posttoday
คลังฟิตทำงบสมดุลใน5ปีแต่ไม่รวมดอกกู้

คลังฟิตทำงบสมดุลใน5ปีแต่ไม่รวมดอกกู้

10 สิงหาคม 2553

คลังซ่อนรูปงบประมาณ ตั้งเป้าทำงบสมดุลภายใน 5 ปี แต่ไม่คิดรวมภาระดอกเบี้ยปีละ 1.8 แสนล้านบาท

คลังซ่อนรูปงบประมาณ ตั้งเป้าทำงบสมดุลภายใน 5 ปี แต่ไม่คิดรวมภาระดอกเบี้ยปีละ 1.8 แสนล้านบาท

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังว่า ในการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง ครั้งที่ 6/2553 ที่กระทรวงการคลัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้เกียรติเป็นสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงร่วม (เอ็มโอยู) ระหว่างปลัดกระทรวงการคลังและผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เพื่อเดินหน้ายุทธศาสตร์การคลังยั่งยืนเพื่อไทยเข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นการกำหนดขั้นตอนการเดินหน้าไปสู่ความสมดุลของงบประมาณแผ่นดินภายใน 5 ปี โดยการลงนามเอ็มโอยูครั้งนี้มีเป้าหมายหลัก คือ สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลว่าจะบริหารประเทศอย่างเกิดความยั่งยืนและมั่นคงทางด้านการคลังให้เกิดความชัดเจน และประชาชนมั่นใจได้ว่าจะมีเม็ดเงินเพียงพอในการทำโครงการรัฐสวัสดิการดูแลประชาชนในด้านสวัสดิการต่างๆ อาทิ การดูแลสวัสดิการผู้สูงอายุทั้งโครงการเบี้ยยังชีพในปัจจุบัน และโครงการในอนาคตที่จะมีการจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ขึ้นและรัฐบาลต้องใส่เงินสนับสนุนกองทุนดังกล่าว และโครงการประกันรายได้เกษตรกร 3.การกำหนดยุทธศาสตร์นี้ อยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่าประเทศชาติและเศรษฐกิจจะมีความมั่นคงได้ และจะต้องมีความเสมอภาคในการจัดสรรงบประมาณให้แก่ประชาชนทุกระดับ ไม่ใช่แค่ให้เงินอย่างเพียงพอหรือเพื่อให้เศรษฐกิจเข้มแข็งเท่านั้น แต่ต้องรวมถึงการแบ่งประโยชน์อย่างยุติธรรม โปร่งใส และมีการดูแลผู้ด้อยโอกาสด้วย

นายกรณ์ กล่าวว่า นอกจากการลงนามครั้งนี้แล้ว เพื่อให้เกิดผลในเชิงรูปธรรม กระทรวงการคลังจะมีการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าวนี้โดยโครงสร้างของคณะกรรมการ จะต้องมีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นตัวหลัก และมีการเชื่อมโยงกับภาคการเมือง คือจะมีคณะที่ปรึกษา รมว.คลัง ร่วมเป็นกรรมการด้วย

ทั้งนี้ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าวอยู่บนสมมติฐานหลักที่ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปี 2553 จะขยายตัว 6.5% ต่อปี อัตราเงินเฟ้อ 3%, ปี 2554 จีดีพีขยายตัว 4.5% เงินเฟ้อ 2% และปี 2555-2565 (10 ปี) จีดีพีโตเฉลี่ยปีละ 4.5% เงินเฟ้อเฉลี่ย 3% ต่อปี

โดยประมาณการรายได้ คาดว่าปีงบประมาณ 2553 นี้ จะจัดเก็บได้ 1.65 ล้านล้านบาท สูงกว่าเอกสารงบประมาณที่ตั้งไว้เดิมที่ 1.35 ล้านล้านบาท ถึง 3.15 แสนล้านบาท หรือ 23.5% ขณะที่ปีงบประมาณ 2554 คาดว่าจะเก็บรายได้ได้ 1.7 ล้านล้านบาทหรือสูงกว่าเล็กน้อย จากเดิมที่ประมาณการไว้ที่ 1.65 ล้านล้านบาท และปีงบประมาณ 2555-2565 ประมาณการรายได้โตขึ้นเฉลี่ย 8.5% ต่อปี และตั้งสมมติฐานนอมินอลจีดีพี (รวมเงินเฟ้อ) โต 7.5% ต่อปี

"สมมติฐานเบื้องต้นที่ทำไว้จะนับรวมงบรายจ่ายทุกข้อ ยกเว้นงบชำระหนี้ในส่วนที่เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ที่มีภาระประมาณ 1.8 แสนล้านบาทต่อปี แต่เงินต้นที่มีประมาณ 6 หมื่นล้านบาทต่อปีรวมไว้ โดยเชื่อว่าสมดุลภายใน 5 ปี หรือภายในปี 2557 ทำได้แน่ถ้าไม่รวมดอกเบี้ย แต่ถ้ารวมต้องใช้เวลาเพิ่มอีก 3 ปี หรือประมาณปี 2560-2561 หรือ 7-8 ปีต่อจากนี้ ซึ่งตามเป้าหมายนี้หนี้สาธารณะจะลดลงจากที่เคยทำไว้ว่าจะสูงสุดที่ 61% ของจีดีพี เหลือสูงสุดประมาณ 48% ในปี 2557 แล้วจากนั้นจะลดลงมายืนอยู่ที่ระดับ 42-43% ใกล้เคียงกับระดับปัจจุบัน" นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับสมมติฐานงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณ 2554 จะยึดตามเอกสารงบประมาณที่ 2.07 ล้านล้านบาท ปีงบประมาณ 2555 รายจ่ายจะขยายตัว 1% ต่อปี และปี 2555-2565 รายจ่ายขยายตัวเฉลี่ย 5.3% ต่อปี โดยประมาณการการขาดดุลงบประมาณกรณีไม่รวมดอกเบี้ยในปีงบ 2554 จะอยู่ที่ 1.43 แสนล้านบาท แต่หากรวมดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 3.5 แสนล้านบาท ปีงบ 2555 ขาดดุลอยู่ที่ 1.05 แสนล้านบาท ถ้ารวมดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 3.2-3.5 แสนล้านบาท ปีงบ 2556 ขาดดุล 4.3 หมื่นล้านบาท แต่หากรวมดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 2.9 แสนล้านบาท ปีงบ 2557 กรณีไม่นับดอกเบี้ยจะเกินดุลเล็กน้อย แต่หากรวมจะขาดดุล 2.4 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ หากคิดรวมภาระของดอกเบี้ยจะทำให้ยังขาดดุลงบประมาณต่อไปจนถึงปีงบ ประมาณ 2560โดยปีงบ 2558 ขาดดุล 1.8 แสนล้านบาท ปีงบ 2559 ขาดดุล 1.5 แสนล้านบาท และปีงบ 2560 ขาดดุล 9.3 หมื่นล้านบาท แล้วจากนั้นจะเกินดุล 1.5 หมื่นล้านบาท ในปีงบ 2561 อย่างไรก็ดี ทั้งหมดนี้อยู่บนสมมติฐานว่าเศรษฐกิจโลกมีการขยายตัวในระดับปกติ และเศรษฐกิจไทยโตเฉลี่ย 4.5% ต่อปี

รมว.คลัง กล่าวว่า แม้ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายงบสมดุลโดยไม่คิดรวมภาระดอกเบี้ย แต่การบริหารจัดการเพื่อลดดอกเบี้ยก็จำเป็นต้องดำเนินการ อาทิ หนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) และงบประมาณด้านสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ เป็นต้น อย่างไรก็ดี ระดับหนี้สาธารณะที่มีการคาดการณ์ได้รวมค่าใช้จ่ายและหนี้สินทุกประเภทไว้แล้ว ซึ่งไม่เกินไปจากกรอบความยั่งยืนทางการคลัง เพราะสูงสุดแค่ 48% เท่านั้น ขณะเดียวกันภาระหนี้ต่องบประมาณในแต่ละปีก็อยู่ภายใต้กรอบที่ต้องไม่เกิน 15% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และกำหนดสัดส่วนงบลงทุนที่ 24% ต่อปี

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ