
ภารกิจเร่งด่วนก่อนเลือกตั้ง
โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ
โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ
หากรัฐบาลยังยืนยันว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2560 สิ่งที่รัฐบาลและ คสช.ต้องดำเนินการในการคืนความสุขให้ประชาชนตามที่ได้สัญญาไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็คือการแก้ไขปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชน ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ปัญหาความแตกแยกของประชาชน ซึ่งต้นเหตุสำคัญเกิดจากปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ
หัวใจของการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ก็คือเราต้องดำเนินการตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานไว้เกือบ 20 ปีแล้ว
แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ก็คือต้องสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นภายในประเทศ ซึ่งประเทศไทยมีความได้เปรียบตรงที่เรามีทรัพย์ในดินสินในน้ำ มีความอุดมสมบูรณ์ที่ประเทศอื่นไม่มี แต่เราไม่รู้จักดูแลรับผิดชอบและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างยั่งยืน
จากการศึกษาของธนาคารโลกพบว่า ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางประเทศไทยมีจำนวนเกษตรกรสูงเป็นอันดับสอง แต่รายได้ภาคการเกษตรมีอัตราค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ในภาพรวม ซึ่งอาจจะดูว่าผิดปกติสำหรับนักเศรษฐศาสตร์ต่างชาติ
แต่สำหรับประเทศไทยไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติแต่ประการใด เพราะที่ผ่านมาเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตรกรรมให้ครบวงจรตั้งแต่ไร่นาจนถึงโต๊ะอาหารและผู้บริโภค
เรามักจะแก้ไขปัญหาและพัฒนาแบบแยกส่วนตั้งแต่เรื่องของการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ซึ่งเป็นต้นน้ำลำธาร เรื่องของการอนุรักษ์และบริหารจัดการน้ำที่จะต้องใช้ในการอุปโภคบริโภค ทั้งภาคครัวเรือน เกษตร อุตสาหกรรม และการพาณิชย์ เรื่องของการอนุรักษ์ดินและการใช้ประโยชน์ในที่ดิน รวมถึงสิทธิและจำนวนการถือครองที่ดิน เรื่องของวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นและสังคมเกษตรกรรม เรื่องของการฝึกอบรม ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีในการเพาะปลูก การดูแลบำรุงรักษา การเก็บเกี่ยวเพื่อช่วยในการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต เรื่องของเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว เรื่องของเทคโนโลยีการเก็บรักษาเพื่อควบคุมรักษาคุณภาพและขยายอายุของผลิตผลการเกษตร เรื่องของการแปรรูปหรือการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตร อาหารและไบโอเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างงานสร้างอาชีพสร้างรายได้ที่มั่นคงในท้องถิ่น เรื่องระบบโลจิสติกส์ และที่สำคัญคือ เรื่องระบบการตรวจสอบจากไร่นาจนถึงโต๊ะอาหาร และผู้บริโภค มาตรฐานและสุขอนามัยของสินค้าเกษตรและอาหารที่จะต้องพัฒนาให้เป็นไปตามมาตรฐานโลก
ถ้าเราอยากจะพัฒนาและพาคนไทยให้พ้นจากความยากจนทั้งหมดและหลุดจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางและสร้างภูมิคุ้มกันทางด้านเศรษฐกิจและสังคมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ได้
ต้องใช้จุดแข็งที่เรามีอยู่ก็คือทรัพย์ในดินสินในน้ำ
รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคการเกษตรแบบองค์รวมและครบวงจร ซึ่งสามารถทำได้ทันทีตั้งแต่ใช้มาตรา 44 เพื่อปรับโครงสร้างระบบราชการที่สลับซับซ้อนและกระจัดกระจาย ปรับลำดับความสำคัญของนโยบายรัฐบาลในเรื่องการขนส่งทุกระบบมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรแบบครบวงจรเป็นอันดับแรก ตั้งแต่การอนุรักษ์และฟื้นฟูต้นน้ำลำธารตามแนวพระราชดำริปลูกป่าโดยไม่ปลูก เพียงแต่ปกป้องดูแลผืนป่าไม่ให้มีการบุกรุก ลูกไม้เดิมที่มีอยู่ในพื้นที่ก็สามารถที่จะเจริญเติบโตและงอกงามกลับคืนมาได้ ต้องเร่งรัดดำเนินการในการกันพื้นที่ป่าไม้และอุทยาน รวมทั้งเขตอนุรักษ์อื่นๆ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว โดยใช้แผนที่ภาพถ่ายทางอากาศซึ่งได้มีการจัดทำไว้อย่างเป็นระบบแล้วมาใช้กับแผนที่ลายเส้นซึ่งทำขึ้นมาโดยสังเขป และจะต้องมีการปรับปรุงลายเส้นโดยสังเขปนั้นให้เข้ากับสภาพภูมิประเทศที่แท้จริงซึ่งมีสภาพเป็นป่าไม้ในขณะที่มีการดำเนินการจัดทำแผนที่ลายเส้นท้ายประกาศหรือพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว จะทำให้แนวเขตเป็นแนวเดียวกันได้โดยไม่ต้องจับมารวมกันเหมือนอย่างที่รัฐบาลกำลังจัดทำแผนที่ตามโครงการวันแมป ซึ่งทำให้หลายหน่วยงานที่มีการดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์โดยไม่ชอบฉวยโอกาสขีดเส้นและรวมเส้นกันเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดที่ผ่านมา การดำเนินการในเรื่องนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเรื่องคนบุกรุกกฎหมายหรือกฎหมายบุกรุกคนได้อย่างเป็นธรรม เมื่อกันพื้นที่ที่ควรอนุรักษ์หมดแล้ว พื้นที่ที่เหลือก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ตามแผนการใช้ที่ดินที่ควรจะมีการแบ่งไว้อย่างชัดเจนว่าพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่เพื่อเศรษฐกิจการพาณิชย์อุตสาหกรรมหรือการเกษตร จากนั้นก็ควรมีการใช้ภาพถ่ายทางอากาศในการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและผู้ครอบครองที่ดินตามกฎหมายต่างๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจน รวมทั้งการกำหนดเขตเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งควรระบุว่าพื้นที่ใดรัฐบาลจะส่งเสริมให้ปลูกพืชชนิดใด เพื่อทำให้เกิดความสมดุลในการผลิตและให้เป็นไปตามความต้องการของตลาด
การฟื้นฟูบูรณะแหล่งน้ำห้วยหนองคลองบึงลำน้ำต่างๆ โดยใช้วิธีธรรมชาติบำบัด หรือพัฒนาให้กลับมาเป็นธรรมชาติมากขึ้นแทนที่จะใช้หลักวิศวกรรมเข้าไปเปลี่ยนแปลงธรรมชาติซึ่งทำให้เกิดผลกระทบ จนทำให้ระบบนิเวศและธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลทำให้เกิดปัญหาการตื้นเขินของแหล่งน้ำต่างๆ จนทำให้เกิดการบุกรุกเข้าไปใช้ประโยชน์และทำให้พื้นที่การเก็บกักน้ำหายไป หากรีบทำการขุดลอกฟื้นฟูบูรณะแหล่งน้ำในขณะนี้ ปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบก็จะสามารถป้องกันและตรวจสอบได้ เพราะแหล่งน้ำต่างๆ กำลังแห้งและไม่มีน้ำ แต่ที่สำคัญต้องไม่ใช้หลักวิศวกรรมเดิมที่ทำกันมาหลายสิบปีคือ การขุดลอกแล้วนำมากองไว้ข้างลำน้ำหรือแหล่งน้ำ ซึ่งเมื่อฝนตกก็จะชะล้างดินที่ขุดขึ้นมากลับลงไปในแหล่งน้ำ และยังเป็นอุปสรรคที่ทำให้น้ำไม่สามารถไหลลงไปตามห้วยหนองคลองบึงตามธรรมชาติได้
ทั้งนี้ ควรเอาผลการศึกษาแนวทางการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำทั้ง 25 ลุ่มน้ำแบบครบวงจร เพื่อสร้างเครือข่ายน้ำ (Water grid) โครงการผันน้ำจากแม่น้ำยวมตอนล่างเพื่อมาเติมเขื่อนภูมิพล ที่ได้ศึกษาไว้ตั้งแต่ปี 2540 และ 2549 โครงการผันน้ำกก อิง น่าน หรือผันน้ำจากแม่น้ำโขงหรือจากลาวเพื่อมาเติมเขื่อนสิริกิติ์ รวมทั้งการศึกษาออกแบบพื้นที่แห้งแล้งเร่งด่วนจำนวน 19 พื้นที่ในภาคอีสานตอนบนที่ได้ทำการศึกษาและออกแบบนำร่องไว้แล้วจำนวน 19 โครงการ ที่สามารถทำการก่อสร้างได้มาดำเนินการได้ทันที ทั้งนี้ได้มีการทำการศึกษาการผันน้ำมาเติมตามคืนและแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นเขื่อนอุบลรัตน์ ห้วยหลวง เขื่อนลำปาว เป็นต้น โดยใช้แนวทางพระราชดำริเรื่องอ่างพวงและตัวอย่างจากโครงการศูนย์ศึกษาพัฒนาตามแนวพระราชดำริต่างๆ รวมทั้งชลประทานระบบท่อที่ได้ทรงพัฒนาไว้เป็นตัวอย่างมาเป็นต้นแบบแนวคิดอีกด้วย
รัฐบาลควรใช้มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคเป็นศูนย์วิจัยพัฒนาและส่งเสริมการเกษตรและแบ่งความรับผิดชอบตามพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อที่จะช่วยในการทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาพืชชนิดใดมีความเหมาะสมกับพื้นที่และสามารถที่จะให้ผลผลิตที่คุ้มค่ากับการลงทุน รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้และส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ในกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบและมีการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอด เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตผลการเกษตรให้สูงขึ้นแทนที่จะขายเป็นวัตถุดิบแต่เพียงอย่างเดียวอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
เมื่อมีการกำหนดเขตการผลิตก็จะสามารถสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมการเกษตรแบบต่อเนื่องเพื่อสร้างงานสร้างอาชีพสร้างรายได้ที่มั่นคงในท้องถิ่นได้ จะช่วยให้ชาวบ้านสามารถทำไร่ทำนาและทำงานในภาคอุตสาหกรรมการเกษตร และอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องทิ้งลูกหลานและที่อยู่ไปทำงานในตัวจังหวัดหรือในกรุงเทพฯ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาสังคม ความแตกแยกในครอบครัว ปัญหาเด็กถูกทอดทิ้งและปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นภาระกับประเทศชาติและรัฐบาล
ถ้าหากทำครบวงจรก็จะทำให้เกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศมีรายได้ที่สม่ำเสมอและมั่นคง สามารถปลดเปลื้องหนี้สินและมีเงินเหลือเพื่ออนาคตได้
เมื่อคนไทยไม่มีหนี้สิน มีรายได้ที่มั่นคง มีอนาคต ก็จะมีความสุข บ้านเมืองก็จะมีความสงบร่มเย็น ไม่มีการเดินขบวน ไม่มีความแตกแยก การพัฒนาก็จะเดินหน้าไปได้อย่างต่อเนื่อง
ประเทศชาติก็จะมีความมั่นคง เพราะไม่ต้องไปพึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติแต่เพียงอย่างเดียว เศรษฐกิจก็จะมีความมั่นคงและเข้มแข็ง มีภูมิคุ้มกันไม่ให้ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจภายนอกประเทศตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
นี่คือภาระเร่งด่วนก่อนการเลือกตั้งที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการ







