posttoday
ทักษิณสั่งทีมกม.หาช่องสู้ต่อ

ทักษิณสั่งทีมกม.หาช่องสู้ต่อ

11 สิงหาคม 2553

นพดลเผย ทักษิณ รู้มติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาแล้ว ให้ทีมกฎหมายศึกษาช่องทางดำเนินการต่อสู้ แย้มแม้กระบวนการกฎหมายไทยจะสิ้นสุดแล้ว แต่ยังมีโอกาสในเวทีอื่น 

นพดลเผย ทักษิณ รู้มติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาแล้ว ให้ทีมกฎหมายศึกษาช่องทางดำเนินการต่อสู้ แย้มแม้กระบวนการกฎหมายไทยจะสิ้นสุดแล้ว แต่ยังมีโอกาสในเวทีอื่น 

นายนพดล  ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า มติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่ได้นอกเหนือความคาดหมาย ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับทราบมติของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาแล้ว และรู้สึกว่าท่านและครอบครัวไม่ได้รับความยุติธรรม ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง เพราะคดีดังกล่าวเริ่มมาจากการยึดอำนาจ มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ที่เป็นผู้เริ่มกระบวนการยึดทรัพย์ของอดีตนายกรัฐมนตรี

“เรารู้สึกผิดหวัง เพราะตั้งแต่มีการยึดอำนาจพ.ต.ท.ทักษิณ ก็ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองมาโดยตลอด ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวจะเดินหน้าแสวงหาความยุติธรรมต่อไป ส่วนจะเป็นวิธีไหนนั้นทีมกฎหมายกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาช่องทางที่จะดำเนินการต่อไป”นายนพดลกล่าว

นายนพดล กล่าวว่า  พ.ต.ท.ทักษิณ ยังอยากเห็นความปรองดองของคนในชาติ และการหันหน้ามาพูดคุยกัน ไม่อยากเห็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ซึ่งความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความยุติธรรมให้กับทุกคน

เมื่อถามว่ามติของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาถึงว่าเป็นที่สุดแล้วที่ไม่รับอุทธรณ์คดีดังกล่าว นายนพดล กล่าวว่า ตามกระบวนการพิจารณาศาลฎีกาของไทยก็คงเป็นไปตามนั้น แต่เชื่อว่ายังมีโอกาสในเวทีอื่น ส่วนกรณีที่มีผู้พิพากษาเพียง 4 เสียงลงมติให้รับอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวนั้น เห็นว่าแม้จะเป็นจำนวนน้อย แต่เป็นเรื่องที่ได้รับการพิจารณาจากผู้พิพากษาเหล่านั้น

ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ทราบผลมติศาลฎีกาที่ไม่รับอุทธรณ์ยึดทรัพย์4.6หมื่นล้านบาทของพี่ชาย และครอบครัวแล้ว ส่วนรายละเอียดขอฟังจากทนายความก่อน ว่าสามารถจะดำเนินการอย่างไรต่อไปได้หรือไม่ และตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณแต่อย่างใด

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ขอแสดงความคิดเห็นเมื่อถูกถามว่า เงินจำนวน 4.6หมื่นล้านบาทที่ถูกยึดไปจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวชินวัตรหรือไม่ เพียงกล่าวหา จะขอทำหน้าที่ในฐานะประชาชนคนหนึ่งต่อไป ซึ่งจริงๆแล้วตอนนี้ส่วนตัวยังดำเนินชีวิตตามปกติ เหมือนเดิม ยังทำงานด้านธุรกิจ สังคม และมูลนิธิไทยคม

เมื่อถามว่าได้เตรียมแผนการรองรับหรือไม่หากศาลไม่รับอุทธรณ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของทีมทนายที่จะดำเนินการต่อไป

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า หากตระกูลชินวัตรไม่สามารถนำเงินจำนวนดังกล่าวมาใช้ได้ จะเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มคนเสื้อแเดงหรือไม่ เห็นว่า เรื่องของท่อน้ำเลี้ยงนั้น คงไม่มีจริง เพราะกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตรวจสอบธุรกรรมการใช้จ่ายทางการเงินของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับพ.ต.ท.ทักษิณก็จบไปแล้ว ถือเป็นคนละเรื่องกัน ยืนยันว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ก็ใช้จ่ายอย่างสุจริต และขณะนี้ก็สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ตามปกติแล้ว พร้อมยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ สามารถชี้แจงรายละเอียดต่างๆได้ 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ