
เรียนรู้เมืองอัจฉริยะ เข้าใจยานยนต์ไฟฟ้า(1)
โดย...ทวารัฐ สูตะบุตร
โดย...ทวารัฐ สูตะบุตร
ปลายเดือน พ.ค. 2559 ที่ผ่านมา ผมและทีมงานจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อจะได้นำผลของการเรียนรู้ครั้งสำคัญนี้มาต่อยอดในโครงการตามแผนบูรณาการพลังงานระยะยาว หรือ Thailand Integrated Energy Blueprint : TIEB ได้ศึกษาถึงโครงการสำคัญๆ ในประเทศญี่ปุ่น มีเรื่องราวที่น่าสนใจหลายประการ จึงอยากหยิบยกบางส่วนมาเล่าสู่กันฟัง เพื่อร่วมเรียนรู้ไปกับ สนพ.
เริ่มจากโครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City) หรือแนวคิดเมืองที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ อาทิ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสมาร์ทกริด และเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เป็นต้น เพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตของประชากรดีขึ้น ใช้พลังงานลดลงและส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
เมืองอัจฉริยะนี้เกิดขึ้นในปี 2010 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ให้เงินสนับสนุน 127 พันล้านเยน (ประมาณ 4.6 หมื่นล้านบาท) จัดทำโครงการเมืองอัจฉริยะต้นแบบ 4 เมือง คือ โยโกฮามา (Yokohama) โตโยต้า (Toyota) เคอิฮันนะ (Keihanna) และคิตะคิวชู (Kitakyushu) ระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี
โครงการเมืองอัจฉริยะโยโกฮามา (Yokohama Smart City Project) จึงได้กำเนิดขึ้น และดำเนินการใน 3 เขต ของเมืองโยโกฮามา ครอบคลุมพื้นที่ 60 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 15 โครงการย่อย ภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public Private Partnership) ระหว่างเทศบาลนครโยโกฮามา และบริษัทเอกชนชั้นนำด้านพลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ และก่อสร้าง จำนวน 34 บริษัท อาทิ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ โตชิบา และโตเกียวแก๊ส เป็นต้น และมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อสร้างเมืองคาร์บอนต่ำ มุ่งเน้นการพัฒนาระบบสมาร์ทกริดเพื่อเชื่อมโยงและบริหารจัดการการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และระบบการจัดการพลังงาน (Energy Management System) ซึ่งช่วยให้บ้านอยู่อาศัย อาคารธุรกิจ และโรงงานอุตสาหกรรม สามารถบริหารจัดการการผลิตและใช้พลังงาน รวมทั้งซื้อ-ขายไฟฟ้าได้ด้วยตนเอง
นอกจากการสนับสนุนโครงการเมืองอัจฉริยะต้นแบบ 4 เมืองข้างต้นแล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นได้ต่อยอดส่งเสริมให้รัฐบาลท้องถิ่นและภาคเอกชนร่วมลงทุนพัฒนาโครงการเมืองอัจฉริยะอื่นๆ ด้วย ดังเช่น โครงการ Fujisawa Sustainable Smart Town
Fujisawa Sustainable Smart Town (FSST) เป็นโครงการที่อยู่อาศัยต้นแบบ 1,000 ครอบครัว ตั้งอยู่ในเมืองฟูจิซาวา มีพื้นที่ 118 ไร่ ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว 600 หลัง และคอนโดมิเนียม 400 ห้อง พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ลงทุนและบริหารจัดการโดยสภาเมือง ซึ่งมีบริษัท พานาโซนิค เป็นผู้นำ มีบริษัทเอกชน 19 บริษัท เป็นสมาชิก มีเมืองฟูจิซาวาเป็นที่ปรึกษา และมี FSST Management Company ทำหน้าที่คล้ายนิติบุคคลช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ โครงการเริ่มต้น ในปี 2014 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2020 โดยมีเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน คือ ด้านสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงร้อยละ 70 และลดการใช้น้ำลงร้อยละ 30 ด้านพลังงาน เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนร้อยละ 30 โดยการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ และด้านความปลอดภัยและความมั่นคง โครงการมีแนวคิดสำคัญ คือ “Smart life style” ซึ่งมุ่งเน้นใน 5 ด้าน ดังนี้
1) ด้านพลังงาน บ้านเดี่ยวแต่ละหลังจะออกแบบโดยเน้นการใช้ประโยชน์จากลมและแสงอาทิตย์เพื่อลดการใช้พลังงานให้มากที่สุด โดยการติดตั้งแผงโซลาร์ (Roof top) ผลิตได้สูงสุดขนาด 1.4 กิโลวัตต์ (kWp) เพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าในแต่ละครัวเรือน นอกจากนี้ ในพื้นที่ส่วนกลางยังติดตั้งแผงโซลาร์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ในสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Charging station) สำหรับจักรยานและรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งสำรองไฟฟ้าไว้ในยามฉุกเฉินด้วย
2) ด้านความปลอดภัย ติดตั้งกล้องวงจรปิดและโคมไฟถนน LED ที่มีเซ็นเซอร์หรี่ให้มืด-สว่างอัตโนมัติเมื่อมีคนผ่าน
3) ด้านการเดินทาง ให้บริการเช่าจักรยานไฟฟ้าเพื่อป้องกันการจราจรติดขัดในชุมชน
4) ด้านสุขภาพ มี Wellness square ให้บริการศูนย์รับเลี้ยงเด็ก โรงเรียนกวดวิชา ห้องสมุด ห้องทดลอง ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ร้านขายยา และคลินิก โดยใช้เทคโนโลยี ICT บริหารจัดการและเชื่อมโยงข้อมูลคนในชุมชน
5) ด้านชุมชน มีเว็บไซต์ของชุมชนสำหรับให้บริการทุกอย่างในชุมชน รวมทั้งรวบรวมข้อมูลของสมาชิกและบ้านอยู่อาศัย เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการชุมชน
จากตัวอย่างโครงการเมืองอัจฉริยะข้างต้น จะเห็นได้ว่าการพัฒนาเมืองอัจฉริยะจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการของเทคโนโลยีและการบริหารจัดการในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางผังเมืองและการออกแบบสิ่งก่อสร้างให้ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ระบบ ICT ระบบสมาร์ทกริด รวมทั้งใช้เทคโนโลยีด้านพลังงาน อาทิ ระบบการจัดการพลังงาน การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และยานยนต์ไฟฟ้า เป็นต้น
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เมืองอัจฉริยะจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าปราศจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชน
ในตอนต่อไป ผมจะมาเล่าให้ฟังต่อ ถึงเรื่องการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV นะครับ







