posttoday
กระตุ้นลงทุนเร่งเชื่อมั่น

กระตุ้นลงทุนเร่งเชื่อมั่น

22 มิถุนายน 2559

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยประจำเดือน พ.ค. 2559 จำนวน 1,180 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรม ว่า ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 86.4 จากระดับ 85 ในเดือน เม.ย. เป็นผลมาจากการความกังวลต่อปัญหาภัยแล้งเริ่มคลี่คลายส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นของภาคอุตสาหกรรมไทยประจำเดือน พ.ค. 2559 จำนวน 1,180 ราย ครอบคลุม 45 กลุ่มอุตสาหกรรม ว่า ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 86.4 จากระดับ 85 ในเดือน เม.ย. เป็นผลมาจากการความกังวลต่อปัญหาภัยแล้งเริ่มคลี่คลายส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร

นอกจากนี้ ในเดือน พ.ค. เป็นช่วงการเปิดภาคเรียนของสถานศึกษา ทำให้มีคำสั่งซื้อและยอดขายเพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ตลอดจนนโยบายส่งเสริมและยกระดับอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของภาครัฐ มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์ เครื่องมือแพทย์ครบวงจร และอิเล็กทรอนิกส์

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ผู้ประกอบการยังมีความกังวลคือ ราคาพลังงานที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ รวมทั้งความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้า

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นฯ แยกตามขนาดของของกิจการ จากการสำรวจพบว่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ ของอุตสาหกรรมขนาดย่อมปรับตัวลดลงจากเดือน เม.ย. อยู่ที่ระดับ 74.8 โดยเฉพาะกลุ่มเซรามิก เครื่องจักรกลการเกษตร และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นต้น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 93.9 ปรับตัวลดลงจากระดับ 95.5 ในเดือน เม.ย. โดยองค์ประกอบดัชนีคาดการณ์ที่ลดลง ได้แก่ ยอดรับคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการและผลประกอบการ

ในขณะที่อุตสาหกรรมขนาดกลาง ดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 84.1 ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ รองเท้า อุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ และอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษ เป็นต้น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 99.9 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 97.9 ในเดือน เม.ย. โดยองค์ประกอบดัชนีคาดการณ์เพิ่มขึ้น ได้แก่ ยอดรับคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ

ขณะที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ดัชนีความเชื่อมั่นฯ อยู่ที่ระดับ 95.3 ปรับตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ อุตสาหกรรมเหล็ก เครื่องปรับอากาศและทำความเย็น และผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์และสุขภาพ เป็นต้น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 100.4 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 97.9 ในเดือน เม.ย. โดยองค์ประกอบดัชนีคาดการณ์เพิ่มขึ้น ได้แก่ ยอดรับคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ

นายเจน กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าในภาพรวม อยู่ที่ระดับ 98.7 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 97.2 ในเดือน เม.ย. เนื่องจากผู้ประกอบการเห็นว่าการลงทุนของภาครัฐที่ผ่านมา โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานจะส่งผลดีต่อการขยายการลงทุนของผู้ประกอบการในอนาคต และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

สำหรับผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นฯ รายภูมิภาคในเดือน พ.ค. พบว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ ของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือน เม.ย. ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือปรับตัวลดลงจากเดือน เม.ย.

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการที่มีต่อภาครัฐในเดือน พ.ค. คือ ต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนการขยายตลาดเข้าสู่หัวเมืองรองในกลุ่มประเทศ CLMV เพื่อขยายฐานลูกค้าและกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคให้มากขึ้น ส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างช่องทางในการเจรจาการค้าและขยายธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย รวมถึงต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนผู้ประกอบการรายใหญ่ในการให้ความรู้ และคำแนะนำในการขยายตลาดต่างประเทศให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเสนอให้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลเชิงลึกด้านการค้าการลงทุน เพื่อให้บริการแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ