประเภทที่ 2 นี้อยู่ที่ใคร ให้พระมหากษัตริย์เป็นคนเลือก หรือให้คณะผู้ก่อการเป็นคนเลือกกลายเป็นเหตุสำคัญข้อหนึ่งที่ก่อให้เกิดข้อขัดแย้งระหว่างรัชกาลที่ 7 กับฝ่ายผู้ก่อการ เมื่อแต่ละฝ่ายไม่พร้อมจะมอบอำนาจนี้ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง การประนีประนอมกันไม่ได้จบลงที่การสละราชสมบัติ

การสละราชสมบัติของรัชกาลที่ 7 ในขณะที่พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ยังทรงพระเยาว์ ทำให้การทำงานของ MixedConstitution ของระบอบใหม่ที่กำลังหาทางจัดสัมพันธ์และจัดการทำหน้าที่ระหว่างเอกบุคคลที่เป็นองค์พระประมุข คณะบุคคลที่เป็นตัวแทนหรือปฏิบัติหน้าที่ในนามของราษฎร และมหาชนให้ลงตัวสอดคล้องกับหลักการของระบอบประชาธิปไตยเกิดปัญหาตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงถึงจุดอ่อนของโครงสร้างที่เป็นอยู่ว่าอำนาจของมหาชนยังไม่มีเต็มที่ ในขณะที่คณะผู้สำเร็จราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งขององค์พระประมุขก็ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้นำฝ่ายบริหาร จนยอมแต่งตั้งให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งจอมพลและมอบอำนาจให้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดอีกตำแหน่งหนึ่ง

ปรีดี พนมยงค์ บันทึกไว้ว่าความไม่สมดุลของโครงสร้างแบบนี้เปิดช่องให้จอมพลป. พิบูลสงคราม “ซึ่งแต่เดิมเป็นนักประชาธิปไตย ได้เคลิบเคลิ้มเปลี่ยนจากแนวทางเดิมไป” จนเมื่อปรีดีย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในนามองค์พระประมุข เขาจึงได้ใช้อำนาจในตำแหน่งเอกบุคคลขององค์พระประมุขร่วมมือกับสมาชิกสภากลุ่มหนึ่งจัดการจอมพล ป. ให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามวิถีทางของรัฐสภา พร้อมกับใช้อำนาจของผู้แทนพระองค์ในฐานะจอมทัพมีพระบรมราชโองการปลดจอมพล ป. ออกจากการเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดและยุบเลิกตำแหน่งดังกล่าว

สิบห้าปีหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ผ่านการกวาดล้างปฏิปักษ์การเปลี่ยนแปลง การสละราชสมบัติ การแตกหักกันเองของคณะผู้ก่อการจนไม่เหลือองค์รวมที่เรียกว่าคณะราษฎร การหันเหเข้าสู่เส้นทางฟาสซิสต์ทหารนิยมและชาตินิยม และศึกสงครามการทำให้ราษฎรดำรง “อิสราธิปไตยบริบูรณ์” ก็กลับมาเริ่มต้นกันใหม่ ออกผลมาเป็นรัฐธรรมนูญ 2489 เข้าแทนที่ฉบับ 2475 แต่แล้วมันก็กลายเป็นของชั่วคราวอีกครั้งและอีกหลายครั้ง โดยไม่รู้แน่ชัดว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้ราษฎรดำรงอิสราธิปไตยบริบูรณ์จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ถาวรขึ้นมาได้ในวันใด

“So we beat on, boats against the current, borne back ceaselessly into the past.” F. Scott Fitzgerald

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ