posttoday
เปิดสารพัดคำร้อง สั่นคลอนประชามติ

เปิดสารพัดคำร้อง สั่นคลอนประชามติ

17 มิถุนายน 2559

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

กลายเป็นประเด็นสาละวนจมอยู่กับปัญหาเรื่องการทำประชามติ เนื่องจากสารพัดกลุ่มได้เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้มีคำวินิจฉัยว่า กระบวนการที่จะนำไปสู่เรื่องดังกล่าวเป็นไปอย่างถูกต้องตามครรลองคลองธรรมของกฎหมายหรือไม่ และหากส่องเฉพาะเรื่องการทำประชามติที่มีการยื่นเรื่องให้ตรวจสอบ

เริ่มตั้งแต่ “จอน อึ๊งภากรณ์” ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน พร้อมด้วยเครือข่ายในนามนักวิชาการและนักกฎหมาย ได้เข้ายื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา

เพื่อขอให้ผู้ตรวจฯ พิจารณา พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 61 วรรคสองและวรรคสี่ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและขัดต่อรัฐธรรมนูญ

จึงเป็นกฎหมายที่บังคับใช้ไม่ได้ และขอให้ผู้ตรวจฯ ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นดังกล่าว ก่อนที่ผู้ตรวจฯ จะมีมติเป็น “เอกฉันท์” เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

เนื่องจากมีเนื้อหาไม่ชัดเจน คลุมเครือ อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสน จนไม่กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นต่อเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.…. ที่จะมีการลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. และอาจมีการใช้เนื้อหาดังกล่าวไปดำเนินการกับประชาชนได้ อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญได้รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.

พร้อมทั้งได้มีหนังสือแจ้งผู้ให้ร้องทราบ รวมถึงเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่เกี่ยวกับส่วนของเจตนารมณ์ ความเป็นมา และเหตุผลในการบัญญัติมาตรา 61 วรรคสอง รวมทั้งข้อมูลอื่นใดที่เห็นว่าเกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาของศาล โดยให้ยื่นต่อศาลภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือ

ซึ่งประเด็นดังกล่าวได้ครบกำหนดเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา และวันเดียวกัน กกต.ได้มีการประชุมเรื่องนี้ ก่อนมีมติจะส่งคำชี้แจงให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา

ขณะเดียวกัน กกต.ยังมอบหมายให้ ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. และ สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารการเลือกตั้ง เป็นผู้ชี้แจงหากศาลต้องการให้ กกต.ชี้แจงด้วยตัวเอง

ส่วนเนื้อหาของคำชี้แจงนั้น กกต.ไม่ขอเปิดเผย เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรม โดยภาพรวมจะชี้แจงข้อเท็จจริงและเหตุผลต่างๆ ตามคำร้องของผู้ตรวจฯ

ทว่า มีรายงานว่า สำหรับคำชี้แจงที่ กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีด้วยกันทั้งหมด 3 หน้า ซึ่งเนื้อหาหลัก กกต.ได้ยืนยันถึงความจำเป็นต้องคงมาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ประชามติฯ ไว้ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในการทำประชามติ

โดยได้ยกว่าในการทำประชามติของต่างประเทศ ก็จะมีบทกฎหมายในลักษณะดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย หรือความรุนแรง

ส่วนบทบัญญัติดังกล่าวก็ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญได้รับรองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เพียงแต่การแสดงความคิดเห็นก็ต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมตามกฎหมายดังนั้น เนื้อหาของมาตรา 61 วรรคสอง ไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต

ต่อมาเป็นประเด็นที่ “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นเรื่องต่อศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 18 พ.ค. เพื่อขอให้พิจารณาหลังพบว่า กกต.ยังไม่ได้ประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติในราชกิจจานุเบกษาให้ถูกต้องตามความในมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ จะมีผลทำให้ กกต.ไม่สามารถดำเนินการต่อไปตามความในมาตรา 23 และมาตรา 27 ซึ่งได้บัญญัติชัดเจนว่า จะดำเนินการประชามติได้ต่อเมื่อมีการดำเนินการตามมาตรา 14 ก่อน

จึงเป็นคดีพิพาททางปกครองระหว่าง กกต.กับผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ และคดีดังกล่าวกฎหมายกำหนดให้ยื่นต่อศาลปกครองสูงสุดภายใน 30 วัน โดยมีคำขอท้ายฟ้องให้ศาลพิจารณาระงับการออกเสียงประชามติไว้ก่อน และหาก กกต.ไม่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายได้อย่างครบถ้วน ก็มีคำขอให้ศาลพิพากษาในวันออกเสียงที่กำหนดไว้เป็นโมฆะด้วย จึงได้นำเรื่องมายื่นต่อศาลปกครองสูงสุด

ทั้งนี้ กกต.ได้เตรียมประเด็นชี้แจงต่อศาลแล้ว โดยประเด็นศาลรัฐธรรมนูญนั้น กกต.ได้ยืนยันถึงความจำเป็นที่จะต้องคงมาตรา 61 วรรคสองของ พ.ร.บ.ประชามติไว้ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยในการทำประชามติ โดยยกว่าในการทำประชามติของต่างประเทศก็จะมีบทกฎหมายในลักษณะดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยหรือความรุนแรง

ขณะเดียวกัน บทบัญญัติดังกล่าวก็ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญได้รับรองสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นไว้อยู่แล้ว เพียงแต่การแสดงความคิดเห็นก็ต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมตามกฎหมาย เนื้อหาของมาตรา 61 วรรคสองไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต

สำหรับที่ “เรืองไกร” ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดนั้น กกต.ยืนยันว่าได้ออกประกาศ กกต. เรื่อง กําหนดวันออกเสียงประชามติ ลงวันที่ 19 เม.ย. มาตรา 39/1 กําหนดให้ กกต. กําหนดวันออกเสียงประชามติ ซึ่งต้องไม่เร็วกว่า 90 วัน แต่ไม่ช้ากว่า 120 วัน นับแต่วันถัดจากวันที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญส่งคําอธิบายสาระสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญให้ กกต. โดยวันออกเสียงประชามตินั้นต้องกระทําในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร

ทั้งนี้ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 39/1 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 ประกอบกับมติ กกต. เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2559 กกต.จึงกําหนดให้วันที่ 7 ส.ค. 2559 เป็นวันออกเสียงประชามติ

ประเด็นดังกล่าวทั้งหมดนี้ จะทำให้การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปได้หรือไม่ต้องตามกันไม่กะพริบ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ