posttoday
ไทยใช้อี-เพย์เมนต์สูงสุดในเอเชีย

ไทยใช้อี-เพย์เมนต์สูงสุดในเอเชีย

03 มิถุนายน 2559

วีซ่าเผยคนไทยใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์สูงสุดในเอเชีย ดันมูลค่าแตะ 1.13 แสนล้าน หรือ 0.19% ของจีดีพี

วีซ่าเผยคนไทยใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์สูงสุดในเอเชีย ดันมูลค่าแตะ 1.13 แสนล้าน หรือ 0.19% ของจีดีพี

นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย เปิดเผยผลสำรวจของวีซ่าที่จัดทำโดย บริษัท มูดี้ส์ อนาลิติคส์ พบว่า จำนวนธุรกรรมและมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งรวมถึงการชำระผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรพรีเพด เพิ่มมูลค่าให้เศรษฐกิจไทยถึง 3,180 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ  1.13 แสนล้านบาท สูงขึ้น 0.19% ในอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของไทย (จีดีพี) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 ถึง พ.ศ. 2558 ซึ่งถือได้ว่าเป็นค่าเฉลี่ยที่เพิ่มสูงที่สุดในทวีปเอเชีย

ทั้งนี้ ผลสำรวจโดย มูดี้ส์ อนาลิติคส์ ได้ทำการวิเคราะห์ถึงผลกระทบของการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ในด้านการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ จาก 70 ประเทศทั่วโลก ระหว่างปี พ.ศ. 2554-2558
เผยให้เห็นว่าการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรพรีเพด มีส่วนเพิ่มมูลค่าให้จีดีพีถึง 296 พันล้านเหรียญสหรัฐ และยังส่งผลต่อการบริโภคสินค้าและบริการในระดับครัวเรือนโดยเฉลี่ย 0.18% ต่อปี ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงจากระบบชำระเงินที่ใช้เงินสดเป็นหลักไปสู่การชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ มีส่วนช่วยเพิ่มจีดีพีเกือบ 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค อัตราการเติบโตของจีดีพีที่เป็นผลมาจากการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยโตมากกว่าถึงสามเท่าตัว

“สำหรับทวีปเอเชียอี-เพย์เมนต์ดันจีดีพีของภูมิภาคโดยรวมเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 0.06% สำหรับประเทศที่มีการเติบโตรองจากประเทศไทย คือเวียดนามที่ 0.14% และตามมาด้วยสิงคโปร์ที่ 0.1% ซึ่งในประเทศไทยเองนั้นผลพลอยได้จากการเติบโตของการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์นั้นสร้างงานเพิ่มถึงปีละ 75,730 อัตรา ในช่วงเวลา 5 ปี” นายสุริพงษ์ กล่าว

ดังนั้น การที่รัฐบาลไทยมีนโยบายพัฒนาระบบการชำระเงินจะช่วยพัฒนาระบบชำระเงินที่เปิดกว้างและมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ทั้งยังส่งผลถึงการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจและสนับสนุนให้เกิดการสร้างงานอีกด้วย

นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ของมูดี้ส์ยังประเมินจำนวนเฉลี่ยของงานที่เกิดจากระบบการชำระเงินผ่านอิเล็กทรอนิกส์ที่ 2.6 ล้านงาน/ปีภายใน 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการเปลี่ยนจากการใช้เงินสดมาเป็นธุรกรรมการเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น งานวิจัยนี้เก็บข้อมูลครอบคลุม 70 ประเทศ คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 95% ของจีดีพีโลก

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงสู่การชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์จะเอื้อประโยชน์ให้กับภาครัฐ รวมทั้งสร้างความแข็งแกร่งและเปิดโอกาสให้กับอีกหลากหลายธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การชำระเงินผ่านอิเล็กทรอนิกส์จะช่วยลดจำนวนของเศรษฐกิจนอกระบบ ซึ่งเป็นลักษณะการทำธุรกิจที่ใช้เงินสดเป็นหลัก และไม่ได้รวมอยู่ในสถิติทางราชการ โดยรัฐจะมีรายได้ที่มาจากการจ่ายภาษีมากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายและทำให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการทางการเงินมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน