วิษณุยันปมศาลรธน.วินิจฉัยม.61ไม่กระทบลงประชามติ
"วิษณุ" ระบุ หาก ศาลรธน.” วินิจฉัย “ก้าวร้าว-รุนแรง-หยาบคาย” เป็นปัญหา ก็ตัดออก ยัน ไม่ต้องไปกลับไปแก้ไขในชั้น สนช. ย้ำ ไม่กระทบ ทำประชามติ 7 ส.ค.
"วิษณุ" ระบุ หาก ศาลรธน.” วินิจฉัย “ก้าวร้าว-รุนแรง-หยาบคาย” เป็นปัญหา ก็ตัดออก ยัน ไม่ต้องไปกลับไปแก้ไขในชั้น สนช. ย้ำ ไม่กระทบ ทำประชามติ 7 ส.ค.
เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 2 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยมาตรา 61 วรรคสอง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 ขัดรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 หรือไม่ว่า มาตราดังกล่าวกำหนดการกระทำไว้ 6 อย่างที่มีความผิด ประกอบด้วย นำเสนอข้อมูลเป็นเท็จ ก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย ปลุกระดม และข่มขู่ โดยสิ่งที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งให้ศาลพิจารณา เนื่องจากติดใจ 3 คำคือ ก้าวร้าว รุนแรง และหยาบคาย แปลว่าอะไร คลุมเครือหรือทำให้คนไม่เข้าใจจนอาจปฏิบัติตามไม่ถูก ซึ่งหากวินิจฉัยว่าทั้ง 3 คำหรือคำใดคำหนึ่งในนั้นไม่ถูกต้องจะต้องตัดออกไปเฉพาะคำๆ นั้น ไม่ต้องไปแก้ไขในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่วน 3 คำที่เหลือคือ ข้อมูลเป็นเท็จ ปลุกระดม และข่มขู่ก็ยังอยู่ ไม่กระทบใดๆ กับพ.ร.บ.ทั้งฉบับ แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าทั้ง 3 คำไม่ขัดถือว่าจบ ดังนั้น ยืนยันไม่ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไรจะไม่กระทบต่อการทำประชามติในวันที่ 7 ส.ค.
“ในระหว่างที่ศาลยังไม่ได้วินิจฉัย 3 คำที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งให้ศาลพิจารณาจะยังมีผลบังคับใช้อยู่ แต่เมื่อรู้อยู่แล้วว่ามีการไปร้องศาลในประเด็นนี้ ถ้ายังจะไปจับข้อหานี้อีกมันก็สุ่มเสี่ยงไปหน่อย แต่ที่ผ่านมาผมก็ยังไม่เคยได้ยินว่ามีการตั้งข้อหานี้กับใคร มีแต่ปลุกระดมเคยเห็น อย่างใส่เสื้ออะไรต่างๆ”นายวิษณุ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ารัฐธรรมนูญผ่านประชามติแต่ศาลมีคำวินิจฉัยออกมาภายหลังว่าขัดรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีผลอะไร ไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง จะเกี่ยวเฉพาะคนที่ถูกจับเข้าข่าย 3 คำดังกล่าว ไม่กระทบภาพรวมทั้งหมด ต่อให้ปลุกระดมก็ไม่กระทบ เพราะการทำประชามติต่างจากการเลือกตั้ง ถ้าเกิดการทุจริตอาจจะกระทบทั้งประเทศ แต่ประชามติต่อให้มีการทุจริตจะไม่กระทบทั้งประเทศ จะกระทบเฉพาะบางหน่วยเท่านั้น ให้ลงประชามติใหม่เฉพาะหน่วยที่มีปัญหา
เมื่อถามว่า มีข้อกังวลว่าการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นศาลครั้งนี้ส่อเป็นการล้มประชามติหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ใช่ ไม่เกี่ยว แต่ที่นายกฯปรารภด้วยความเป็นห่วงคือ กลัวคนจะไปคิดว่าประชามติจะไม่มีแล้วถ้าเกิดศาลวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ และคนอาจคิดว่าลงมือทำอะไรได้หมด เพราะทั้งคำว่า รุนแรง ก้าวร้าว และหยาบคายมันไม่มีเสียแล้ว และพอถึงเวลาจะเบรกกันไม่อยู่แล้ว เพราะไม่รู้ว่าทั้ง 3 คำขอบเขตมันขนาดไหน จะทำให้เกิดชนวนความไม่สงบอย่างอื่นตามมา ตรงนั้นน่ากลัว จะกระทบต่อความสงบทั้งประเทศ แต่ภาวนาหวังให้ไม่ถึงขนาดนั้น ทุกคนระมัดระวังตัวเอง ความจริงมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คุมอยู่แล้ว
เมื่อถามย้ำว่า นายกฯระบุว่าอาจจะเลื่อนการทำประชามติออกไป รองนายกฯ กล่าวว่า ประเด็นของนายกฯท่านมองไปไกลอีก 5 ช็อต ลำพังถ้า 3 คำดังกล่าวใช้ไม่ได้นายกฯก็ทราบและเข้าใจว่าไม่มีปัญหา เพราะมีอีก 3 คำที่เหลือยังอยู่ แต่นายกฯกังวลว่าถ้า 3 คำนั้นใช้ไม่ได้คนจะเข้าใจผิด ถึงขนาดยั่วโทสะจนออกมาปะทะกันก็จะกระทบต่อการทำประชามติทั้งหมด ดังนั้น ช็อตที่ 1 ถ้าศาลตัดสินว่า 3 คำนั้นใช้ไม่ได้ ช็อตต่อมาถ้าทุกคนนิ่งเจ้าหน้าที่ก็ไม่จับ รุนแรงได้ ก้าวร้าวได้ หยาบคายได้ แต่ถ้าหนักถึงขั้นเกิดไปกระทบใครจนหยุดไม่อยู่ ยกพวกออกมาตีกัน ทีนี้จะกระทบต่อประชามติแล้ว ซึ่งตอนที่เขาออก 3 คำนี้มาเพราะต้องการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม แต่สมมุติถ้าศาลบอกไม่สามารถตัดไฟตั้งแต่ต้นลมได้ ก็ให้ระวัง เพราะเหตุการณ์มันจะไปถึงจุดนั้นได้ นายกฯกลัวอย่างนั้น
เมื่อถามว่า หากมีการตัด 3 คำดังกล่าวจะมีกฎหมายใดมาบังคับใช้แทนหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ในทางตรงไม่มีกฎหมายที่ใช้แทนกัน แต่อยู่ที่จะไปปรับความผิดนั้นๆ ไปเข้ากับอันอื่น เพราะคนเราทำอะไรออกไปอาจจะเข้าองค์ประกอบความผิดมากกว่าหนึ่งพ.ร.บ.ได้ ทั้งที่เป็นคำพูดเดียวกัน แล้วแต่ว่าเราจะมองในมิติอะไร ถ้ามองในมิติรุนแรง ก้าวร้าว และหยาบคายไม่ได้ ก็ไปมองในมิติอื่นเท่านั้น แต่มิติที่ดีที่สุดคือ คนอย่าไปทำให้มันมีเรื่อง ตนไม่อยากให้เจ้าหน้าที่ไปทำอะไรทั้งนั้น ดังนั้น ประชาชนต้องระมัดระวัง ไม่ทำให้เกิดเรื่อง สุจริต ตรงไปตรงมา







