
4 เขื่อนใหญ่ยังวิกฤต
อธิบดีกรมชลประทานเผยปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักกักเก็บน้อย เพราะส่วนใหญ่ฝนตกหนักใต้เขื่อน
อธิบดีกรมชลประทานเผยปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักกักเก็บน้อย เพราะส่วนใหญ่ฝนตกหนักใต้เขื่อน
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า แม้ว่าฝนตกหนักในช่วงนี้ แต่สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก ประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำไหลลงอ่างกักเก็บน้ำบ้างแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ไม่มากนัก เนื่องจากบริเวณด้านเหนือของเขื่อนการกระจายของฝนตกลงมายังไม่มากพอ
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันทั้ง 4 เขื่อนมีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 8,020 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 32% ของความจุอ่างกักเก็บน้ำ รวมกันมีน้ำใช้การได้ประมาณ 1,324 ล้าน ลบ.ม. ยังคงการระบายน้ำจาก 4 เขื่อนหลักประมาณวันละ 18 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะเพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และไม้ผลต่อเนื่องเท่านั้น
ขณะนี้การเพาะปลูกนาปีทั่วประเทศแล้วกว่า 1.47 ล้านไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีการเพาะปลูกนาปีไปแล้วประมาณ 551,430 ไร่ และในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลองมีการเพาะปลูกนาปีไปแล้ว
กว่า 2.36 หมื่นไร่ ส่วนการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรนั้น ทางกรมชลประทานจะใช้อาคารบังคับน้ำและอาคารชลประทานต่างๆ ควบคุมน้ำท่าให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในการส่งน้ำเข้าระบบชลประทานไปยังพื้นที่การเกษตรได้อย่างทั่วถึง
ตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (ระหว่างวันที่ 15-21 มิ.ย.) เขื่อนหลายแห่งเริ่มมีน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำสะสมมากขึ้น อาทิ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก จำนวน 43.03 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ จำนวน 45.98 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก จำนวน 16.10 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี 6.16 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร จำนวน 7.46 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น จำนวน 6.12 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ จำนวน 16.57 ล้าน ลบ.ม. เป็นต้น







