
เร่งยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวชุมชน
บอร์ดนโยบายท่องเที่ยว เร่งเครื่องท่องเที่ยวชุมชน ชงแผนเข้า ครม.กระจายรายได้ท้องถิ่น
บอร์ดนโยบายท่องเที่ยว เร่งเครื่องท่องเที่ยวชุมชน ชงแผนเข้า ครม.กระจายรายได้ท้องถิ่น
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย ปี 2559-2563 โดยมีเป้าหมายที่จะให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชนให้ได้เพิ่มขึ้น 4-8% ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้ในท้องถิ่นมากขึ้น สร้างสมดุลการพัฒนาทั้งภาคเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยจะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนให้เกิดความยั่งยืน และดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาร่วมด้วย
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอความเห็นเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน ภายใน 10 วัน ก่อนจะรวบรวมมาบรรจุในแผนยุทธศาสตร์ให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
“รัฐบาลตระหนักดีว่าชุมชนท้องถิ่นคือทรัพยากรการท่องเที่ยวที่แท้จริง และการท่องเที่ยวจะยั่งยืนได้นั้น ผลประโยชน์จะต้องเกิดขึ้นกับคนในชุมชนอย่างแท้จริง เพราะปัจจุบันแม้จะมีรายได้ลงท้องถิ่น แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าเป็นรายได้ที่ลงไปสู่ท้องถิ่นเจ้าของพื้นที่ท่องเที่ยวจริงหรือไม่ ตามแผนยุทธศาสตร์นี้จะมีแนวทางที่กระจายรายได้ลงไปสู่ชุมชนเจ้าของพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างแท้จริง” พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงการแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวที่ผู้ประกอบการเป็นตัวแทนชาวต่างชาติในธุรกิจท่องเที่ยว หรือนอมินี โดยให้ตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขปัญหาไปแล้วในพื้นที่ 10 จังหวัด ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญรวม 15 ครั้ง พบพฤติกรรมในลักษณะนอมินีในบางพื้นที่ ส่วนการแก้ไขปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญของนักท่องเที่ยวชาวจีน ช่วงเวลาระหว่างเดือน ม.ค.-พ.ค. 2559 พบการกระทำผิดของผู้ประกอบอาชีพเป็นมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไกด์เถื่อน และผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งได้พักใช้ใบอนุญาตและเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังเห็นชอบรายละเอียดและข้อเสนอการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมจากงบกลาง ในรายการค่าใช้จ่ายในการเสริมสร้างความเข้มแข็งและก้าวหน้าของประเทศตามแนวทางปฏิรูปในเบื้องต้น วงเงิน 5,005 ล้านบาท ซึ่งจะเสนอสำนักงบประมาณเพื่อพิจารณาในรายละเอียดต่อไป







