
อุทยานฯแจ้งความ8คดีหลังยึดเสือวัดดัง-สปก.เอาผิดบุกรุกที่ดิน
กรมอุทยานฯแจ้งความ 8 คดีหลังยึดเสือพร้อมซากที่วัดหลวงตาบัวเมืองกาญจน์ คาดลักลอบค้าสัตว์ป่ามากว่า 5 ปี ขณะที่ ส.ป.ก.เตรียมยึดที่ดินคืนพร้อมแจ้งข้อหาบุกรุก
กรมอุทยานฯแจ้งความ 8 คดีหลังยึดเสือพร้อมซากที่วัดหลวงตาบัวเมืองกาญจน์ คาดลักลอบค้าสัตว์ป่ามากว่า 5 ปี ขณะที่ ส.ป.ก.เตรียมยึดที่ดินคืนพร้อมแจ้งข้อหาบุกรุก
ภายหลังจาก นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการเคลื่อนย้ายเสือโคร่งของกลางจากวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี จำนวน 137 ตัว ในช่วงระยะเวลา 6 วันที่ผ่านมา ซึ่งสามารถขนย้ายเสือตัวสุดท้ายออกไปเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 4 มิ.ย. โดยขนย้ายไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้าง และที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี พร้อมกันนี้ยังตรวจค้นพบซากลูกเสือโคร่ง จำนวน 40 ซาก และซากลูกเสือโคร่งดองอยู่ในขวดโหล 30 ซาก รวมทั้งตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง และซากสัตว์ป่าคุ้มครองได้อีกหลายรายการ รวมทั้งหนังเสือ ตะกรุดหนังเสือ เขี้ยวเสือ ตะกรุดเขี้ยวเสือ รวมกันนับพันชิ้น นอกจากนี้ยังตรวจยึดไม้แปรรูป พร้อมเลื่อยโซ่ยนต์ ด้วยนั้น
เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. บรรยากาศที่วัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน เป็นไปด้วยความเงียบเหงา เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ถอนกำลังทั้งหมดออกจากวัดหลังเสร็จสิ้นปฏิบัติการเคลื่อนย้ายเสือของกลางออกจากวัดไปได้ทั้งหมดตั้งแต่เมื่อวาน แต่ภายในบริเวณวัดยังคงมีสัตว์เลี้ยงอีกหลายชนิด อาทิ ม้า กวางรูซ่า หมูป่า วัว ควาย ยังคงอาศัยอยู่ภายในบริเวณวัดตามปกติ โดยทางกรมอุทยานฯ ได้ประสานมูลนิธิต่างๆ รวมทั้งเอกชน ให้เข้ามาให้ความช่วยเหลือในเรื่องของอาหาร พร้อมกับประสานให้ผู้นำท้องถิ่น รวมทั้งหน่วยงานในพื้นที่ให้เข้ามาช่วยดูแลสัตว์ต่างๆ เหล่านี้ต่อไป เนื่องจากทางวัดฯ ไม่ได้เข้ามาดูแลตั้งแต่เจ้าหน้าที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ จึงทำให้พวกมันอดอาหารและน้ำ ขณะที่บ้านเกาะเสือ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเสือของกลาง โดยแบ่งออกเป็น 3 โซน เหลือเพียงกรงเลี้ยงที่ว่างเปล่าและประตูทุกกรงได้ถูกเปิดทิ้งไว้ จึงทำให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นพื้นที่ร้างไปในทันที ส่วนบริเวณหุบเสือ ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดแสดงเสือให้นักท่องเที่ยวได้ชมและถ่ายรูปสัมผัสกับเสืออย่างใกล้ชิดก็มีบรรยากาศไม่ต่างกัน
นายอดิศร เปิดเผยว่า เสือของกลางทั้ง 147 ตัว คณะสัตวแพทย์ได้ทำการเก็บตัวอย่าง ดีเอ็นเอ ทุกตัว เพื่อนำไปตรวจหาความเชื่อมโยงของเสือ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับซากลูกเสือที่พบหรือไม่นั้นจะต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการตรวจประมาณ 1 เดือน จึงจะทราบผล เช่นเดียวกับซากลูกเสือ 40 ซาก ที่ตรวจพบ ว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่ พร้อมกันนี้จะได้ประสานทีมคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี เพื่อบูรณาการร่วมกันในการผ่าพิสูจน์ซากทุกตัว เพื่อหาสาเหตุของการตาย ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายใน 1-2 สัปดาห์ ส่วนเสือเพศเมีย จำนวน 8-10 ตัว ที่มีน้ำนมไหลออกมา ซึ่งบ่งชี้ได้ชัดเจนว่า มันเพิ่งจะคลอดลูกออกมาได้มานาน แต่จากการตรวจค้นไม่พบลูกของมัน คาดว่าน่าจะถูกลักลอบนำออกไปก่อนหน้านี้ หรืออาจจะรวมอยู่ในซากลูกเสือที่พบก็เป็นได้ ซึ่งจะต้องทำการพิสูจน์ต่อไปเช่นกัน
ทั้งนี้ยังคงเหลือสัตว์ป่าคุ้มครองอีกจำนวนหนึ่ง อาทิ ละองละมั่ง กวางบางชนิด และเก้ง ซึ่งจะต้องมีการวางแผนให้ดี เนื่องจากสัตว์เหล่านี้มีความบอบบางในการเคลื่อนย้าย ประกอบกับพื้นที่ที่เป็นอุปสรรค เนื่องจากมีพื้นที่กว้าง รวมทั้งเป็นโขดหิน ซึ่งสามารถทำให้มันบาดเจ็บและถึงแก่ชีวิตได้ง่าย อีกทั้งพวกมันถูกเลี้ยงปะปนอยู่กับสัตว์ชนิดอื่นๆ เป็นจำนวนมาก จึงทำให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ส่วนในทางคดี กรมอุทยานฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายนิติกร ทำงานร่วมกับ พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค โดยขณะนี้ได้แจ้งความกล่าวโทษผู้ต้องหาแล้ว 5 ราย เป็นพระลูกวัด จำนวน 3 รูป และลูกศิษย์วัด 2 คน ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาเบื้องต้นได้ให้การซัดทอด พระวิสุทธิสารเถร หรือ หลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัด ดังนั้นจะได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ซึ่งคาดว่าทางพนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียกมาให้ปากคำต่อไป พร้อมกันนี้จะได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ พร้อมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงิน และเส้นทางการค้าเสือ นอกจากนี้ทางกรมอุทยานฯ จะได้ติดตามคดีเก่าที่ได้แจ้งความไว้ อาทิ ตรวจยึดหมีควาย 6 ตัว เพื่อเอาผิดกับผู้กระทำผิดต่อไป
ขณะที่ พระลูกวัด ได้ให้ข้อมูลว่า หลวงตาจันทร์ ได้ออกจากวัดไปตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้าหน้าที่ทำการขนย้ายเสือเพียงวันเดียว โดยมีลูกศิษย์ที่เป็นคนในพื้นที่ ขับรถมารับ ทราบเพียงว่าจะไป กทม.แต่ไม่ทราบว่าไปที่ใด และไม่ได้ติดต่อกลับมา
ในส่วนของที่ดินวัด ทาง ส.ป.ก.กาญจนบุรี ได้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยื่นเรื่องขอใช้พื้นที่เกี่ยวกับทางด้านพระพุทศาสนา แต่ปรากฏว่า มีการนำมาใช้ประโยชน์ผิดวัตถุประสงค์การขอใช้พื้นที่ และยังมีการบุกรุกเพิ่มเติมด้วย จากเดิมที่ขอใช้พื้นที่รวมเนื้อที่ 391 ไร่ 1 งาน 21 ตารางวา ดังนั้นภายในสัปดาห์หน้านี้ ทาง ส.ป.ก.จะทำหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อเพิกถอนการอนุญาตใช้พื้นที่ พร้อมกับแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกพื้นที่ต่อไป
ขณะเดียวกันจัดหางานจังหวัดกาญจนบุรี ประกันสังคม สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือให้ลูกจ้าง บริษัท ไทเกอร์ เทมเพิล จำกัด ที่ต้องออกจากงานในครั้งนี้ ซึ่งเบื้องต้นมีลูกจ้างแจ้งความประสงค์ จำนวน 72 คน ให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยได้นัดหมายว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปให้บริการในวันจันทร์ที่ 6 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะมีลูกจ้างมาแจ้งประสงค์เพิ่มเติม
ซึ่งจากการเข้าปฏิบัติการในครั้งนี้ของกรมอุทยานฯ และสามารถตรวจยึดของกลางที่เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง รวมทั้งซาก ผลิตภัณฑ์ เครื่องรางของขลัง ที่ทำจากชิ้นส่วนเสือ ได้เป็นจำนวนมาก ประกอบกับตรวจพบพื้นที่ที่ใช้สำหรับเพาะพันธุ์เสือ จึงถือเป็นการทลายแหล่งค้าเสือข้ามชาติครั้งใหญ่ ที่คาดว่ามีการลักลอบทำการค้ามายาวนานกว่า 5 ปี ซึ่งทั่วโลกให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
ด้าน พ.ต.อ.บัณฑิต ม่วงสุขำ ผกก.สภ.ไทรโยค เปิดเผยว่า ทางกรมอุทยานฯ ได้เข้าแจ้งความไว้ระหว่างวันที่ 30 พ.ค. จนถึงวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา รวม 8 คดี ประกอบด้วย 1.คดีซากหนังเสือ และเครื่องรางของขลังที่ทำจากชิ้นส่วนเสือนับพันชิ้น ซึ่งมีผู้ต้องหาเป็นพระเลขาเจ้าอาวาส 1 รูป และฆราวาสเป็นลูกศิษย์วัด 2 คน 2.คดีตรวจยึดซากลูกเสือโคร่ง จำนวน 40 ซาก 3.คดีตรวจยึดนกเงือก 6 ตัว 4.คดีตรวจยึดไม้แปรรูป 27 แผ่น 5.คดีซากลูกเสือโคร่งดองอยู่ในขวดโหล 30 ซาก 6.ซากสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดต่างๆ อาทิ โครงกระดูกเสือไฟ โครงกระดูกเสือดาว รวมทั้งสัตว์สตัฟฟ์ อาทิ หมีควาย เสือไฟ และเสือดาว 7.คดีตรวจยึดสัตว์ป่าคุ้มครอง อาทิ วัวแดง หมีขอ ไก่ฟ้า เป็นต้น 8.คดีเรื่องการบุกรุกที่ดิน ซึ่งพบว่าถูกบุกรุกเป็นเนื้อที่เกือบ 1,000 ไร่
"สำหรับคดีที่มีผู้ต้องหาได้สอบปากคำเบื้องต้นแล้ว และมีผู้ถูกกล่าวหาเป็นพระลูกวัดอีก 2 รูป โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การซัดทอด ซึ่งทั้ง 8 คดี พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไปแล้วประมาณ 10 ปาก แต่อย่างไม่ได้ออกหมายเรียกหลวงตาจันทร์แต่อย่างใด ซึ่งจะต้องสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป โดยคาดว่าจะออกหมายเรียกหลวงตาจันทร์มาสอบปากคำเป็นลำดับสุดท้าย"พ.ต.อ.บัณฑิต กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเดิมที่ วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หรือที่เรียกกันติดปากว่า วัดเสือ ซึ่งเป็น 1 ในสถานที่ท่องเที่ยวของ จ.กาญจนบุรี ที่ขึ้นอยู่บนหน้าเว็บไซต์ของ ททท. สำนักงาน กาญจนบุรีขณะนี้ได้ถูกลบออกจากหน้าเว็บไปแล้วเช่นกัน







