
'สรรเสริญ'ปัดประชารัฐเอื้อนายทุน
รัฐบาลแจงกลุ่มทุนไม่มีผลตอบแทนหรือเงินปันผลจากประชารัฐ เตรียมปรับสัดส่วนระยะยาว
รัฐบาลแจงกลุ่มทุนไม่มีผลตอบแทนหรือเงินปันผลจากประชารัฐ เตรียมปรับสัดส่วนระยะยาว
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่านายทุนจะเข้ามาครอบงำกิจการของประชาชน จากการตั้งบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี (ประเทศไทย) ซึ่งรัฐบาลอยากให้ทุกฝ่ายเปิดใจกว้าง มองการดำเนินงานโครงการนี้ในหลายๆ มุม โดยเฉพาะประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจของชาติ และการสร้างความเข้มแข็งของประชาชนในระยะยาว
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ไม่ควรมองเพียงว่าเมื่อมีนายทุนเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางธุรกิจแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งแนวคิดในการให้บริษัทใหญ่เข้ามาร่วมดำเนินการ เปรียบเสมือนการส่งเสริมให้ผู้ที่แข็งแรงมีโอกาสช่วยเหลือดูแลผู้ที่อ่อนแอกว่า เมื่อผู้ที่อ่อนแอสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง ทั้งหมดก็จะเดินหน้าไปพร้อมกันได้
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีฯ ในระยะแรกเป็นการนำ 76 จังหวัดมาถือหุ้นใหญ่ 76% ส่วนอีก 24% เป็นการถือหุ้นของบริษัทเอกชนรายใหญ่ เช่น ทรู เอไอเอส บุญรอดฯ ไทยเบฟ สหพัฒน์ กลุ่มมิตรผล ฯลฯ โดยการถือหุ้นของกรรมการเหล่านี้เป็นเงินสนับสนุน จะไม่มีผลตอบแทนหรือเงินปันผลใดๆ ส่วนในระยะต่อไปบริษัทนี้จะมีสัดส่วนของกรรมการที่มาจาก 5 กลุ่ม คือ ภาครัฐ เอกชน ประชาชน วิชาการ ประชาสังคม สัดส่วนละ 20%
ด้านซูเปอร์โพลนำเสนอผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน ระบุว่า ประชาชน 72.3% ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใดเลย อีก 14.8% เลือกพรรคเพื่อไทย และ 11.4% เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนสวนดุสิตโพล ระบุว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องแรกที่ประชาชนอยากให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำก่อนมีการเลือกตั้ง ตามด้วยปัญหาปากท้อง ยาเสพติด และปราบทุจริตคอร์รัปชั่น ตามลำดับ







