
คสช.จ่อเชือดศูนย์จับโกง
ฝ่ายกฎหมาย คสช.เล็งเอาผิด นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ ขัดประกาศและคำสั่ง คสช.
ฝ่ายกฎหมาย คสช.เล็งเอาผิด นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ ขัดประกาศและคำสั่ง คสช.
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมเอาผิดกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (คสช.) ที่เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศ คสช. เพราะเป็นการเคลื่อนไหว แฝงนัยทางการเมือง คสช.จึงไม่อนุญาตให้ดำเนินการดังกล่าว
“ฝ่ายกฎหมายและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการต่อไป ซึ่งถ้ามีการดำเนินการในรูปของพรรค อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย หรือหากดำเนินการในรูปของบุคคลจะเข้าข่ายทำความผิดตามประกาศ คสช.ที่ 39/2557 และคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558” แหล่งข่าวใน คสช.ระบุ
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เปิดเผยว่า การเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติของ นปช.ไม่ได้อยู่ตามกฎหมายอะไรอยู่แล้ว ถ้าสื่อไม่ปลุกระดมก็ไม่มีผลอะไร ใครอยากจะตั้งก็ตั้งไป ไม่มีสิทธิตามกฎหมายอะไร
“ศูนย์นี้อย่าทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติ ถ้าผิดก็โดนจับหมด อย่าเข้าไปเกี่ยวข้องหรือทำอะไรแหลมในคูหา อย่าเข้าไปพูดว่าล้มไม่ล้มผิด พ.ร.บ.ประชามติทั้งหมด ไอ้ตัวศูนย์นี่ระวังให้ดี ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่ตั้ง จำนำข้าวทำไมไม่ตั้ง ทุจริตทำไมไม่ตั้ง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธ์ุ ประธาน นปช. ได้ยื่นหนังสือถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินว่า พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง ขัด รธน.หรือไม่ ภายใน 7 วัน และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติชะลอการทำจนกว่าศาล รธน.จะมีคำวินิจฉัย เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ
สำหรับที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าทำไม นปช.ไม่ตั้งศูนย์ปราบโกงตอนโครงการรับจำนำข้าวบ้าง ก็เพราะเรื่องดังกล่าวมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ทั้ง ป.ป.ช.และฝ่ายค้าน หากมีการตั้งศูนย์ปราบโกงในตอนนั้นก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกเดียวกัน เข้าข้างกันก็จะไม่เป็นประโยชน์ใดๆ
“พล.อ.ประยุทธ์ ควรที่จะขอบคุณพวกผมด้วยซ้ำ ที่ช่วยทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิมากขึ้นไม่ให้อายพม่า และการที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกงก็จะต้องไม่ผ่านประชามติด้วยการโกง อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ปากกับใจตรงกัน หากเกลียดการโกงก็ต้องทำทั้งกายวาจาใจ อย่าปากว่าตาขยิบ” นายจตุพร กล่าว
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ควรให้เวลาศาลพิจารณาอย่างเพียงพอ และยืนยันอีกครั้งว่า กกต.ไม่มีอำนาจเลื่อนวันออกเสียงประชามติได้ แต่สามารถขยับให้อยู่ให้อยู่กรอบ 120 วัน ซึ่งขยับได้แค่ 4 วัน และจะทำให้การลงมติจะไม่ตรงกับวันหยุด ยกเว้นจะแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวจึงจะเลื่อนได้







