
กกต.ย้ำไม่เชิญตปท.สังเกตการณ์ประชามติ
สมชัย ศรีสุทธิยากรยันไม่เชิญองค์กรต่างประเทศร่วมสังเกตการณ์ออกเสียงประชามติ
สมชัย ศรีสุทธิยากรยันไม่เชิญองค์กรต่างประเทศร่วมสังเกตการณ์ออกเสียงประชามติ
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงการเข้าร่วมสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติขององค์กรทั้งในและต่างประเทศว่า ถ้าในประเทศ ทุกคนสามารถที่จะร่วมสังเกตการณ์ได้ตั้งแต่การเปิดหีบออกเสียง การนับคะแนน และการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วย รวมทั้งการกระทำที่อาจผิดกฎหมายต่างๆ แต่ต้องระวังว่าอย่าไปสร้างปัญหาก่อความวุ่นวายขัดขวางเจ้าหน้าที่หรือไปข่มขู่ผู้ออกมาใช้สิทธิ ส่วนองค์กรต่างประเทศนั้น กกต.มีมติว่าจะไม่เชิญองค์กรใด เพราะไม่ได้ตั้งงบประมาณเพื่อรับรององค์กรที่จะมาร่วมสังเกตการณ์ได้
อย่างไรก็ตามถ้าหากองค์กรใดสนใจเข้าร่วม กกต.ก็พร้อมที่จะดูแลตามอัตภาพเท่าที่จะทำได้ เช่น หาที่พัก อาหารการกิน ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล ติดต่อล่าม ตอนนี้ที่ติดต่อมา คือ เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (ANFREL) โดยมีสมาชิกในภูมิภาคเอเชียประมาณ 10 ประเทศ เป็นต้น ทั้งนี้เมื่อองค์กรเหล่านี้เข้ามาก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายประเทศไทย ยืนยันไม่ขัดนโยบายรัฐบาลที่ไม่ต้องการเชิญองค์กรมาสังเกตการณ์ เพราะกกต.ไม่ได้เชิญ แต่เหมือนกับเป็นการมาในฐานะเพื่อน
ด้านนายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการด้านบริหารงานทั่วไป กล่าวว่า มีองค์กรต่างประเทศที่ขอเข้าร่วมสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติ 2 องค์กร คือ ANFREL กับ มูลนิธิเอเชียฟาวเดชั่น ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการวิจัยด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ในภูมิภาคเอเชีย มีสมาชิกในแต่ละประเทศประมาณ 10-20 คน ส่วนประเทศที่ติดต่อขอเข้าร่วมสังเกตการณ์ คือ กกต.ประเทศภูฏาน เเละองค์กรอื่นๆทั้งในและต่างประเทศที่ประสานเข้ามาอีกจำนวนหนึ่ง คาดว่าก่อนถึงวันออกเสียงจะมีองค์กรเข้ามาร่วมสังเกตการณ์จำนวนมาก
ทั้งนี้นายสมชัย ยังเปิดเผยอีกว่า กกต.ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นตัวที่ 4 ภายใต้ชื่อว่า แรบบิทรีพอร์ต (Rabbit Report) เพื่อใช้ในการรายงานผลการออกเสียงประชามติ ซึ่งจะให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วย 1 คน ต่อ 1 หน่วย โดยรูปแบบแอพพลิเคชั่นนี้ เจ้าหน้าประจำหน่วยจะต้องกรอกข้อมูลจำนวนบัตรดี บัตรเสีย จำนวนรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และจำนวนรับไม่รับคำถามพ่วงในระบบ คาดว่าการรายงานผลดังกล่าวจะสามารถแสดงผลได้หลังการปิดหีบลงคะแนนภายใน 1 - 1 ชั่วโมงครึ่ง หรือประมาณ 17.30 น. ก่อนที่ข้อมูลดังกล่าวจะส่งมายังสำนักงานกกต.ส่วนกลาง เพื่อประมวลผลและแสดงคะแนนแบบเรียลไทม์ โดยคาดว่าเวลาประมาณ 19.00 น. จะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการได้ 95% ซึ่งการรายงานผลจะแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ 1.ระดับประเทศ 2.ระดับภาค และ 3.ระดับจังหวัด
สำหรับสื่อมวลชน กกต.จะตั้งจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อรายงานผลแบบเรียลไทม์ แต่ครั้งนี้จะไม่ให้สื่อเชื่อมข้อมูลผ่านระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักงานกกต. เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ระบบล่มและเกิดปัญหา ขณะเดียวกัน การรายงานผลครั้งนี้ กกต.ได้ดำเนินการเอง ไม่ได้เชื่อมโยงข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย มหาวิทยาลัย หรือบริษัทต่างๆ จึงเชื่อว่าการรายผลผ่านแอพพลิเคชั่นนี้จะไม่ทำให้เกิดปัญหา ตัวเลขไม่ต่ำกว่า 80% จะเป็นตัวเลขที่ถูกต้อง เพราะบางพื้นที่อาจเกิดเหตุที่ทำให้โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ ส่วนผลการลงประชามติอย่างเป็นทางการนั้นจะทราบผลได้ภายใน 3 วันหลังจากวันออกเสียง







