สั่งย้ายหัวหน้าศูนย์เพาะเลี้ยงหลังเต่ามาดากัสการ์หาย72ตัว
อธิบดีกรมอุทยานฯสั่งย้ายหัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยง หลังเต่ามาดากัสการ์ 72 ตัวสูญหายพร้องตั้งกรรมการสอบ
อธิบดีกรมอุทยานฯสั่งย้ายหัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยง หลังเต่ามาดากัสการ์ 72 ตัวสูญหายพร้องตั้งกรรมการสอบ
นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้เซ็นคำสั่งย้ายนายทรงกลด ภู่ทอง หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงฯ บางพระ ออกจากตำแหน่ง หลังจากเกิด กรณีเต่าบัญขี 1 อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) จากเกาะมาดาร์กัสการ์ คือ เต่า “ยูนิฟอร่า” 6 ตัว และเต่า “เรคิเอต้า” จำนวน 72 ตัว ที่เป็นสัตว์ของกลาง หายไปจากสถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระ ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานฯ
ทั้งนี้ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโดยมอบให้นายสมศักดิ์ ภู่เพ็ชร์ ผู้อำนวยการส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า เป็นประธาน มีนายสธน คงเงิน นักวิชาการกองคุ้มครองสัตว์ป่าและพืชป่า ตามอนุสัญญาไซเตส นายถิรเดช ปาละสุวรรณ นักวิชาการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และนายบารมี ศรีระษา นิติกร กรมอุทยานฯ ร่วมเป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริง ใช้ระยะเวลา 1 เดือน ผลการสอบสวนต้องเสร็จสิ้น เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเต่าดาวมาดากัสการ์เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามบัญชีไซเตส และเป็นสัตว์ของกลาง อยู่ๆ จะหายทีเดียวเกือบ 100 ตัวโดยไม่มีใครรู้เรื่องเลยไม่ได้ ต้องมีคำตอบให้สังคม และที่สำคัญคณะกรรมการไซเตสกำลังจับตาดูประเทศไทยอยู่
นายธัญญา กล่าวว่า นอกจากนี้ยังสั่งการไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าทั่วประเทศ รวมทั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซึ่งมีสัตว์ของกลางให้เพิ่มระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งเรื่องของเวรยามต้องมี 24 ชั่วโมง รวมทั้งต้องติดกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม โดยเฉพาะที่สถานีเพาะเลี้ยงฯ บางพระ จากรายงานล่าสุด ขณะนี้ยังมีเต่าดาวยูนิฟอร่าเหลืออยู่ 2 ตัว เต่าเรคิเอต้า หรือเต่าดาวอินเดีย เหลืออยู่ 200 ตัว เต่าดำแฮมิลตัน จำนวน 42 ตัว เป็นต้น ต้องเพิ่มความระมัดระวัง การที่เต่าหายไปเชื่อว่าต้องมีการทำอย่างเป็นขบวนการ และคนในต้องรู้เห็นด้วย ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถเอาคีมตัดแม่กุญแจ และเปิดกรง เอาเต่าออกไปได้ โดยเฉพาะเต่ายูนิฟอร่าถือเป็นของสะสมของคนรวยทั้งคนไทยและคนต่างชาติ คนมีเงินเท่านั้นจึงจะมีเต่าชนิดนี้ไว้ในครอบครองได้เนื่องจากกระดองสวยงาม และมีความเชื่อว่าจะช่วยเสริมบารมีและทำให้อายุยืน
นางเตือนใจ นุชดำรงค์ ผอ.สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า เต่ายูนิฟอร่า เป็นที่ต้องการของคนมีเงิน โดยในกลุ่มนักสะสมของหายากจะซื้อขายเต่ายูนิฟอร่า โดยวัดกระดองเป็นเซนติเมตร เนื่องจากกระดองเต่ายูนิฟอร่ามีความสวยงาม และใช้เวลานานในการเติบโต เต่ายูนิฟอร่าตัวผู้จะมีกระดองใหญ่สุดคือ 17.5 นิ้ว ส่วนเต่าตัวเมียมีกระดองใหญ่สุดขนาด 15 นิ้ว โดยซื้อขายกัน 12 นิ้วหรือ 1 ฟุต ราคาประมาณ 1 ล้านบาทขึ้นไป ถ้ามีลวดลายสวยงามก็จะยิ่งแพง และยิ่งอายุมากลายก็จะเด่นและแพงยิ่งขึ้น ซื้อกันถึงเซนติเมตรละ 3 หมื่นบาท จากรายงานล่าสุดเกาะมาดากัสการ์เหลือเต่ายูนิฟอร่าในธรรมชาติเพียง 100 กว่าตัวเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นที่ต้องการของท้องตลาดมาก
นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ขณะนี้ได้หารือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อไล่ดูกล้องวงจรปิด โดยพบว่าเต่าได้หายไปในช่วงประมาณ 01.00 น.ของวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา กรงเต่าถูกคีมตัดและเอาแม่กุญแจไปด้วย โดยบริเวณดังกล่าวเป็นที่มืด ไม่มีแสงสว่าง โดยเจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงฯ บางพระ อ้างว่าต้องดับไฟบริเวณกรงเลี้ยงเต่าเพราะกลัวว่าผึ้งหลวงจะมาต่อยเต่าตายจึงดับไฟให้มืด ซึ่งตนเคยบอกว่าในเมื่อกลัวผึ้งต่อยทำไมไม่กางมุ้งให้เต่าอยู่ เรื่องนี้จึงน่าสงสัยมาก ทั้งนี้ตนกำลังตรวจสอบสัตว์ของกลางในสถานีเพาะเลี้ยงฯ บางพระที่ตายไป ซึ่งโดยปกติต้องไปแจ้งความ และแจ้งมาที่กรมอุทยานฯ เพื่อขอทำลายซาก และกรมอุทยานฯ ต้องตั้งกรรมการลงไปดูการทำลายซากสัตว์ว่าจะทำลายโดยวิธีการเผาหรือบด เพื่อไม่ให้นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก ซึ่งจะไปดูว่าที่ผ่านมาได้มีการทำรายงานว่าสัตว์ของกลางโดยเฉพาะเต่าตายลงบ้างหรือไม่







