posttoday
เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ TPP (1)

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ TPP (1)

01 มิถุนายน 2559

โดย...นักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธนาคารยูโอบี

โดย...นักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธนาคารยูโอบี

TPP จะเป็นข้อตกลงทางการค้าที่ใหญ่ที่สุดในรอบสองทศวรรษ โดยประเทศสมาชิกประกอบด้วยเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดสองในสามอันดับแรกในโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ตามด้วย 10 ประเทศริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมีสัดส่วนการค้ารวมหนึ่งในสี่ของการค้าโลกและสัดส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมร้อยละ 40 ของโลก

การเพิ่มรายได้จากการค้าและการลงทุนทำให้ TPP มีความน่าสนใจแทนที่จะมองว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนเส้นทางการค้าที่จะทำให้มีผู้เสียประโยชน์ ผลประโยชน์ที่ได้ก็จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกเขตการค้านี้ โดยประโยชน์จะตกอยู่กับประเทศกำลังพัฒนาขนาดเล็ก เช่น เวียดนามและมาเลเซียมากที่สุด ท้ายที่สุดเป้าหมายของข้อตกลงการค้านี้ก็คือการได้เห็นการผนึกรวมความร่วมมือทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาและจีนที่ได้ทำไว้กับประเทศต่างๆ เข้าด้วยกัน

TPP เป็นเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศเท่าๆ กับการค้า สำหรับสหรัฐอเมริกา TPP หมายถึงการสร้างความสมดุลกับอิทธิพลของจีนที่กำลังเพิ่มขึ้นจากนโยบาย One Belt One Road ธนาคารเพื่อการสาธารณูปโภคเอเชีย และ Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP)

ในวันที่ 5 ต.ค. 2558 รัฐมนตรีทางการค้าจากประเทศสมาชิกได้มีการบรรลุข้อตกลง TPP ในหลักการ แต่ประเทศสมาชิกจะต้องมีการออกกฎหมายรับรองข้อตกลงก่อนที่ TPP จะดำเนินการได้ หากมองโลกในแง่ดี TPPA ก็น่าจะมีผลได้ในปี 2561 ยังต้องดูด้วยว่าสภาสูงของสหรัฐจะพิจารณาข้อตกลง TPP ได้ภายในกลางปี 2559 หรือไม่

สมาชิกของ TPP ในปัจจุบัน ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ชิลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ เปรู สิงคโปร์ อเมริกา เวียดนาม ประเทศเอเชียที่กำลังพิจารณาว่าจะเข้าร่วม ได้แก่ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ไทย และฟิลิปปินส์ และโคลอมเบียจากทวีปอเมริกาใต้ จีนประกาศว่าจะจับตาดูพัฒนาการของ TPP ขณะที่กำลังเจรจาข้อตกลงของตัวเองเช่น RCEP กับประเทศเอเชียด้วย อินโดนีเซียให้การรับรอง TPP และแสดงเจตนารมณ์ที่จะเข้าร่วม ไทยมีความสนใจที่จะเข้าร่วมข้อตกลงนี้ แม้จะกังวลว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน อย่างไรก็ดีจะไม่ได้มีความยืดหยุ่นในการเจรจาข้อตกลงสำหรับประเทศที่เข้าร่วมภายหลัง

การลงทุนต่างประเทศและอุตสาหกรรมในประเทศย่อมได้รับผลกระทบเมื่ออัตราภาษีลดลงและกฎเกณฑ์ต่างมีการปรับปรุงภายใต้ข้อตกลง ผลเสียอาจมีมากกว่าผลดีในช่วงแรก เพราะมีการเปลี่ยนเส้นทางการค้าและการลงทุนโดยตรง ข้อตกลงนี้จะมีผลอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้สมาชิกได้ปรับตัว แต่ผลดีจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นในระยะยาว การเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนที่มาพร้อมกับข้อตกลงนี้จะช่วยให้เกิดการเคลื่อนย้ายทรัพยากร ทุน และแรงงานไปยังธุรกิจและอุตสาหกรรมที่มีประสิทธิภาพดีกว่า การแข่งขันที่มากขึ้นจะทำให้คุณภาพสินค้าดีขึ้นและราคาถูกลง และยกระดับรายได้ของประเทศ นั่นหมายถึงค่าจ้างและกำลังซื้อที่เพิ่มมากขึ้นซึ่งจะยกระดับคุณภาพชีวิต

(อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้)

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค