posttoday
รื้อกฎหมายบังคับคดี  ลุ้นยกอันดับน่าลงทุน

รื้อกฎหมายบังคับคดี ลุ้นยกอันดับน่าลงทุน

08 มิถุนายน 2559

โจทย์หนึ่งของประเทศ การทำให้เป็นที่น่าลงทุนในสายตาต่างประเทศ โดยเฉพาะคะแนนความยากง่ายการทำธุรกิจ

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

โจทย์หนึ่งของประเทศ การทำให้เป็นที่น่าลงทุนในสายตาต่างประเทศ โดยเฉพาะคะแนนความยากง่ายการทำธุรกิจ (Ease of Doing Business) ของธนาคารโลก จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทย

ทุกๆ ปีธนาคารโลกจะมาประเมินจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business) โดยมีตัวชี้วัดในการสำรวจ 10 ตัวชี้วัด ได้แก่ 1.การเริ่มต้นธุรกิจ 2.การขออนุญาตก่อสร้าง 3.การขอใช้ไฟฟ้า 4.การจดทะเบียนทรัพย์สิน 5.การได้รับสินเชื่อ 6.การคุ้มครองผู้ลงทุน 7.การชําระภาษี 8.การค้าระหว่างประเทศ 9.การบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง 10.การแก้ปัญหาล้มละลาย ซึ่งปี 2558 ทุกดัชนีไทยได้รับอันดับลดลง ยกเว้นการขออนุญาตก่อสร้างที่อันดับปรับเพิ่มขึ้นจาก 47 เป็น 39 โดยความยากง่ายการประกอบธุรกิจในเอเชียไทยอยู่อันดับที่ 9 และในกลุ่มประเทศอาเซียน ไทยอยู่อันดับที่ 3 รองจากสิงค์โปรและมาเลเซีย

ความกระตือรือร้นของแต่ละหน่วยงานในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยและความยากง่ายการทำธุรกิจ เป็นนโยบายแห่งชาติที่รัฐบาลประกาศทุ่มเทอย่างเต็มที่ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั่งเป็นประธานหัวโต๊ะที่จะบัญชาการเอง

กฎหมาย กฎ ระเบียบ เป็นอุปสรรคหนึ่งของการเข้ามาลงทุน โดยบทบาทหนึ่งของกรมบังคับคดีได้รับมอบหมายให้แก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีความทันสมัย เป็นมาตรฐานสากล เพื่ออำนวยความยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

ดังนั้นในดัชนี 10 ตัวนั้น ในส่วนของกรมบังคับคดีได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบใน 2 ตัวชี้วัด ได้แก่ ตัวชี้วัดที่ 9 การบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลง (Enforcing Contract) ซึ่งในตัวชี้วัดนี้จะมีสำนักงานศาลยุติธรรมและกรมบังคับคดีร่วมรับผิดชอบ ซึ่งไทยได้อันดับที่ 25 ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม การบังคับให้เป็นไปตามข้อตกลงจะประกอบด้วย การเพิ่มดัชนีใหม่เกี่ยวกับโครงสร้างและประสิทธิภาพของศาล ทั้งด้านโครงสร้างและหน้าที่ของศาล การบริหารจัดการคดี (ระยะเวลามาตรฐานสําหรับคดีแพ่ง การเลื่อน และการนั่งพิจารณาคดี) การแก้ไขข้อพิพาททางเลือก การประมาณการด้านระยะเวลา-การยื่นฟ้องคดีและการส่งหมาย การพิจารณาและพิพากษาคดี และการบังคับให้เป็นไปตามคําพิพากษา รวมไปถึงการประมาณการทางด้านค่าใช้จ่าย-ค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล (นับจนถึงมีคําพิพากษาเท่านั้น) และค่าธรรมเนียมในการบังคับคดี

ด้านตัวชี้วัดที่ 10 ด้านการแก้ไขกฎหมายล้มละลาย (Resolving Insolvency) ได้อันดับที่ 49 ลดลงจากปี 2558 ที่อยู่ที่อันดับ 45 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขกฎหมายล้มละลาย เพื่อให้การฟื้นฟูกิจการ เพื่อกิจการสามารถดํารงอยู่ต่อได้มากกว่าการล้มละลาย รวมถึงการเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูกิจการของเอสเอ็มอี

ในรอบการเข้ามาประเมินของธนาคารโลกประจำปี 2559 กฎหมายหรือกฎระเบียบอุปสรรคการลงทุน ทุกอย่างที่จะมีผลต่อคะแนนตัวชี้วัดความยากง่ายการประกอบธุรกิจนั้น จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มิ.ย. 2559

จากการสำรวจกรอบการปรับปรุงกฎหมายใหม่ที่มีผลบังคับใช้แล้วและทันทีจะเป็นคะแนนการประเมินของธนาคารโลก กฎหมายที่มีผลบังคับแล้วจำนวน 6 ฉบับ ได้แก่

1.พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2558

2.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 29) พ.ศ. 2558

3.กฎกระทรวงว่าด้วยการจดทะเบียนและการกำหนดคุณสมบัติของผู้ทำแผนและผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558

4.ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการกำหนดคุณสมบัติของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้มีอำนาจออกคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้ พ.ศ. 2558

5.กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขายทอดตลาด พ.ศ. 2559 ร่างพระราชบัญญัติที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่

6.พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2559 (การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม)

อย่างไรก็ตามกฎหมาย 6 ฉบับดังกล่าว ซึ่งปีที่แล้วไม่สามารถทันการพิจารณาของธนาคารโลก ที่กำหนดให้กฎหมายจะต้องมีผลบังคับใช้เดือน มิ.ย. 2558 ในขณะที่กฎหมายทั้ง 6 ฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว น่าจะส่งผลให้อันดับความยากง่ายการประกอบธุรกิจของไทยกระเตื้องขึ้นบ้าง

นอกจากนี้ไทยก็อยู่ระหว่างกฎหมายที่อยู่ระหว่างการแก้ไข คือ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 4 ซึ่งเกี่ยวกับการให้กรมบังคับคดีสามารถขายทอดตลาดได้โดยไม่ต้องผ่านศาล ซึ่งจะทำให้ลดขั้นตอนการบังคับคดีได้อีก 15 วัน 2.ร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ส่วนล้มละลายและฟื้นฟูกิจการทั้งฉบับ และ 3.ร่าง พ.ร.บ.การบังคับคดี เป็นต้น

ในขณะเดียวกันมีการปรับปรุงระบบ ขั้นตอน และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อความสะดวก รวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น การนำระบบนำร่องการประมูลขายทอดตลาดด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ การพัฒนาแอพพลิเคชั่น ขายทอดตลาดสินทรัพย์บนโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งมีการประสานงานเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ และการส่งเสริมศักยภาพบุคลากร

บทเรียนหนึ่งที่ทำให้ไทยได้คะแนนไม่ดีนักจากการสำรวจของธนาคารโลก คือ ความเข้าใจผิดของภาคเอกชนในการตอบคำถามของธนาคารโลกเกี่ยวกับความล่าช้าการดำเนินการของภาครัฐ นี่เป็นหนึ่งส่วนหรือฟันเฟืองเล็กๆ ที่กระตุ้นให้ประเทศไทยน่าลงทุนมากขึ้น ซึ่งหากได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้นจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเป็นที่น่าลงทุนของนักลงทุน และเป็นหนึ่งในกลไกในการเสริมสร้างให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดีที่ทันสมัย มีมาตรฐานสากล และกระบวนการบังคับคดีมีความสะดวก รวดเร็ว ง่าย และเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์

ต้องลุ้นผลประกาศการจัดอันดับความยากง่ายในการลงทุนของไทยจะไต่ขึ้นมาได้อีก ในขณะที่ประเทศไทยกำลังจะวิ่งไต่ระดับเพิ่มอันดับคะแนนให้ดีขึ้น แต่ประเทศอื่นๆ ก็ไม่ได้หยุดนิ่ง ก็ต้องอดใจรอลุ้นในเดือน ต.ค.นี้ อาจารย์ใหญ่ธนาคารโลกจะให้ไทยสอบผ่านหรือไม่

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน