posttoday
คิง เพาเวอร์สบายปีกไทย จีน พม่า

คิง เพาเวอร์สบายปีกไทย จีน พม่า

15 มิถุนายน 2559

เรียกว่าเป็นที่จับตามองมาก หลังจากที่ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” เจ้าของคิง เพาเวอร์กลายมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในไทยแอร์เอเชีย

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

เรียกว่าเป็นที่จับตามองมาก หลังจากที่ “วิชัย ศรีวัฒนประภา” เจ้าของคิง เพาเวอร์กลายมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในไทยแอร์เอเชีย ผ่านการซื้อหุ้นบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น หรือ AAV ในสัดส่วน 39% และ
ตั้งเป้าที่จะมีสัดส่วนหุ้นใน AAV ประมาณ 85% หลังจากที่ทำเทนเดอร์ ออฟเฟอร์แล้ว โดยบิ๊กคิง เพาเวอร์ได้เปิดใจว่า สนใจธุรกิจการสายการบินมานานแล้ว เพราะมองเห็นโอกาสการเติบโตจากการเดินทางของคนในภูมิภาคเอเชียที่ขยายตัวมาก ซึ่งการลงทุนครั้งนี้เป็นการลงทุนระยะยาวให้กับครอบครัว คาดว่าจะใช้เวลาในการคืนทุน 7-8 ปี

เขายังเล่าอีกว่า ในช่วงที่สายการบินนกแอร์เริ่มต้นทุนธุรกิจใหม่ๆ ยังได้เคยเข้าไปถือหุ้นในนกแอร์ด้วยเช่นกันในสัดส่วน 5% แต่การถือหุ้นเพียง 5% ทำให้ ยากที่จะมีบทบาทในการกำหนดทิศทางที่จะสนับสนุนธุรกิจหลักดิวตี้ฟรีของคิง เพาเวอร์ได้ จนเมื่อไม่นานนี้ความต้องการขยายไปยังธุรกิจสายการบินได้กลับมาอีกครัั้ง จึงได้เจรจากับธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ เพื่อซื้อหุ้นใน AAV จนบรรลุข้อตกลงและเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไทยแอร์เอเชียแทน

ขณะที่การบริหารงานได้มอบหมายให้ อัยยวัฒน์ และ อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา และสมบัตร เดชาพานิชกุล เข้ามารับตำแหน่งคณะกรรมการบริษัทเพื่อร่วมกำหนดวิสัยทัศน์และนโยบายไทยแอร์เอเชียร่วมกับการบริหารของธรรศพลฐ์ เเละผู้บริหารชุดเดิม โดยมีเป้าหมายที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อมกันตามยุทธศาสตร์ที่เน้นขยายฐานธุรกิจในไทย เจาะตลาดนักท่องเที่ยวจีน และเปิดตลาดแถบอาเซียน

ในส่วนของแผนขยายฐานธุรกิจในไทย หลังจากที่ปรับปรุงคิง เพาเวอร์ ดาวน์ทาวน์ คอมเพล็กซ์ (รางน้ำ) และขยายคิง เพาเวอร์ ศรีวารี คอมเพล็กซ์ (บางนา-ตราด กม.18) เฟสสองแล้วเสร็จ จะแยกทำตลาดชัดเจน โดยที่ศรีวารีจะรับกลุ่มทัวร์จีนโดยเฉพาะ ส่วนรางน้ำจะเป็นตลาดท่องเที่ยวเองหรือเอฟไอทีทั้งคนไทยและต่างชาติ 

สำหรับการเปิดตลาดใหม่ๆ ให้กับไทยแอร์เอเชียนั้น การที่คิง เพาเวอร์ทำตลาดในจีนนาน ทำให้รู้ว่าเมืองใดที่ไทยแอร์เอเชียควรเปิดเส้นทางบินเพิ่ม หรือขยายเที่ยวบิน ซึ่งจะยิ่งทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาไทยมากขึ้น เป็นผลบวกกับคิง เพาเวอร์ โดยปัจจุบันลูกค้าจีนช็อปปิ้งในคิง เพาเวอร์ราว 6-7 ล้านคน จากคนจีนที่เข้ามาเที่ยวไทยทั้งหมดปีที่แล้ว 10 ล้านคน ปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 12-13 ล้านคน คิง เพาเวอร์จึงตั้งเป้าจะเพิ่มลูกค้าคนจีนเป็น 80% ของคนจีนทั้งหมดที่เข้าไทย

สำหรับการขยายตลาดใหม่ๆ หลังจากที่ได้รับการทาบทามให้ไปลงทุนดิ้วตี้ฟรีในสนามบินของ 3 เมืองสำคัญทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเมียนมา เช่น ย่างกุ้ง เนย์ปิดอว์ ฯลฯ ล่าสุด ได้ส่งทีมไปศึกษาความเป็นไปได้แล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ โดยตลาดท่องเที่ยวในเมียนมาขยายตัวมาก จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจ และปัจจุบันไทยแอร์เอเชียก็มีไฟลต์บินไปยังเมียนมาด้วย ซึ่งหากลงทุนในเมียนมาได้จริง ทั้งคิง เพาเวอร์และไทยแอร์เอเชียก็จะเสริมทัพกันในตลาดนี้

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่ได้รับรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขการลงทุนดิ้วตี้ฟรีในเมียนมา แต่บิ๊กคิง เพาเวอร์ย้ำว่า หากเป็นตลาดเมียนมา บริษัทมีความความพร้อมทุกด้านมากกว่าการขยายไปยังตลาดญี่ปุ่น

อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า ปัจจุบันคิง เพาเวอร์มีพนักงาน 1 หมื่นคน ไทยแอร์เอเชียมีพนักงาน 4,000 คน หากรวมกันแล้วจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีบุคลากรแตะ 1.4 หมื่นคน ซึ่งในอนาคตเมื่อองค์กรขยาย อาจจะมีการเพิ่มบุคลากรใหม่ๆ ด้วย ส่วนฐานลูกค้า คิง เพาเวอร์มีฐานสมาชิก 5-6 แสนคน ไทยแอร์เอเชียมีผู้โดยสารที่ใช้บริการราว 10 ล้านคน/ปี ซึ่งการทำตลาดร่วมกันในอนาคต จะต้องหารือ เพิ่มช่องทางการขยายตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม และเพิ่มช่องทางให้กับคิง เพาเวอร์ได้อย่างไร

ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แจ้งว่า ได้สั่งให้เอเอวีชี้แจงกรณีที่ครอบครัวธรรศพลฐ์ขายหุ้นเอเอวีให้กลุ่มวิชัยสัดส่วน 39% ราคาหุ้นละ 4.20 บาท และครอบครัวแบเลเว็ลด์ คงเหลือการถือหุ้นเพียง 5% เนื่องจากที่ผ่านมาปรากฏข่าวเรื่องการขายหุ้นของกลุ่มธรรศพลฐ์ให้กลุ่มคิง เพาเวอร์ตามสื่อต่างๆ และ ตลท.ได้ให้บริษัทชี้แจงถึงข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวถึง 3 ครั้ง ระหว่างวันที่ 7 เม.ย.-9 พ.ค. 2559 ซึ่งทางบริษัทได้ปฎิเสธข่าวดังกล่าวทุกครั้ง

ดังนั้น เพื่อให้ผู้ลงทุนได้ทราบข้อเท็จจริง จึงขอให้บริษัท เอเอวี ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวภายในวันที่ 16 มิ.ย. 2559 เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ธรรศพลฐ์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายหนึ่ง และเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แจ้ง ตลท.ว่า ได้ขายหุ้นรวม 1,890 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 4.20 บาท/หุ้น ให้กับ วิชัย ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และเจ้าของทีมเลสเตอร์ ซิตี้

ด้านการซื้อขายหุ้นเอเอวี วันที่ 14 มิ.ย. หลังมีข่าวว่ากลุ่มวิชัยซื้อหุ้นล็อตใหญ่ในราคาต่ำกว่าตลาด ส่งผลให้เปิดตลาดตอนเช้า ราคาหุ้นรูดลงแรงทันทีที่ระดับ 5.50 บาท หลังจากนั้นมีแรงไล่ซื้อหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากวิชัยแถลงแผนธุรกิจของกลุ่มคิง เพาเวอร์และเอเอวีที่มีอนาคตสดใส สนับสนุนให้ราคาขึ้นไปสูงสุด 6.35 บาท ก่อนปิดที่ระดับ 6.25 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 4.17% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น ถึง 3,624 ล้านบาท

กวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย กรณีที่ธรรศพลฐ์ขายหุ้น 39% ให้กลุ่มวิชัย มองว่าเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเสริมธุรกิจซึ่งกันและกัน เนื่องจากกลุ่มคิง เพาเวอร์เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในธุรกิจสินค้าปลอดภาษี หรือดิวตี้ฟรี

ทั้งนี้ บล.กสิกรฯ มองว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมการบินที่อยู่ในทิศทางที่ดี เนื่องจากราคาน้ำมันอยู่ในราคาต่ำ โดยคาดว่าเอเอวีจะอยู่ที่ 7 บาท สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามในระยะกลาง และในระยะยาว คือราคาน้ำมันที่อาจจะแพงขึ้นส่งผลต่อต้นทุน ซึ่งในระยะ 5-10 ปี การแข่งขันก็จะรุนแรงขึ้น

นักวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ยังคงคำแนะนำซื้อหุ้นเอเอวี โดยให้ราคาเป้าหมาย 12 เดือนข้างหน้าที่ 7.30 บาท เพราะแนวโน้มผลการดำเนินงานและสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง น่าจะทำให้บริษัทมีเสถียรภาพเพียงพอที่จะทำให้การเปลี่ยนมือทีมบริหารเป็นไปอย่างราบรื่น ดังนั้นจึงคิดว่านักลงทุนควรซื้อสะสมถ้าราคาหุ้นปรับตัวลดลง

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์