posttoday
เร่งแก้เจ็บป่วยฉุกเฉิน

เร่งแก้เจ็บป่วยฉุกเฉิน

08 มิถุนายน 2559

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลพิเศษควรนำมติของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ได้เห็นชอบการปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉินช่วงก่อนถึงโรงพยาบาลไปดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งเป้าหมายหลักของระบบนี้ก็เพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยวิกฤตให้ทันเวลา โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ที่สถานพยาบาลจะปฏิเสธ

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลพิเศษควรนำมติของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ได้เห็นชอบการปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉินช่วงก่อนถึงโรงพยาบาลไปดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว ซึ่งเป้าหมายหลักของระบบนี้ก็เพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยวิกฤตให้ทันเวลา โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ที่สถานพยาบาลจะปฏิเสธ

ข้อเสนอดังกล่าวทาง สปท.เห็นว่าแม้ที่ผ่านมามี พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 และประมวลกฎหมายอาญาสนับสนุนระบบการแพทย์ฉุกเฉินอยู่ แต่จากสถิติของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) พบว่า มีผู้เสียชีวิตนอกโรงพยาบาลมากถึงปีละ 6 หมื่นคน หากมีระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพช่วงก่อนถึงโรงพยาบาลจะช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินได้อีกร้อยละ 20 หรือปีละ 1.2 หมื่นคน

ดังนั้น ครม.ต้องรับเรื่องนี้ไปพิจารณา โดยมีการกำหนดกรอบนโยบายให้มีความคล่องตัวและชัดเจน อาทิ การแจ้งเหตุและรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน การจ่ายงานและการปฏิบัติการฉุกเฉินในที่เกิดเหตุจนถึงโรงพยาบาล มีระบบการแจ้งเหตุฉุกเฉินหรือติดต่อเลขหมายฉุกเฉินเบอร์เดียว และให้โทรศัพท์ถูกระงับการให้บริการสามารถโทรฉุกเฉินได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ จะต้องสนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์รองรับการดำเนินงานอย่างเพียงพอ เช่น มีรถพยาบาลกระจายครอบคลุมทุกพื้นที่ สามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ภายใน 5 นาที ภายในรัศมี 5 กิโลเมตร รวมทั้งภาครัฐต้องร่วมมือกับภาคเอกชนจัดตั้งทีมปฏิบัติการให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างคล่องตัว มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ทั้งในส่วนกลางและระดับท้องถิ่นให้คลอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน ยังจะต้องปฏิรูปและบูรณาการการทำงานของมูลนิธิอาสาสมัครต่างๆ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการบูรณาการบุคลากร อุปกรณ์ รถฉุกเฉิน ศูนย์เครือข่ายในการกระจายงานทุกจังหวัด อีกทั้งต้องแก้ปัญหาการแย่งตัวผู้ป่วยส่งสถานพยาบาลที่ได้ผลประโยชน์ตอบแทน ซึ่งที่ผ่านมากรณีนี้มีข้อครหาอยู่มาก

การดำเนินการทั้งหมดนี้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานภายใต้กำกับ โดยเฉพาะ สพฉ.จะต้องเป็นแม่งานออกแบบแนวทางการปฏิบัติที่ลดอุปสรรคให้เป็นไปตามนโยบายรักษาทุกที่ดีทุกสิทธิ อาทิ ผู้ป่วยฉุกเฉินสามารถใช้สิทธิได้ทุกสวัสดิการ ทุกสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด โรงพยาบาลห้ามปฏิเสธการรักษาในทุกกรณี แต่จะมีการกำหนดระบบกลางของสามกองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลคอยตามจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองในภายหลัง

ดังนั้น เพื่อให้นโยบายดังกล่าวเป็นจริง รัฐบาลต้องสั่งการเชิงนโยบายให้มีการออกประกาศตามพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 อย่างน้อย 3 ฉบับ ประกอบด้วย ประกาศกำหนดเรื่อง ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ประกาศกำหนดราคากลางค่ารักษา และประกาศเงื่อนไขการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบัติการ และสถานพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ในภาวะฉุกเฉินถึงแก่ชีวิตได้รับการช่วยชีวิตอย่างรวดเร็ว

รัฐบาลพิเศษจะได้รับคะแนนนิยมอย่างมาก หากเห็นความสำคัญเรื่องความเป็นความตายของประชาชนด้วยการเร่งผลักดันนโยบายการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินช่วงก่อนถึงโรงพยาบาลให้เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ เพราะนโยบายนี้ไม่สามารถดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงได้ในช่วงรัฐบาลปกติ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ