
กม.ภาษีที่ดินฉลุย
ครม.ผ่านร่างกฎหมายที่ดินสิ่งปลูกสร้าง “อภิศักดิ์” ชี้ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มรายได้ท้องถิ่น 6.4 หมื่นล้าน
ครม.ผ่านร่างกฎหมายที่ดินสิ่งปลูกสร้าง “อภิศักดิ์” ชี้ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มรายได้ท้องถิ่น 6.4 หมื่นล้าน
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ... โดยร่างกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้มีการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามมูลค่าสินทรัพย์ที่ผู้เสียภาษีเป็นเจ้าของ ทั้งในส่วนของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อาคารชุด และการครอบครองที่ดินอื่นๆ เช่น กรณีการเช่าที่ดินของรัฐ ซึ่งกระทรวงการคลังตั้งเป้าหมายที่จะให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2560
ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ใช่การเก็บภาษีใหม่ แต่เป็นการปรับการเก็บภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่ตามกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลักดันให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน โดยคาดว่าเมื่อกฎหมายฉบับใหม่เริ่มบังคับใช้ จะทำให้ท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 6.42 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันที่จัดเก็บได้ 3.83 หมื่นล้านบาท
สำหรับอัตราภาษีที่ดินฯ แบ่งการจัดเก็บเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.ใช้เพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรม เก็บภาษีได้ไม่เกิน 0.2% 2.ใช้เพื่อเป็นที่พักอาศัย เก็บได้ไม่เกิน 0.5% 3.ใช้เพื่อการพาณิชยกรรม อุตสาหกรรม เก็บได้ไม่เกิน 2% และ 4.ที่ดินรกร้างว่างเปล่า จัดเก็บได้ไม่เกิน 5%
ขณะที่ทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นภาษี ได้แก่ สาธารณสมบัติ ทรัพย์สินของรัฐที่ไม่ได้ใช้หาประโยชน์ ทรัพย์สินของสถานทูต ทรัพย์สินของสภากาชาดไทย ทรัพย์ส่วนกลางของอาคารชุดและที่ดินสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่มิได้ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ ทรัพย์สินของเอกชนที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ และบ้านพักอาศัยหลักมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ครม.ยังเห็นชอบร่าง พ.ร.ฎ.กำหนดอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยร่าง พ.ร.ฎ.ฉบับนี้ จะกำหนดอัตราจัดเก็บภาษีแต่ละประเภทในอัตราก้าวหน้าตามมูลค่าของฐานภาษี
ประกอบด้วย 1.ที่ดินเกษตรกรรมให้เสียภาษีตั้งแต่ 0-0.1% ของฐานภาษี และหากพบว่าเป็นที่ดินที่อยู่ในข่ายที่ร่าง พ.ร.ฎ.กำหนด จะถูกจัดเก็บภาษี 0.02% 2.ที่พักอาศัยหลัก ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีตั้งแต่ 0.05-0.1% และที่พักอาศัยหลังอื่นให้เก็บตั้งแต่ 1 ล้านบาทแรก ในอัตรา 0.03-0.3% ของฐานภาษี ซึ่งจากข้อมูลในปัจจุบันพบว่าที่อยู่อาศัยทั่วประเทศที่มูลค่าเกิน 50 ล้านบาท มีอยู่ 8,556 หลัง หรือ 0.04% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมด
3.กรณีที่ดินหรืออาคารสำหรับพาณิชย กรรมและอุตสาหกรรม เก็บภาษีตั้งแต่ 0.3-1.5% ของฐานภาษี และ 4.ที่ดินว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพที่ดิน จะจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นทุก 3 ปี ตั้งแต่ 1-3% ของฐานภาษี เพื่อกระตุ้นให้มีการนำที่ดินว่างเปล่าไปใช้ประโยชน์







